แลกเปลี่ยนเรียนรู้..กับครูมะเดื่อ

เรือโคลงเคลง เอียงซ้ายเอียงขวา ผมพายเรือเดินหน้าถอยหลัง เพื่อเลื่อนไม้ไผ่ลงปักในน้ำ งานนี้..หนักไม้ หนักแรง และตอนนี้หนักใจมาก เอาไม่อยู่แล้ว ไม้ไม่ยอมเลื่อนลงไปปักใต้น้ำ..ผมอยากบอกพี่ชายที่อยู่บนฝั่งเหลือเกินว่า...พี่ครับ..ผมไม่ไหวแล้ว...

ผมแทบจะไม่ต้องแนะนำ..ครูมะเดื่อ..แห่งโกทูโนว์..เพราะเป็นรู้จักกันดีในพื้นที่กว้างใหญ่ แห่งนี้..พื้นที่ที่สั่งสมประสบการณ์ ตำนานความรู้ ที่อุดมด้วยปัญญา..ที่มีพี่ครูมะเดื่อ ร่วมคิดร่วมเขียนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เขียนตั้งแต่ลูกบิด จนมาเป็น"กลอน" จากบันทึกธรรมดา เปลี่ยนเป็น เขียนไปบ่นไป..จนทุกวันนี้..มีเรื่องสั้นวางแผงแล้ว..หาอ่านได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป...

วันนี้..เมื่อหกชั่วโมงที่ผ่านมา..ครูมะเดื่อ..กับครอบครัว..ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก และคุณหลานชายผู้น่ารัก จากเมืองสามอ่าว ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางตั้งแต่ตีสี่..ขับขี่รถเก๋งกินลมชมวิว มาถึงเมืองเลาขวัญ ณ บ้านหนองผือเก้าโมงเช้า ซึ่งเป็นช่างเวลาที่ผมถึงโรงเรียนพอดี..

ครูมะเดื่อมีของฝากโรงเรียน..ที่เด็กเห็นแล้วต้องชื่นชอบและประทับใจ..ครูมอบหนังสือให้ห้องสมุดหลายลัง มีทั้งบันเทิงคดี สารคดี มีทั้งพ๊อคเก็ตบุ๊คและนิตยสาร ส่วนแฟนของครู..รู้ใจผม..หยิบยื่นของฝากที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน..นั่นคือ..พด.๑ ถึง พด.๖ เป็นสารเร่งสำหรับกิจกรรมทำปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพ ..ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำคัญยิ่งของโรงเรียนหลังเล็กแห่งนี้

สองชั่วโมง..ที่ครูมะเดื่อไม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า สมกับเป็นครูมืออาชีพ..ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การสอนแบบที่ต้องใช้ DLIT..ที่เติบโตต่อยอดมาจาก DLTV แถมด้วยงานทักษะฝีมือที่ครูหนองผือ สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ได้ตัวอย่างผลงาน นำไปใช้จัดการเรียนการสอน กพอ.ต่อยอดให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข..และสร้างสรรค์สู่อาชีพได้ ทั้งที่เป็นงานดอกไม้กระดาษ และปั้นเศษกระดาษให้เป็นรูปสัตว์..(ยีราฟ)

ผมให้ครูเรียนรู้กับครู..ที่เดินทางมาจากแดนไกล ผมไปช่วยนักเรียนจัดสวนหย่อม..และรดน้ำต้นไม้ วันนี้รู้สึกสงสารนักเรียน ที่มาช่วยงานเกษตร ผมเลยให้ช่วยรดเฉพาะแปลงผักบุ้งจีนและแตงกวาที่ปลูกใหม่..ที่เหลือ..ต้องพึ่งพาและรอคอยฝนจากฟ้า..ที่อาจจะตกลงมาในตอนเย็น

ผมให้นักเรียนกลับบ้านไปก่อน..ครูจะหาวิธีซ่อมเครื่องปั๊มน้ำ สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าทำไม..สองวันแล้ว จึงปั๊มน้ำไม่ขึ้น สปริงเกอร์ก็เลยไม่ทำงาน ผืนดินในแปลงนาจึงแหกผากพอๆกับหัวใจผม..ที่มองท่อส่งน้ำอย่างเหนื่อยใจเหมือนกัน

ตัดสินใจ..เดินไปบอกปัญหาระบบน้ำ..ให้พี่ชาย(แฟนครูมะเดื่อ)ได้รับรู้..แล้วผมก็รับฟัง..วิธีการแก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน..จากนั้นไม่รอช้า..ลงมือทันที..เมื่อพี่เขาบอกว่า..หัวกระโหลกที่อยู่ใต้น้ำ สงสัยว่าจะจมลงไปในเลน หรือไม่ก็มีเศษใบไม้เข้าไปอุดตัน

ผมลงเรือเร็วสีส้ม ที่ชื่อ..ฝอยทอง..ไม้พายไม่มี เลยเอามือราน้ำไปเรื่อยๆจนถึงปลายท่อแป๊บที่อยู่เหนือน้ำ พยายามยกท่อขึ้นมาเพื่อจะดูปลายท่อ ที่มีกระโหลกทองเหลือง ..ออกแรงเต็มเหนี่ยว แต่ยกไม่ขึ้น พี่ชายตะโกนบอก..ผอ.แก้เชือกที่พันออกก่อน...ผมมองไปที่เชือกที่พันท่อแป๊บกับไม้ไผ่...เออ..จริงด้วยสิ มิน่าถึงยกไม่ขึ้นเลย...

