​ปฏิรูปการเรียนรู้ สู่สมรรถนะและหัวใจ

เป้าหมายของการประชุมนี้คือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ของการศึกษาสำหรับวิชาชีพสุขภาพ ผลลัพธ์แท้จริงไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี้ แต่อยู่ที่การดำเนินการจริงในสถาบัน และในวิชาชีพต่างๆ โดยเป้าหมายสุดท้ายคือสุขภาวะของคนไทยดีขึ้น ระบบสุภาพของไทยตอบสนองความต้องการได้ดียิ่งขึ้น เราต้องช่วยกันดำเนินการให้บรรลุผลลัพธ์ที่ปลายทางให้ได้

ปฏิรูปการเรียนรู้ สู่สมรรถนะและหัวใจ

2nd Annual National Health Professional Education Reform Forum (ANHPERF) : Instructional Reform for Competent and Humanized Health Professionals (ปฏิรูปการเรียนรู้ สู่สมรรถนะและหัวใจ) ซึ่งเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.healthprofessionals21thailand.org จัดระหว่างวันที่ ๔ - ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘

การประชุม ANHPERF ครั้งที่ ๑ จัดระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ในหัวข้อ "ปฏิรูปสถาบัน สู่สังคมการเรียนรู้ สู่สุขภาวะ" ดาวน์โหลดเอกสารรายงานการประชุมได้ ที่นี่ และผมเขียนบันทึกถึงการประชุมครั้งที่ ๑ นี้ ที่นี่

การประชุมครั้งที่ ๒ นี้คึกคักทั้งด้านสาระ และผู้เข้าร่วมประชุม (๔๑๗ คน) กว่าครั้งที่ ๑ มาก น่าชื่นใจ

การประชุมวันที่ ๔ สิงหาคม ยังไม่ใช่ประชุม ANHPERF 2 ตัวจริง ตอนเช้าประชุมกันเรื่องผลงาน วิจัยเบื้องต้นเกี่ยวกับ ระบบกำกับดูแลกำลังคนด้านสุขภาพในประเทศไทย และความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ ช่วงบ่ายเป็นการประชุมขององค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องการศึกษาของกำลังคนด้านสุขภาพ วันนี้ผมติดงานอื่น ไม่ได้เข้าร่วม

วันที่ ๕ สิงหาคม เปิดการประชุมโดย ฯพณฯ องคมนตรี ศ. นพ. เกษม วัฒนชัย ตามด้วย Keynote 15 นาทีของผม เรื่อง จากการประชุมครั้งที่ ๑ สู่ครั้งที่ ๒ ผมชี้ให้เห็นว่า เป้าหมายของการประชุมนี้คือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ของการศึกษาสำหรับวิชาชีพสุขภาพ ผลลัพธ์แท้จริงไม่ได้อยู่ในห้องประชุมนี้ แต่อยู่ที่การดำเนินการจริงในสถาบัน และในวิชาชีพต่างๆ โดยเป้าหมายสุดท้ายคือสุขภาวะของคนไทยดีขึ้น ระบบสุภาพของไทยตอบสนองความต้องการได้ดียิ่งขึ้น เราต้องช่วยกันดำเนินการให้บรรลุผลลัพธ์ที่ปลายทางให้ได้

ถัดมาเป็น PL1 ๓๐ นาที โดยครูสุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์ เรื่อง ความคาดหวังต่อบัณฑิต ที่บอกว่า ต้องการ บัณฑิตที่ “ตื่นรู้ ใจกว้าง มีส่วนร่วมและเข้าถึงชุมชน และร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ”

ถัดมาเป็น PL2 ๖๐ นาที เรื่อง Competencies ของบัณฑิต โดยท่านองคมนตรี ศ. นพ. เกษม วัฒนชัย เริ่มด้วยการเสนอการแพทย์ ๓ ยุค เป็นกรอบทางปัญญาในการทำความเข้าใจภาพใหญ่ หลังจากนั้น ท่านเน้นบอกปัญหาโลก ปัญหาบ้านเมืองไทย และปัญหาหรือความต้องการด้านสุขภาพ แล้วมอบให้ที่ประชุมคิดต่อว่า competency ของบัณฑิต ด้านสุขภาพควรเป็นอย่างไร

ทั้งหมดนั้น เป็นการ “ตั้งแท่น” เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาของวิชาชีพสุขภาพว่า เพื่อความเป็นธรรมทางสุขภาพ (Health Equity) คือปฏิรูปเพื่อผู้อื่น เพื่อบ้านเมืองส่วนรวม วงการวิชาชีพสุขภาพยังดำรงศรัทธาความเชื่อถือจากคนทั่วไป ก็เพราะเรามีหัวใจของความเป็นมนุษย์ มุ่งทำเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตน

