​การเมืองเรื่องบุหรี่

เรื่องนี้เกิดจากการล็อบบี้คน 3 คน คือ 1.คนที่อยู่ใกล้ตัวนายกรัฐมนตรี และชอบแอบอ้างว่าเป็นบัญชาจากนายกฯ 2.คนที่พยายามชงเรื่องนี้ 3.คนที่ทำงานเรื่องยาสูบ

การเมืองเรื่องบุหรี่

ต่อเนื่องจาก บันทึกที่แล้ว

“หมอหทัย” ใช้ ศักดิ์ศรีค้ำประกัน แฉบริษัทบุหรี่ข้ามชาติฟาดเงิน ล็อบบี้ 3 คน คนใกล้นายกฯ –คนชง-คนยาสูบ แก้ รธน.ภาษีบาป ฉะ พิรุธ สำคัญถึงขั้นต้องตราไว้ใน รธน. เผยล็อบบี้คือการติดสินบน วอน “ประยุทธ์” ช่วยด้วย

น.พ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถานบันส่งเสริมสุขภาพไทย กล่าวว่า การมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง ระบบงบประมาณภาษีบาป โดยให้ความสำคัญถึงขั้นนำไปตราไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความผิดปกติที่สะท้อนว่า มีเบื้องหลังชัดเจน สถานการณ์เช่นนี้คือกลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ ที่จะจัดการกับหน่วยงานที่ทำงานรณรงค์ ด้านบุหรี่ ด้วยการเริ่มจากเสนอให้ยกเลิกภาษีบาป เมื่อถูกเปิดเผยความจริงว่า การยกเลิกภาษีบาปเงินทุกบาท ทุกสตางค์ จะกลับคืนสู่บริษัทเหล้า บุหรี่ ก็พยายามให้ข้อมูลบิดเบือนว่าองค์กรอย่าง สสส. ตรวจสอบไม่ได้ ทั้งๆที่มีระบบตรวจสอบเข้มข้นเช่นเดียวกับระบบราชการ ซึ่งข้อเสนอที่จะให้หน่วยงานที่รับงบประมาณจากภาษีบาป ต้องขอความเห็นชอบจาก สส. สว. หรือสภาฯ คือการถอยหลังเข้าคลอง ผิดหลักการการใช้ภาษีบาปที่ทั่วโลกกระทำ เพราะการมีภาษีบาปนั้น เพื่อต้องการให้ปราศจากการแทรกแซง ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“ผมขอพูดโดยใช้ศักดิ์ศรีของผมเป็นประกันว่า เรื่องนี้เกิดจากการล็อบบี้คน 3 คน คือ 1.คนที่อยู่ใกล้ตัวนายกรัฐมนตรี และชอบแอบอ้างว่าเป็นบัญชาจากนายกฯ 2.คนที่พยายามชงเรื่องนี้ 3.คนที่ทำงานเรื่องยาสูบ ผมเชื่อว่า คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่ท่านไม่รู้ว่า บริษัทบุหรี่ข้ามชาติมันเลวร้ายแค่ไหน ผมยกตัวอย่างจากข้อเท็จจริงเลยว่า บริษัทบุหรี่ข้ามชาติรายเดียวมีรายได้ถึง 80 พันล้านเหรียญต่อปี หรือเกือบ 1 ใน 5 ของรายได้ทั้งปีที่ประเทศไทยได้คือ 373.3 พันล้านเหรียญ ลองคิดดูว่าเค้าจะมีทุนมหาศาลขนาดไหนเพื่อใช้ล็อบบี้ เฉพาะตัวเลขที่ตรวจสอบได้ในยุโรปบริษัทบุหรี่ใช้เงินล็อบบี้ แต่ละปีถึง 300 ล้านเหรียญ การล็อบบี้คือการติดสินบน แล้วในไทยตรวจสอบไม่ได้จะเป็นเงินเท่าไร” น.พ.หทัย กล่าว

น.พ.หทัย กล่าวอีกว่า การล็อบบี้เกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน หากองค์กรอย่าง สสส. ถูกตัดแขนตัดขา ไทยจะได้รับ ผลกระทบร้ายแรงในด้านสุขภาพจากสินค้าอันตรายทั้ง 2 ชนิดนี้ ดังนี้ 1.อัตราการสูบบุหรี่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้คนไทยจะเจ็บป่วยจาก 6 โรคร้ายแรง คือ โรคหัวใจหลอดเลือด โรคเส้นเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (ถุงลมโป่งพอง) โรคมะเร็งปอดและหลอดอาหาร โรคติดเชื้อในเด็ก และวัณโรค ซึ่งโรคเหล่านี้มีค่ารักษาสูงมาก รัฐบาลจะต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลหมดไปค่าใช้จ่ายรักษาสุขภาพของคนไทยที่เกิดจากบุหรี่แทนที่จะได้นำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาประเทศ 2.จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดจากการดื่มสุราจะเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินสินอย่างมาหาศาล ทั้งหมดนี้ เป็นผลกระทบร้ายแรงเพียงพอที่ผู้มีอำนาจพิจารณาตัดสินใจเรื่องนี้ จะคิดทบทวนการแก้ไขร่าง รธน. มาตรา 190 หรือไม่

“ผมขอความกรุณาท่านนายกฯ ขอให้ท่านช่วยพิจารณาทบทวนเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ภาษีบาป ทุกวันศุกร์พวกเราฟังท่านนายกฯ ปราศรัยเรื่องคืนความสุขให้คนไทย ผมชื่นชมท่าน ที่ท่านทำงานหนัก ทำงานเหนื่อยเพื่อให้คนไทยมีความเป็นอยู่มีความสุขมากขึ้น ปัญหาโหล่ยโท่ยหลายเรื่องที่คาราคาซังมาทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น เรื่องประมง เรื่องการบิน ท่านพยายามแก้ไข ผมขอละครับ อย่าสร้างความสะเทือนใจ สร้างความทุกข์ ให้กับคนไทย ด้วยการเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีบาปเลย” น.พ.หทัย กล่าว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการเมืองไทย



ความเห็น (0)