ลูกในท้องหญิงของสามี

ณัฐรดา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เรื่องสั้นผันใจ

เรื่อง

ลูกในท้องหญิงของสามี

โดย สมตา

.......................................................................................................................................................................................

ดวงใจดูเด็กหญิงอายุเจ็ดปีที่รีบตักอาหารคำสุดท้ายในจานใส่ปาก เคี้ยวลวกๆแล้วกลืนอย่างนึกเอ็นดู สองแกละของเด็กหญิงแกว่งไกวไปมายามที่เธอหันไปดูชิงช้าที่ยังว่างอยู่บ้าง หันมามองอาหารตรงหน้าบ้าง เธอคงกลัวว่ากว่าเธอจะทานเสร็จ ชิงช้าตัวนั้นที่เจ้าของร้านจัดไว้บริการลูกค้าอาจจะไม่ว่างแล้วก็ได้

“หนูไปได้ยังคะ”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมาถามแม่ ที่กำลังนั่งท้าวคาง มองลูกด้วยสายตาเปี่ยมรัก แต่เด็กน้อยคงไม่ทันสังเกตแววตานั้นเพราะสายตาเธอเลื่อนไปจ้องที่จุดหมายเสียก่อน

“ค่ะ”

หญิงสาวตรงหน้าตอบเด็กน้อยเบาๆ

“ทานหมดแล้วก็ไปเล่นได้ลูก”

เสียงตอบยังไม่ทานจบประโยค เด็กหญิงก็ผลุดลุกจากเก้าอี้ ถลันไปที่ชิงช้าที่จับตาดูอยู่ก่อนหน้าเสียแล้ว ปล่อยให้สายตาสองคู่มองตามไปด้วยหมายที่ต่างกันในแววตา

ดวงใจวางถ้วยกาแฟขณะมองตามเด็กหญิง เด็กหนอเด็ก ช่างบริสุทธิ์นัก อยากจะรู้จริงๆ ถ้ารู้ว่ากำลังจะมีใครมาแย่งพ่อเธอไป จะยังรื่นเริงได้อย่างนี้อยู่ไหม

เมื่อเกิดความสงสัยนี้ขึ้นมา ดวงใจก็เริ่มไม่แน่ใจว่าอนาคตของครอบครัวตรงหน้าจะเป็นอย่างไร เธอหันหน้ากลับมามองถุงข้าวของที่กองอยู่บนโซฟาอีกตัวกับใบหน้าของเพื่อนหญิงด้วยความคลางแคลง

สายฝนคิดยังไงกันแน่นะ เพื่อนทำใจกับเรื่องของสามีได้แล้วจริงๆหรือ

ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ก็สายฝนดูช่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับไม่มีความหวั่นไหวในหัวใจที่สามีกำลังจะมีลูกกับหญิงคนใหม่ นี่ถ้าสายฝนเป็นดาราที่กำลังอยู่หน้ากล่อง ตุ๊กตาทองปีนี้คงหนีไม่พ้นมือเธอเป็นแน่

“อะไร”

สายฝนถามด้วยความสงสัยเมื่อหันกลับมามองหน้าเพื่อน เธอคงเห็นแววในดวงตาของดวงใจ

“สงสัย”

ดวงใจตอบ

“อะไร”

สายฝนถามซ้ำ หัวคิ้วเธอเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัยที่ทวีขึ้น

“เธอไม่โกรธคุณปั้น ไม่กลัวคุณปั้นจะทิ้งเธอไปเหรอ”

“โถ”

สายฝนตอบปนหัวเราะ เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบอก

“ที่แท้ก็เรื่องคุณปั้น”

กำลังกลบเกลื่อนอะไรอยู่หรือเปล่า ดวงใจถามตัวเองเมื่อเห็นกิริยานั้น

“ดวงสงสัยว่าฝนทำใจได้ยังไงใช่มั๊ย”

