นักเรียนอึดฉริยะ ในหลักสูตรการศึกษาสำเร็จรูป

นักเรียนที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนแบบหลักสูตรสำเร็จรูปต้องมีความอดทนสูง คือขยันท่อง ขยันจำ ทุกวิชาไม่ว่าจะเป็นวิชาที่ตนเองถนัดหรือไม่ ชอบหรือไม่ก็ต้องใส่ความอดทน ใช้ความขยัน อ่านซ้ำๆ ท่อง และกวดวิชาเพื่อทำเกรดดีๆ เพราะเราวัดผลการเรียนกันที่เกรดเฉลี่ย เท่านั้น ไม่ได้วัดทักษะอื่นๆเลยดังนั้น เกรดเฉลี่ย 4.00 คือสุดยอดความสำเร็จ ของการเรียนในหลักสูตรสำเร็จรูปแบบนี้ด้วยการวัดผลด้านเดียว ทำให้หลายโรงเรียน สรุปกันว่าเด็กที่สอบได้เกรดเฉลี่ยสูงๆคือเด็กที่มีพรสวรรค์เป็นเด็กอัจฉริยะซึ่งน่าจะเป็น อึดฉริยะ มากกว่า ทุกวันนี้มีการจัดห้องเรียนพิเศษ สำหรับเด็กที่มีเกรดเฉลี่ยสูงๆโดยเพิ่มเวลาเรียนซ้ำๆในเรื่องเดิมๆ และฝึกทำข้อสอบให้มากขึ้น ติวให้หนักขึ้น แล้วเรียกห้องเรียนแบบนี้ว่า ห้องพรสวรรค์ หรือห้อง Gifted เพื่อสร้างเด็กอัจฉริยะห้องกิฟเตด ได้แพร่หลายไปทั่ว จนกลายเป็นเรื่อง ธรรมดาของหลายโรงเรียน ความจริงแล้ว เด็กที่เป็นเด็กอัจฉริยะ คงไม่ต้องการห้องเรียนแบบนี้เพราะถ้าเขามีอัจฉริยะด้านการเรียน เขาจะเรียนได้เร็วกว่าหลักสูตร แน่นอนเราจะเห็นตัวอย่าง เด็กอัจฉริยะทางการเรียนมากมายเช่น

คุณ เซเบอร์(Alia Sabur)เรียนจบปริญญาตรีตั้งแต่14ขวบ จบปริญญาเอกตอนอายุ16 และเริ่มสอนในมหาวิทยาลัย จากนั้นเธอทำผลงานวิชาการจนกลายเป็น ศาสตราจารย์ เมื่ออายุเพียง19 ปี เป็นศาสตราจารย์ ที่อายุน้อยที่สุดในโลก
นักเรียน อึดฉริยะ
เด็กชาย แจ๊ค (Jacob L.Barnett) เด็กที่ถูกการวัดผลในระบบหลักสูตรสำเร็จรูป ประเมินว่าเป็นผู้บกพร่องทางการเรียน เขาจึงออกจากโรงเรียนและศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ต่อมาเขาสามรถเข้าเรียนปริญญาโท ด้านฟิสิกส์ ในขณะที่อายุเพียง15ปี และด้วยอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์และควานตัมฟิสิกส์ เขาได้รับการคาดหมายว่าอาจจะเป็นผู้รับรางวัลโนเบิลที่อายุน้อยมาก
นักเรียน อึดฉริยะ
เทย์เลอร์ วิลสัน (Taylor Wilson) ใช้เวลาศึกษาเรื่องของนิวเคลียร์ฟิวชั่นมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบเขาทำระเบิดได้ ตั้งแต่อายุ 11และที่น่าทึ่งคือเขาสามารถสร้างเครื่องตรวจจับรังสีแบบที่ใช้ในงานความมั่นคงของอเมริกาได้สำเร็จในโรงรถที่บ้านเขาเอง เเทย์เลอร์ วิลสัน ใช้เงินไม่กี่ร้อยเหรียญทำมันสำเร็จตอนเขาอายุเพียง 14 ปีเขากลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อายุน้อยที่สุดในโลก

นี่แหละคือ ........... พรสวรรค์
เด็กอย่างนี้ ถ้ามาอยู่บ้านเรา คงได้เข้าไปเรียนในห้อง อึดฉริยะ แบบนี้แน่นอน


