ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๖๒. นวัตกรรมแผนกำลังคนด้านสุขภาพ


นี่คือแผนกำลังคนที่เอาชุมชนเป็นฐาน ที่ผมเรียนรู้ระหว่างประชุมที่ สสส. เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ ร่วมกับ นพ. ดร. ฑิณกร โนรี แห่งสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพในสังกัด IHPP กับ นพ. ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผอ. สำนัก ๗ ของ สสส.

นพ. ฑิณกร ทำปริญญาเอกมาจาก London School of Hygiene and Tropical Medicine ด้านการวางแผนกำลังคน ด้านสุขภาพ เสนอ “แผนสนับสนุนการขับเคลื่อน การพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์” ที่ค่อนไปทางวิธีคิด อย่างเป็นวิชาการ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “แนวทางหลัก” (conventional) แต่ นพ. ชาญวิทย์ และ สสส. ได้สนับสนุนการขับเคลื่อน เชิงนวัตกรรม ในพื้นที่ระดับอำเภอและตำบล จำนวนมากมาย และเห็นผลกระทบด้านบวกต่อสุขภาวะของผู้คนในพื้นที่ อย่างชัดเจน จึงเสนอให้คิดภาพกำลังคนด้านสุขภาพ ตามแนวทางนวัตกรรมดังกล่าว

นวัตกรรมสองแนวมาบรรจบกันต่อหน้าต่อตาผม ทำให้ผมได้เรียนรู้ยิ่งยวด ว่าระบบสุขภาพไทยเรามีการพัฒนา นวัตกรรมก้าวหน้า ในลักษณะที่ผู้ทำงานในส่วนปลาย ทำงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน หรือระบบสุขภาพปฐมภูมิ จำนวนมากมาย ดังตัวอย่างที่คุณหมอชาญวิทย์เอามาให้ดูคือ ที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

เมื่อมีระบบสุขภาพชุมชน ก็สามารถนำเอามาเป็นฐานในการคิดกำลังคนในภาพรวมของประเทศได้ โดยผมชี้ว่า การคิดแบบนี้ยังไม่ครบ เพราะนี่เป็นเพียงส่วนของระบบสุขภาพปฐมภูมิ เรายังมีระดับทุติยภูมิ และระดับตติยภูมิด้วย

การคิดแผนกำลังคนตามแนวดั้งเดิม (conventional) กับตามแนวนวัตกรรมสุขภาพชุมชน แล้วนำมาบรรจบกัน จึงจะเป็นนวัตกรรมระดับโลก ที่ประเทศไทยเราน่าจะทำงานวิชาการด้านกำลังคน เผยแพร่แก่โลกได้ คิดอย่างนี้แล้วผมมีความสุข ยิ่งนัก

ประกอบกับก่อนหน้านั้นไม่ถึงชั่วโมง ผมให้สัมภาษณ์ ดร. นารีรัตน์ ผุดผ่อง กับคุณจุฑาทิพย์ มาตรอ มาหมาดๆ ในการวิจัยเรื่อง “การทบทวนระบบธรรมาภิบาลในด้านการวางแผนกำลังคนด้านสุขภาพเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ของระบบสุขภาพของประเทศไทย” โดยผมเสนอให้ทีมวิจัยไปหาอำเภอที่มีระบบสุขภาวะเข้มแข็ง เข้าไปศึกษาสภาพกำลังคน ด้านสุขภาพของอำเภอ ทำสัก ๒ - ๓ อำเภอ แล้วลองขยายตัวเลขเป็นของทั้งประเทศในส่วนกำลังคนของระบบสุขภาพปฐมภูมิ ผมทำนายว่า ข้อค้นพบอย่างหนึ่งคือ “ทุกคนเป็นบุคลากรสุขภาพ” คือมีการทำ selfcare และมีส่วนใน community care

ในภาพใหญ่จริงๆ สังคมไทยกำลังพัฒนาก้าวหน้าในลักษณะของ “การพัฒนาจากฐาน” คือสร้างนวัตกรรมการพัฒนา ในระดับฐานล่าง สร้างสังคมฐานล่างให้เข้มแข็ง และวงการสุขภาพเป็นแกนนำขับเคลื่อนความเข้มแข็งของสังคมไทย จากฐานล่างนี้



วิจารณ์ พานิช

๑๒ มิ.ย. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

Yes absolutely: "...ในภาพใหญ่จริงๆ สังคมไทยกำลังพัฒนาก้าวหน้าในลักษณะของ “การพัฒนาจากฐาน” คือสร้างนวัตกรรมการพัฒนา ในระดับฐานล่าง สร้างสังคมฐานล่างให้เข้มแข็ง และวงการสุขภาพเป็นแกนนำขับเคลื่อนความเข้มแข็งของสังคมไทย จากฐานล่างนี้..."

And it means installing "healthy habits" ('good' environment, 'good' food, active life, 'purify the mind',...) in Thai culture.