"ก็เขาเป็นหัวหน้า" "หัวหน้าต้องถูกเสมอ" .. ฟังเสียงสองหนุ่มในตำแหน่งท้ายสุดของ 'ห่วงโซ่แห่งอำนาจ' แล้วรู้สึกสะท้อนใจ หดหู่อย่างไรชอบกล

ดิฉันเคยเขียนถึงบรรยากาศจริงในอนุทินเรื่อง 'เหยื่อของระบบราชการ!' เมื่อ 15 พ.ค.56 และอีกครั้งเมื่อ 29 ก.ย.56 ชื่อเรื่อง 'ใครใหญ่ใครอยู่' ครั้งนี้ดิฉันจะเขียนเรื่องทำนองนี้อีก ด้วยความสลดใจ ภาวนาว่า.. ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ

7 ส.ค.58 บ่ายโมง ขณะดิฉันเดินตัดถนนหลังตึกอำนวยการเพื่อกลับเข้าไปทำงานตามปกติ ได้ยินเสียงชายหนุ่มสองคนคุยกัน .. ได้ยินสองประโยคท้ายก่อนสองหนุ่มนั้นจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจนว่า

"ก็เขาเป็นหัวหน้า"
"หัวหน้าต้องถูกเสมอ"

ดิฉันฟังสองหนุ่มในตำแหน่งท้ายสุดของ 'ห่วงโซ่แห่งอำนาจ' (สำนวนดิฉันเองค่ะ) แล้วรู้สึกสะท้อนใจ หดหู่อย่างไรชอบกล ไม่ได้การแล้ว ต้อง 'ซาวเสียง' หมายถึง 'ฟังความคิดเห็น' คนอื่นๆ เสียหน่อย

ดิฉันนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คนสองกลุ่มฟัง กลุ่มหนึ่งเป็น 'ผู้บริหารทางการพยาบาล' อีกกลุ่มคือ 'คณะกรรมการศูนย์ราชการใสสะอาด' ได้ความรู้สึกหลากหลายค่ะ เป็นต้นว่า

"ก็ถูกแล้วนี่ พวกเราก็โดน น น น" ผู้ตอบสีหน้าซีเรียส แต่หัวเราะขำๆ เมื่อตอบเสร็จ อีกคนกำชับว่า
"ทำไงได้ เราเป็นลูกน้อง"
ฟังดูจะเข้าอกเข้าใจดี เพราะผู้ตอบล้วน 'เข้าถึง' อารมณ์หดหู่นี้จากประสบการณ์จริง

ทั้งสองกลุ่มให้ทางออกสำหรับเรื่องนี้แตกต่างกัน แต่มันคือ 'วาทกรรม' ของบุคคลที่ประเมินว่าตนไม่มีอำนาจ ทั้งที่ทุกคนต่างก็ใช้อำนาจนั้นในแนวทางเดียวกันมาแล้วทั้งนั้น โดยไม่รู้ตัว .. เพราะทำกันอย่างเป็นระบบ

ดิฉันเคยได้ยินบ่อยๆ ประมาณว่าการศึกษาของไทยไม่ฝึกให้เด็กคิด พูด ทำ เอาแต่ท่องจำเพื่อสอบให้ผ่าน อนาคตของชาติจึงด้อยคุณภาพลงเรื่อยๆ .. รวมรุ่นดิฉันด้วยกระมัง เพราะเราใช้ระบบนี้ตั้งแต่ดิฉันยังไม่เข้าสู่ระบบการศึกษาในโรงเรียน (ฮา) มาถึงวันนี้ ชัดเจนแล้วว่าพวกเรายังถูกตอกย้ำในระบบราชการอีก

ส่วนดิฉัน มองเห็นเป็นภาพหลอนของชายคนหนึ่ง ถูกมัดมือ มัดปากด้วยผ้า เขารับรู้สถานการณ์ทุกอย่าง ..ตรงข้าม เขาพูดไม่ได้ แสดงความเห็นก็ไม่ได้ ไม่ได้แม้แต่จะคิด จึงได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอน

แล้วคุณล่ะ เคยถูกกระทำ หรือ เป็นผู้ถูกกระทำ บ้างหรือยัง!!