ดวงใจพยักหน้าหงึก

“นี่ถ้าดวงถามฝนเมื่อปีที่แล้ว ฝนคงตอบไม่ได้เพราะมันคงพูดไม่ออก คงจะร้องไห้ตอบดวงแทนแน่ๆ แต่ตอนนี้ไม่ต้องสงสัยจ๊ะ ฝนทำใจได้แล้วจริงๆ ”

ยิ่งน่าสงสัย ดวงใจนึกต่อ

เธอเอาการยอมรับสภาพว่าสามีมีผู้หญิงอีกคนในใจ เขากำลังจะมีลูกกับหญิงคนใหม่ เก็บความขมขื่นไว้ภายในแทนการอาละวาด เพื่อคงความรักของสามีที่ยังคงมีให้ หรือว่าเธอยอมรับด้วยความจริงใจ ยอมแบ่งสามีกับหญิงอีกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่มีอะไรค้างคาใจ แช่มชื่นแจ่มใสอย่างที่ตาดวงใจเห็นจริงๆ

“แล้วฝนทำใจได้ยังไง”

ดวงใจถามขณะเหลือบมองถุงของใช้เด็กอ่อนที่เพิ่งช่วยกันเลือกซื้อมา นึกแปลกใจเมื่อสายฝนโทรมาชวนตั้งแต่เมื่อวานว่าจะเสียเงินเสียเวลาเพื่อผู้หญิงอีกคนกับลูกคนใหม่ของสามีที่ไม่ได้เกิดจากตัวเองได้ยังไง

เธอเองเสียอีกที่ยังทำใจไม่ได้ หวั่นใจแทนเพื่อนไปหมดทุกอย่างตั้งแต่ที่ได้ทราบข่าว จึงเฝ้าแวะเวียนมาหา มาพูดคุย เผื่อว่าสายฝนอาจจะมีเรื่องอยากระบาย อยากหาคนช่วยฟัง หรืออยากฟังความเห็นของใครๆที่จะช่วยคลายความทุกข์ในใจ แต่ก็แปลก ที่สายฝนไม่เคยให้โอกาสนั้นแก่เธอเลย

“ดวงจำได้มั๊ย ตอนที่ร้านฝนกำลังแย่ หมุนเงินไม่ทันน่ะ”

มือที่ทาบอยู่กลางอก ละมากุมมือดวงใจไว้

“จำได้ ตอนนั้นดวงยังเสียใจที่ช่วยอะไรฝนไม่ได้”

ดวงใจตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงหดหู่ ยามที่เธอเดือดร้อนอะไร คนแรกที่ยื่นมือเข้ามาก็คือสายฝน แต่ในยามที่สายฝนเดือดร้อน เธอกลับช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แม้แต่ในเวลาอย่างนี้

“ตอนนั้นฝนรอดมาได้ เพราะพี่ๆน้องๆช่วยฝน บางคนถึงกับเทเกลี้ยงกระเป๋าเพื่อให้ฝนรอด พี่นันเกือบจะเอาที่ไปจำนองเพื่อช่วยฝน ดีนะที่ฝนรู้เสียก่อน เลยห้ามเอาไว้ ตอนนั้น ฝนไม่รู้จะขอบใจพี่ๆได้ยังไง”

เสียงสายฝนแผ่วเบาลง เธอคงหวนนึกถึงเรื่องราวในวันวาน ความซาบซึ้งคงเวียนเข้ามาจับใจจนไม่สามารถปล่อยเสียงใดๆผ่านลำคอออกมาได้

“พอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ฝนรู้สึกดีใจที่แม่มีลูกหลายคน ดีใจที่พี่น้องรักใคร่ดูแลกัน ไม่ทอดทิ้งกัน ทำทุกอย่างที่พอทำได้เพื่อช่วยเหลือกัน ตอนที่เราเด็กๆ พวกเราเล่นด้วยกันเสมอ แม้บ้านเราจะไม่รวย แต่เรามีความสุขกันมาก ฝนเลยฝันว่า ถ้าฝนแต่งงาน มีลูก ไม่ว่ายากจนแค่ไหนฝนจะมีลูกมากกว่าหนึ่งคนให้ได้ ฝนจะได้แน่ใจว่าใจว่าหลังจากที่ฝนกับปั้นตายไปแล้ว ลูกๆจะได้ดูแลซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันในยามที่คนใดคนหนึ่งเดือดร้อน เหมือนอย่างตอนที่พี่น้องฝนช่วยกันดูแลฝน”

