"ไอ้หมาจิ้ม" อยู่คู่บ้านมา ๑๐ ปี แต่อายุของมันมากกว่านั้น

๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ "ไอ้หมาจิ้ม" ไม่กินอาหารเม็ด
ไม่กินปลาทูน่ากระป๋องในน้ำแร่ เห็นกินแต่น้ำ

เย็นนี้รีบกลับมาจากมหาวิทยาลัย
เพื่อพาไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ บริเวณอำเภอ
เนื่องจากคลินิคประจำไม่เปิด



"ไอ้หมาจิ้ม" น้ำหนักลงไปเยอะมาก
จาก ๔ กิโล เหลือแค่ ๒.๗๕ กิโล



คุณหมอตัดสินใจตรวจเลือด
เพราะอาการที่ไม่กินอาหาร กินแต่น้ำ
เกรงว่าจะเป็นพวกโรคเกี่ยวกับไต หรือ ตับ

คุณหมอเจาะเลือดที่เส้นเลือด
บริเวณขาหลังด้านซ้าย
แต่เนื่องจากร่างกายมันซูบผอมมาก
จึงต้องเค้น ต้องคั้นอย่างมาก

รู้สึกสงสารมันมาก



หลังจากนั้นคุณหมอก็รอตรวจผลเลือดเลย
เพราะโรงพยาบาลนี้มีอุปกรณ์ค่อนข้างครบ



ผลปรากฎว่า

ภาวะไตกับตับยังไม่ต้องห่วง
แต่เกล็ดเลือดต่ำ โลหิตจาง
และหมอเกรงว่า มันจะอาจจะมีติดเชื้อ
พยาธิในเส้นเลือด
ที่อาจติดจากแมวตัวอื่นมา



หมอให้น้ำเกลือทางใต้ผิวหนัง
และให้ยามากิน โดยผ่านสลิงค์
พร้อมอาหารสำหรับสัตว์ป่วย
เช้า และ เย็น จำนวน ๑๐ วัน

และหากมีอาเจียนต้องพากลับด่วน

แล้วตะกี้ก็มีอาเจียนเอายาออกมาหมด

เฮ้อ !!!


ปัญหา คือ ที่บ้านไม่มีใครดูแลมัน
ถ้าผมต้องออกไปทำงาน

มันต้องให้อาหารและยาให้ตรงเวลา
หมอให้ขังไว้ในบ้าน
แต่ก็ยากที่จะทำ
หมอเกรงว่า จะหาตัวมันไม่เจอ


ข้อดีของการเลี้ยงสัตว์ คือ
ทำให้เรารู้จักความเมตตาที่มีต่อสัตว์โลก
มันเป็นเพื่อนของเรา แก้เหงาให้เราได้

แต่สิ่งที่ยากจะทำใจได้คือ

ตอนที่มันเจ็บป่วย ไม่สบาย
หรือจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับ

อันนี้ยากที่จะทำใจจริง ๆ


แค่เอาไปหาหมอวันนี้
ก็รู้สึกสงสารมันจับใจแล้ว

จนรู้สึกว่า ปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น
มันเบาลงไปเลย


ในอนาคตก็คงไม่อยากจะเลี้ยงสัตว์อีก
เพราะเรื่องการทำใจนี่แหละ

เลี้ยงมัน ก็รักมัน
ผูกพันกัน


สัตว์มันก็มีหัวใจ
ใครไม่รัก ก็อย่าเลี้ยง
หรือปล่อยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ

หากจะเลี้ยงต้องดูแลให้ดีที่สุด

ไม่ต่างจากคนที่เรารัก
ที่ต้องทำให้ดีที่สุดเช่นกัน

ขอบคุณมากครับ



บ้านปลายดอย ณ หางดง
เชียงใหม่
๑๔ ก.ค.๕๘
๒๒.๕๓ น.