เราน่าจะมาทำความเข้าใจในเรื่อง พรสวรรค์ ของเด็กกันใหม่ น่าจะเกิดประโยชน์ต่อเด็กมากกว่า เพราะถ้าเด็กอัจฉริยะต้องไปอยู่ในระบบหลักสูตรสำเร็จรูป อัจฉริยภาพของเขาคงจะไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างที่ควรจะเป็นเราเองก็มีเด็กอัจฉริยะ มากมายถ้าไม่ต้องยึดติดกับหลักสูตรสำเร็จรูป เด็กเหล่านี้จะมีทางของเขาและสามารถรุ่งเรืองได้เห็นได้จากคนที่ประสบความสำเร็จด้านต่างๆเช่น



นักเรียน อึดฉริยะ

คุณนุสรา ต้อมคำ นักวอลเล่ย์ มือเซตอันดับหนึ่งของโลกซึ่งค้นพบตนเองตั้งแต่อายุยังน้อยและก็มุ่งหน้า จริงจังกับความฝัน ของเธอ นี่แหละอัจฉริยะ

นักเรียน อึดฉริยะ
คุณธงชัย ใจดี นักกอลฟ์อาชีพระดับโลกของไทยปัจจุบันเป็นมือหนึ่งของเอเซียนี่ก็อัจฉริยะตัวจริง

นักเรียน อึดฉริยะ นักเรียน อึดฉริยะ
คุณฝน ประสานสุข วีระสุนทรคนไทยคนแรกที่รับรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์เรื่อง Frozenก็เป็นอีกคนที่ นับได้ว่ามีอัจฉริยภาพ เกินกว่าหลักสูตรสำเร็จรูปจะสร้างได้

บุคคลเหล่านี้ โชคดีที่ค้นพบตนเอง และหันหลังให้หลักสูตรสำเร็จรูปแล้วมุ่งเดินตามทางของตนเอง

ความจริงแล้ว เด็กที่มีพรสวรรค์ของเรามีอยู่ทั่วไป ด้านกีฬา ดนตรี พูด คิด เขียน เขาน่าจะได้รับการสนับสนุนตามศักยภาพ ของเขานักวอลเลย์บอล นักฟุตบอลนักดนตรี นักสร้างงานแอนิเมชั่น นักสร้างเกมส์ นักพูด นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ เด็กที่มีศักยภาพด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ น่าจะได้รับการจัดการ การดูแล เพื่อส่งเสริมศักยภาพหรือพรสวรรค์ของเขา เช่นเด็กเหล่านี้ อาจจะไม่ต้องเรียนให้ดีเลิศทั้ง 8 สาระการเรียนรู้ แต่จัดเป็นกรณีพิเศษโดยให้เรียนเฉพาะวิชาที่สำคัญต่อตัวเขาจริงๆเท่านั้นวิชาใดตัดได้ก็ควรตัด เพื่อให้เขาได้มีเวลาทุ่มเทกับการพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างเต็มที่ ส่วนต่อไปถ้าเขาสนใจจะเรียนอะไร ก็สามารถเรียนรู้ได้ภายหลังได้เรื่องของกฎระเบียบโรงเรียนก็ควรให้มีการยกเว้น หรือยืดหยุ่นให้กับเด็กที่มีพรสวรรค์ เหล่านี้ ทั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้เขาได้พัฒนาตนเองอย่างเหมาะสม เช่นเด็กที่เป็นนักร้อง นักดนตรี หรือนักแสดงอาจต้องลาเรียนเพื่อไปออกงานแสดงดนตรีเด็กที่เป็นนักกีฬา อาจต้องใช้เวลาเรียนไปแข่ง หรือซ้อมกีฬาน่าเสียดายที่ เด็กของเราจำนวนมากยังคงวิ่งแข่งกันไปบนลู่เล็กๆวิ่งแข่งกันไปแบบไม่มีเป้าหมายอะไรนอกจากการทำคะแนนสอบให้ดีที่สุดเพราะยังไม่มองไม่เห็นเป้าหมายบางคนเรียนมหาวิทยาลัย จนกระทั่งถึงปีสองปีสาม ยังหาเป้าหมายไม่เจอหลายคนจบปริญญาตรี แบบมึนๆ เพราะถนัดทำแต่ข้อสอบส่วนอนาคตยัง งง งง


-----เพราะการค้นพบตนเอง คือจุดเริ่มต้นของความสำเร้จ-----

ติดตามอ่านเรื่องอื่นๆได้ที่ FB: Mind JSfutureclassroom


ขอบคุณและรูปภาพจาก PocketBook เส้นทางสู่อนาคต โดยอาจารย์วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ และคุณปรัชญาพร วรนันท์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การค้นหาตนเอง



ความเห็น (0)