ดวงใจกุมมือข้างนั้นไว้ด้วยความเห็นใจ สายฝนเพิ่งตัดมดลูกเมื่อสามปีที่แล้ว

เพื่อนคงแทบใจสลายเมื่อรู้ว่าฝันจึงไม่สามารถเป็นจริงได้

ราวสายฝนจะรู้ความในใจเพื่อน เธอจึงวางมือทาบลงบนมือที่ซ้อนอยู่บนหลังมือตนอีกที เธอยิ้มให้อย่างที่เคยยิ้ม ยิ้มอย่างไม่มีเลศนัย ราวกับจะบอกว่า เธอไม่มีความกังวลใจที่เธอไม่สามารถมีน้องให้เด็กหญิงน้อยๆที่ชิงช้าอีกแล้ว

“เพราะหวนคิดถึงช่วงเวลานั้นแหละจ๊ะ ที่ทำให้ฝนผ่านเวลายากๆอย่างเวลานี้มาได้”

สายฝนหันไปดูลูกที่นั่งบนชิงช้า โยนตัวไปมาอย่างสนุกสนาน แววตาเธอดูแวววาว ราวกับจะสนุกตาม แล้วจึงเริ่มเล่าช้าๆ

“ตอนแรกที่รู้เรื่องจากดวง ฝนแทบคลั่ง ใครจะเชื่อลง สามีที่รักเราออกอย่างนั้น แฟมิลี่แมนที่ขอให้เราปิดร้านเพื่อดูแลตัวเองกับลูกหลังจากที่รู้ว่าเราท้องเนี่ยนะจะทำอย่างนั้นได้ ก่อนออกจากบ้านก็จูบลาเราทุกวัน กลับมาถึงบ้านก็โอบเรา เอาใจเราตลอด พอลูกคลอด ก็เอาใจใส่ทั้งเราทั้งลูก เล่นกับลูกทุกครั้งที่มีโอกาส แทบจะไม่เคยทำอะไรให้เราต้องขัดเคืองหัวใจ”

ขณะที่เล่า สายตาเธอก็ทอดยาวออกไป ไกลออกไป ราวกับจะไกลไปถึงบ้านของตน พร้อมๆกับความไกลของสายตานั้น เวลาก็ดูราวจะย้อนกลับไปหาเวลาในอดีตด้วย

“ครอบครัวเรามีความสุขมาก สุขจนไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะสุขกันได้ขนาดนั้น”

แล้วสายตานั้นก็คืนกลับ มาจับจ้องที่ดวงหน้าดวงใจอีกครั้ง

“ตอนนั้น มันเหมือนสายฟ้าฟาดน่ะ”

ดวงใจยิ้มน้อยๆ เธอไม่พูดขัดคำ เพียงนั่งฟังเพื่อนรำลึกความหลังเงียบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่สายฝนยอมเอ่ยปากเล่าความในใจ

“ฝนเฝ้าถามตัวเองว่าฝนผิดอะไร เขาทำได้ยังไง เขาทำร้ายฝนกับลูกได้ยังไง ฝนอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นถึงขนาดแกล้งทำเป็นไปหาเขาที่ทำงานเพื่อที่จะได้เห็นว่า เธอเป็นคนยังไง ทำไมเธอถึงแบ่งครึ่งหนึ่งของใจสามีฝนไปได้”

สายฝนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเด็กหญิงอันเป็นดวงใจของเธอวิ่งมาขอน้ำดื่ม จนเด็กน้อยวิ่งกลับไปที่ชิงช้านั่นแหละจึงได้เล่าต่อ