ออกแรงอีกครั้ง..เหงื่อออกท่วมตัว เรือเอียงวูบวาบ..น้ำบริเวณนี้ลึกมากด้วย ครับ..ผมเริ่มกลัว แต่ยิ้มไว้ บอกพี่ที่อยู่บนฝั่ง...พี่ครับ ยกขึ้นแล้วทำไงต่อ...พี่บอกให้เขย่าแรงๆ ..จากนั้นผมเห็นพี่เดินไปเปิดสวิทซ์ไฟ เสียงเครื่องดังตึก ตึก..เสียงนี้ผมคุ้นมาก ล้อฟรีอีกแล้ว และน้ำก็ไม่ไหลขึ้นไปบนแท๊ง..เงียบสนิท..ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว

พี่ชายบอกรอเดี๋ยว ผมรออยู่ในเรือ พี่กลับมาพร้อมไม้ไผ่ลำยาวสองลำ ผูกปลายไม้แล้วให้ผมลากไปวางบนเรือ จุดประสงค์ของพี่ ต้องการให้ผมปักไม้ไผ่ยาวลงไปในน้ำ แล้วเอาท่อแป๊บขึ้นมาวางแขวนไว้ เพื่อไม่ให้กระโหลกอยู่ใต้น้ำมากเกินไป...

เรือโคลงเคลง เอียงซ้ายเอียงขวา ผมพายเรือเดินหน้าถอยหลัง เพื่อเลื่อนไม้ไผ่ลงปักในน้ำ งานนี้..หนักไม้ หนักแรง และตอนนี้หนักใจมาก เอาไม่อยู่แล้ว ไม้ไม่ยอมเลื่อนลงไปปักใต้น้ำ..ผมอยากบอกพี่ชายที่อยู่บนฝั่งเหลือเกินว่า...พี่ครับ..ผมไม่ไหวแล้ว...

ผมคิดในใจ..เหมือนพี่ชายจะได้ยิน..พี่เขาเดินจากไป แล้วกลับมาพร้อมนุ่งผ้าขาวม้ามาด้วย ผมยิ้มหน้าบาน รีบพายเรือไปรับ ใจชื้นขึ้นทันที..วันนี้..ที่รอคอย..เหมือนพระมาโปรดแท้ๆ..

พี่ชายกระโดดลงน้ำ..แล้วบอกว่า..น้ำลึกมาก จึงเอามือจับขอบเรือไว้ อีกมือหนึ่งดึงท่อแป๊บขึ้นมา แล้ววางพาดบนเรือ ผมเห็นหัวกระโหลกทองเหลือง ที่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดันน้ำขึ้น พี่ชายให้หมุนออก พอชิ้นส่วนของกระโหลกหมุนออกจากตัวท่อแล้ว ก็ทราบได้ทีนทีว่า มันเสียแล้ว มีรอยรั่วและลูกยางก็เสื่อมสภาพ

พี่ชาย..ยกท่อแป๊บให้พ้นจากขอบเรือ พันด้วยเชือกไว้กับไม้ไผ่..ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมซ่อมแซม เพียงแค่ซื้อหัวกระโหลกใหม่ เปลี่ยนจากทองเหลืองเป็นพลาสติค ก็เป็นอันใช้ได้ ผมตั้งใจจะซื้อเปลี่ยนพรุ่งนี้ วันนี้หมดเวลาแล้ว...

ผมต้องพาครูมะเดื่อ..วิทยากรสำคัญ แห่งบ้านหนองผือ พร้อมครอบครัว ไปรับประทานอาหารกลางวันในตลาดกับเพื่อนครู..ผู้ร่วมกระบวนการเรียนรู้มาตลอดเกือบสามชั่วโมง..ได้ความรู้เพียบ...

ครับ..วันนี้..ผมอยากบอกความในใจกับพี่ครูมะเดื่อว่า..ประทับใจพี่จริงๆ..บ่ายมากแล้ว..พี่ยังจะขับรถกลับอีกหรือ..ให้พักค้างที่รีสอร์ทก็ไม่ยอม..พี่กับครอบครัว..มีน้ำใจ ตั้งใจมาให้ความรู้แก่บุคลากรโรงเรียนขนาดเล็ก..แทนที่จะได้หยุดพักผ่อน..ขอบคุณ..ทุกถ้อยคำ..ที่ชื่นชมผม..ว่าเป็น ผอ.คนเก่ง..ประโยคสุดท้ายที่พี่บอกผม .."..ให้สู้และทำความดีเพื่อเด็กต่อไป มาถูกทางแล้ว..อย่าท้อถอย..."ขอบคุณนะครับ

ผมก็อยากบอกพี่ว่า..."พี่มาเยือนโรงเรียนผม ๓ ครั้งแล้ว ไม่ต้องมาอีกแล้วนะ..เพราะว่าครั้งหน้า ผมจะพาเพื่อนครูไปเที่ยวเมืองสามอ่าวบ้าง..ไม่มีความรู้ไปฝากพี่หรอก..นอกจากขอศึกษาดูงานโรงเรียนพี่ และทานอาหารทะเลรสชาติดี..ถ้าพี่ไม่ว่าอะไร..ปิดเทอมนี้ เจอกัน..."

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๘ สิงหาคม ๒๕๕๘






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

เยี่ยมจริงๆ ค่ะ

เขียนเมื่อ 

จะนับวันรอ.....รอต้อนรับคณะครูและ ผอ.คนเก่งแห่งบ้านหนองผือนะ

ยินดีพาทัวร์ทั่วเมืองสามอ่าว อยากไป ณ จุดใด ได้ทุกที่...ขอเพียงเที่ดียว..

" อย่าไปดูงานที่โรงเรียนพี่ ..ไม่พาไปเด็ดขาด... !! "

เขียนเมื่อ 

ดีมากเลยครับ