ตอนบ่าย ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา บรรยาย PL3 เรื่อง ยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปการศึกษานักวิชาชีพสุขภาพ
ที่มุ่งสู่ความเสมอภาคด้านสุขภาพ โดยมีเอกสารการบรรยายแจกด้วย แนะนำยุทธศาสตร์การดำเนินการที่ครบถ้วนมาก ผมจะนำมาลงในบันทึกด้วย

การประชุม ๒ วันนี้ ประกอบด้วย 3 opening keynotes, 4 plenary, 8 parallel session ผู้เข้าร่วมประชุมได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งแนวคิดใหม่ๆ การริเริ่มใหม่ๆ และ best practice ที่เป็นการริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อให้ศิษย์บรรลุ การเรียนรู้แบบ transformative learning

ช่วงสรุปการประชุม บ่ายวันที่ ๖ สิงหาคม เป็นการสรุปที่เน้นให้เห็นโครงสร้างของการประชุม ที่หัวเรื่องคือการปฏิรูป การเรียนการสอน (instructional reform) ที่แยกเป็น ๔ หัวเรื่องย่อย คือ competency ของผู้เรียน, กระบวน การเรียนรู้และ การประเมิน, สภาพแวดล้อมของการเรียน, และมาตรฐานของครู

ผมเข้าห้องย่อยเรื่อง กระบวนการเรียนรู้และการประเมิน กับห้องย่อย มาตรฐานครู เพราะสถานการณ์บังคับ คือถูกขอให้เป็นผู้วิพากษ์ ซึ่งก็สนุกดี บ่ายวันที่ ๕ ผมเข้าร่วมห้องย่อยเรื่อง Transformative Learning โดยประธาน (ศ. ดร. วีระพงศ์ ปรัชชญาสิทธิกุล) ขอให้ผมเป็นผู้กล่าวต่อที่ประชุมว่า Transformative Learning คืออะไร ตามด้วย 4 best practice ช่วยให้ผู้เข้าประชุมเห็นวิธีการ ว่าทำได้ไม่ยาก ตอนท้าย ผมให้ความเห็นว่า TL ทำง่ายในสถานการณ์ที่เป็นองค์รวม เน้นการเรียนรู้แบบองค์รวม (holistic/integrative)

สายวันที่ ๖ ผมเข้าห้อง Teacher Standards เพราะโดน รศ. นพ. อานุภาพ เลขะกุล ประธาน ขอให้เป็นผู้วิพากษ์ แนวคิดการดำเนินการของ มอ. และ มจธ. และท่านรองเลขาธิการ กกอ. รศ. นพ. สรนิต ศิลธรรม ก็มาเตรียมเอาแนวคิด ไปดำเนินการ ผมจึงลงทุนเตรียม Ppt ไว้นำเสนอแนวคิดเชิงปฏิรูปวิธีดำเนินการ ที่ผมเรียกว่า Flipped Governance หรือกลับทางวิธีกำกับดูแล ที่จะลงในบันทึกของวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๕๘

เรานัดประชุม AAR การประชุมนี้ในวันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ แต่ผมหมดแรง จึงขอลาการประชุม

วิจารณ์ พานิช

๙ ส.ค. ๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ผมขอ AAR ว่า

  • การประชุมครั้งที่ ๒ คุณภาพดีกว่าครั้งที่ ๑ มาก ทั้งในด้านเนื้อหา การจัดการ และ participation
  • ส่วนที่ผมชอบคือ การมี SS (Success Story) เล็กๆ จากหลากหลายวิชาชีพ จากหลากหลายสถาบัน มา ลปรร. กัน (SSS - Success Story Sharing) เป็นกระบวนการที่ สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้เข้าร่วมกลับไปริเริ่มดำเนินการในงานของตน
  • ผมตั้งข้อสงสัยว่า การเชิญ "ผู้รู้” ต่างประเทศมาพูด ได้สาระที่เราต้องการไหม เป็นการพูดสิ่งที่เรารู้ๆ กันแล้วหรือเปล่า
  • ขอเสนอให้ทีมงานคิดวาง ยุทธศาสตร์/แผน ดำเนินการ "Action Support” ระหว่างปี เพื่อส่งเสริม/สนับสนุน ให้ผู้ลงมือทำตามแนวทางที่เราเสนออยู่แล้ว ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภายในสถาบัน/วิชาชีพ ของตน และจากขบวนการ HPER ของประเทศ โดยที่ Action Support ส่วนใหญ่ออกทรัพยากร และลงแรงโดย สถาบัน และวงการวิชาชีพ ANHPERF team เป็น catalyst เป็นหลัก

ผมขออภัยที่มาร่วม AAR ไม่ได้ครับ สังขารไม่อำนวย

วิจารณ์