“แต่พอได้เห็น ได้คุยด้วย ได้เห็นความดีของเธอ ทบทวน หยิบเรื่องราวต่างๆมาผูกเข้าด้วยกัน ฝนก็รู้ว่าทำไม”

รอยยิ้มบนใบหน้าสายฝนยามนี้ อ่อนโยน ไม่ต่างจากน้ำเสียงของเธอ

“ทำไมจะต้องมองว่าใครผิด ทุกอย่าง เป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน เพราะสิ่งนี้มี อีกสิ่งหนึ่งจึงมีตามมา”

ดวงใจโคลงศีรษะเบาๆ

“ไม่เข้าใจ”

ก่อนจะกล่าวตอบเพื่อน

“ก็ถ้าฝนไม่ตัดมดลูก ไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกไม่ได้อีกแล้ว ฝนคงไม่ทุ่มเทดูแลน้องดีมากมายจนเหินห่างกับปั้นเค้า ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เดือดร้อนจนคนใจดีมีเมตตาอย่างปั้นอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย จนช่วยไปช่วยมาก็เกิดเสน่หาขึ้น เราสามคนคงไม่มาผูกพันกันอย่างนี้”

คงเป็นเพราะเห็นสีหน้า ทีท่าไม่ค่อยจะเข้าใจของฉัน สายฝนจึงอธิบายเหตุผลต่อ

“คนเรานะดวง พอคิดจะช่วยใครมากๆเข้า ใจเราก็จะเฝ้าคิดถึงแต่คนนั้น ว่าเขาจะอยู่ยังไง จะไปรอดมั๊ย จะช่วยเค้ายังไง ช่วยอย่างนี้ไปแล้วจะดีขึ้นมั๊ย ใจเราจะผูกอยู่กับคนคนนั้น ถ้าคนนั้นเป็นเพศตรงข้าม ถ้าเราไม่ทันระวังตัว เรื่องชู้สาวก็ตามมาเป็นธรรมดา ก็อย่างที่พระท่านว่า เราจำเป็นต้องมีสติต้องพยายามระลึกรู้ทั้งความเป็นไปของตัวเราและทั้งของสิ่งต่างๆรอบตัวอยู่ตลอดเวลาไง”

สายฝนหยุดพูด ยกน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนนะเล่าสิ่งที่ดวงใจไม่เคยรู้ต่อ

“ เพราะเรื่องในโลกทุกอย่างมีสองด้านทั้งหมด ถ้าสติไม่มี สิ่งที่มีคุณอาจแสดงโทษที่อยู่ใกล้ๆกันออกมาได้ อย่างเมตตา เพราะไม่มีสติ เสน่หาเลยเข้ามาแทรกได้ เหมือนอย่างปั้นที่คิดจะช่วย ตอนแรกก็จะช่วยด้วยเมตตา ไม่หวังอะไรตอบแทน แต่เพราะลืมเตือนตัวเองว่าแต่ละคนอยู่ในฐานะอะไร และเพราะคอยคิดถึง คอยแต่ห่วงใย ความรู้สึกดีๆก็ค่อยๆกลายฐานะ จากเมตตาก็กลายเป็นเสน่หา แล้วเลยอยากให้น้องเค้าตอบแทนด้วยความรู้สึกที่เหมือนกันกลับ ส่วนน้องเค้าน่ะ เป็นผู้หญิง เราผู้หญิงด้วยกันนะดวง ทำไมจะไม่เข้าใจ พอมีใครสักคนมาคอยห่วงใยเรามากๆเข้า เราก็ไขว้เขว ก็นึกรักขึ้นมาได้ แถมทั้งสองคนก็ยังไม่มีกำลังที่มากพอที่จะห้ามใจได้ ก็ถึงได้เป็นเรื่องขึ้นมาไง”

ดวงใจพยักหน้าน้อยๆ เริ่มเข้าใจอะไรลางๆ

คงเพราะความคิดนี้ สายฝนจึงยังยิ้มอยู่ได้

“ฝนเลยอภัยให้เขา”

ก่อนจะกล่าวสรุปเรื่องที่เพื่อนเล่าในมุมมองของตน

“ที่จริง จะว่าฝนไม่ได้อภัยให้ใครเลยก็ได้นะ ถ้าหากเห็นว่าทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย เราทุกคนต่างก็เป็นปัจจัยให้กันและกัน ก็จะไม่มีใครผิด ก็ในเมื่อทุกคนต่างก็เป็นเหตุของกันและกัน ทำไมต้องมีการอภัยด้วยล่ะจ๊ะ หรือจะว่าฝนอภัยให้ทุกคนก็ได้ เพราะเราก็ผิดด้วยกันทั้งหมด เมื่อมีการอภัย ก็ต้องอภัยให้ทุกคน”

“แต่”

ดวงใจยังค้าน สายฝนเพื่อนรักของเธอน่ะหรือจะทำผิดได้

“ดวงคงไม่ผิดถ้าจะคิดนะว่า สองคนนั่นนั่นแหละทำผิด ปั้นก็ผิดที่ไม่คอบคุมตัวเอง ผู้หญิงคนนั้นก็ผิดที่ไม่รู้จักห้ามใจตัวเอง พวกเธอถึงต้องมาพัวพันกันอย่างนี้น่ะ”

สายฝนหัวเราะ

“ดวงพูดอะไรตรงๆเสมอเลยนะ ก็เพราะอย่างนี้น่ะซีฝนถึงรักดวง”

ดวงใจยิ้มเก้อ

“และเพราะอย่างนี้ ตอนที่ฝนยังทำใจไม่ได้ ฝนถึงไม่ยอมพูดต่อเวลาดวงชวนคุยถึงเรื่องนี้ไง”

สายฝนตบหลังมือฉันเบาๆก่อนจะกลับมาเล่าความในใจ

“ก่อนหน้านี้ที่ฝนทุกข์ใจก็เพราะคิดอย่างที่ดวงคิดนี่แหละ แต่พอลองมองรอบๆ ไม่เข้าข้างตัวเองก็รู้ว่าฝนเองก็ผิดที่ละเลยสามีจ๊ะ”

ดวงใจพยักหน้ารับ

“ฝนเมตตาปั้นไม่พอเลยไม่ยอมรับฐานะบทบาทของเรา เอาแต่ความพอใจของตัวเอง จนเค้าเหงา ว้าเหว่ พอเจอน้องเค้าเข้าเลยคิดว่าคงเป็นคนที่เข้าใจเค้าได้ พอเริ่มเกิดเรื่องขึ้นฝนก็ยังเมตตาเค้าไม่พออีก เลยไม่พยายามหาเหตุผลที่จะทำเข้าใจเค้า ไม่ปรับปรุงตัวเอง ไม่เห็นใจเค้า เพราะฝนเมตตาตัวเองไม่พอ เลยมองแต่ความผิดคนอื่นจนคิดไปต่างๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งผลักไสให้ปั้นเค้าห่างออกไปเรื่อยๆ ส่วนปั้นกับน้องเค้าน่ะ เพราะต่างก็เมตตาตนเองไม่พอเลยปล่อยใจให้ตัวเองให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ พอรู้ว่าใจตัวผิดปกติก็ไม่หักห้ามด้วยเหตุผล แล้วก็เมตตาคนอื่นไม่พอ เลยพากันผิดศีล ล่วงเกินใจของคนอื่น”

สายฝนหยุดไปเล็กน้อย ราวจะให้ฉันใช้เวลาทบทวนสิ่งที่เธอพูด

“ทุกอย่างเกิดจากการที่เราทุกคนต่างก็ยังเป็นคนดี ยังมีเมตตาไม่พอจ๊ะ พอคิดได้อย่างนี้ ใจฝนก็ค่อยๆคลายทุกข์ ก็เราจะคิดให้ใจเราอยู่ไม่สุข คิดให้ทนทุกข์เพื่อสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้วไปทำไมล่ะจ๊ะ สู้คิด ทำ ในสิ่งที่เราทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขไม่ดีกว่าเหรอ”

ดวงใจยิ้มแหย ถูกของเพื่อน หากใครต้องการคำปรึกษา คำพูดที่ออกจากปากเธอ ไม่แน่นักว่าจะช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ เพราะคำปรึกษาที่คิดว่าจะได้เพื่อช่วยให้ความทุกข์คลาย อาจกลายเป็นคำที่ยิ่งทำให้ช้ำใจก็เป็นได้

“ดวงไม่ใจดีอย่างฝนนี่”

จึงแย้ง

“ฝนก็ไม่ใช่คนใจดีนักหรอกจ๊ะ”

สายฝนแจง

“ฝนแค่รู้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ เราเลือกที่จะสุขหรือทุกข์ก็ได้ และรู้ว่าเรามีความสุขจากอะไรได้บ้าง หากเราให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเรา บางที เราอาจจะอยู่ไม่เป็นสุข แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับความสุขของคนอื่น เรานอกจากจะสุขอยู่ได้แล้ว ความสุขยังยิ่งทบเท่าทวีคูณแถมไม่กลับกลายเป็นทุกข์ภายหลังด้วย เพราะนอกจากเราจะสุขที่สามารถเอาชนะใจเราที่เอาชนะได้ยากที่สุดแล้ว คนรอบข้างก็สุขถ้วนทั่ว เสมอหน้ากันทุกคน”

ยิ้มของสายฝนยังคงสดใส

“น้องดีจะมีน้องใหม่ น้องที่แม่เค้ามีให้ไม่ได้ เขาทั้งสองจะเล่นด้วยกัน สนุกด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน ฝนเองก็จะช่วยปั้นดูแลลูกทุกคน เพื่อปั้นจะได้สบายใจว่าเด็กๆได้รับการเอาใจใส่ ได้รับการอบรม ปั้นก็จะไม่มีเรื่องของเมียสองคนมาเป็นเรื่องชวนทะเลาะให้ปวดหัว ทำงานของเขาไปได้อย่างเต็มที่ ส่วนน้องคนนั้น ก็จะเห็นฝนเป็นพี่ เห็นน้องดีเป็นลูก ช่วยทำให้ในสิ่งที่ฝนขาด ในสิ่งที่ฝนทำไม่ได้ ฝนก็แค่รู้ว่าความสุขของฝนอยู่ที่ไหน ฝนควรให้ความสำคัญกับความสุขในรูปแบบใดมากกว่ากันเท่านั้นเองจ๊ะ”

“แล้วฝนไม่กลัวว่าทรัพย์สินที่ปั้นหามาจะถูกแบ่งไปเหรอจ๊ะ”

ดวงใจยังกังวลแทนเพื่อน

“ทรัพย์สินน่ะหาได้ก็หมดได้ ดูแต่ร้านฝนซี เคยได้กำไรตั้งเท่าไหร่ สุดท้ายยังต้องปิดตัวลงเลย แต่ความสุขที่ยั่งยืนซีจ๊ะ สำคัญกว่าทรัพย์สินมากมายนัก”

สายฝนแก้ไขความกังวลให้ดวงใจ

“อีกอย่าง ถ้าเราพอใจในสิ่งที่เรามีแล้ว เราก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ถึงไม่มีมากมาย เราก็ไม่รู้สึกว่าเราจนจ๊ะ”

ดวงใจยิ้มให้ ความคลางแคลงในใจสลายไปจนหมดสิ้น สองสาวจึงส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

สักพัก สายฝนจึงพูดเตือน

“เราไปหาน้องเค้ากันเถอะ ฝนอยากเอาของพวกนี้ไปให้ลูกสาวคนใหม่ของฝน”

ก่อนจะพยักหน้า และลุกไปลูบหลังไหล่ลูกรักที่เล่นสนุกตามลำพังบนชิงช้า


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ศิลป์ - ธรรม



ความเห็น (0)