อุมเราะฮ์ และฮัจญ์แบบตะมัตตู้อ์

อุมเราะฮ์ และฮัจญ์แบบตะมัตตู้อ์

بِـــسْــــــمِ اللَّهِ الرَّحْمَانِ الرَّحِــيْــمِ

สรุปขั้นตอนอุมเราะฮ์ (และหรือ ควบรวมฮัจญ์แบบตะมัตตู้อ์)

  • เหนียต คือ ความตั้งใจ ก็มีมาตั้งแต่คิดไปแจ้งความจำนงกับแซะห์แล้ว ไม่ได้ละเมอไปหาแซะห์ จากบ้าน ก่อนออกเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ อาบน้ำญะนาบะห์ (ยกหะดัสใหญ่) เพื่อจะครองอี้หะรอม (จดเอาเลขประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลัก ติดตัวไว้ด้วย เพื่อใช้เข้ารักษาพยาบาลจากหมอไทย)
  • ครองอี้หะรอมจากสนามบินที่ไปแวะพัก (Transit) เช่นสนามบินอัมมาน (จอร์แดน), (มานะมา) บะห์เรน, อามิเรต, มัสกัต (โอมาน), ไคโร (อิยิปต์) ละหมาดครองอี้หะรอม 2 เราะกะอัตที่สนามบินที่เราแวะพัก และละหมาดฟัรดูแบบย่อและรวม (กอศ็อร และ ญัมอะห์ ในวันเดินทาง)
  • ฏอวาฟ (ผ้าอี้หะรอม ห่มแบบสไบเฉียง) ถึงมักกะห์พักผ่อนหายเหนื่อยแล้ว ให้เข้ามัสญิดิลหะรอม ทำการฏอวาฟอุมเราะฮ์
    • เริ่มฏอวาฟที่มุมหินดำ ก่อนตอวาฟสำรวจผ้าอี้หะรอมว่าห่มแบบสไบเฉียงหรือไม่ ต้องห่มแบบสไบเฉียง ตักบีรยกมือขวา (หรือทั้งสองมือ) ขึ้นระดับไหล่ เอาฝ่ามือออกไปข้างหน้า แล้วตักบีรว่า บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร วะ ลิลลา ฮิลฮัมด์ ตอวาฟทั้งหมด 7 รอบ เดินเวียนซ้าย (เอาไหล่ซ้ายเข้าหากะอะบะห์) (ก่อนจะเข้า ฏอวาฟ ควรเดินหาซื้อลูกตัสบีหะห์เล็กๆ สำหรับตอวาฟ มีเจ็ดเม็ด ห่วงสวมเข้านิ้วพอดีๆ (รูปด้านล่าง)
  • ไปละหมาด 2 เราะกะอัต ที่บริเวณหลังมะก่อมอิบรอฮีม หรือคนแน่นมากก็เลยขึ้นไปบนมัสญิดก็ได้
    ก่อนละหมาด ต้องเปลี่ยนการห่มอี้หะรอมเป็นแบบ ปิดหมดสองไหล่ ละหมาดเสร็จแล้ว แวะหาดื่มน้ำซัมซัมก่อน แล้วเดินไปทางสะอา ไปที่เขาศอฟาก่อน
  • เดินไปทางสะอา ไปที่เขาศอฟาก่อน ยืนหันหน้าไปกะอะบะห์ ยกมือเหมือนตักบีร แล้วกล่าว บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร วะ ลิลลา ฮิลฮัมด์ เดินไปเขามัรวะห์ เป็นการเดินหนึ่งเที่ยว ต้องเดินทั้งหมด เจ็ดเที่ยว (ไม่ใช่รอบ)
    พอมาถึงเขามัรวะห์ก็ หันหน้าไปกะอะบะห์ ยกมือเหมือนตักบีร บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร วะ ลิลลา ฮิลฮัมด์
  • ตะฮัลลุ้ล ถ้าทำฮัจญ์อย่างเดียว ผู้ชายโกนหัวได้เลย (ผู้หญิงใช้ตัดผมเป็นกระจุกๆ สามกระจุก)
    แต่ถ้าทำอุมเราะฮ์และจะทำฮัจญ์แบบ ตะมัตตุอะ ให้ขริบผมอย่างน้อยสามเส้น หรือเอากรรไกรตัด ฉึบ ฉึบ ฉึบ 3 ที ก็เป็นอันเสร็จพิธีอุมเราะฮ์ที่สมบูรณ์แล้ว
    (ทั้งในมักกะห์และทุ่งมีนามีปลั๊กไฟฟ้า 220โวลท์ให้ใช้ แต่ต้องเตรียมสายพ่วงไปกันด้วย เพราะจะมีมือถือไปทุกคน เต้าเสียบที่ โรงแรมและทุ่งมีนาไม่พอใช้)


Figure 1 ใบตรวจโรค สนง.แพทย์ไทยซึ่งต้องใช้เลข13หลักบัตร ปชช.


Figure 2 ตึกหมอไทยอยู่เยื้องๆ มัสญิดญิน ถนนมัสญิดหะร็อม


Figure 3 แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานแพทย์ไทยในมักกะห์


Figure 4 การครองอี้หะรอม สำหรับตอวาฟ และสำหรับละหมาด
Left Ihram for Tawaf, Right for prayer(Salat)

มาถึงมุมที่ 4 อ่าน
رَبَّنا آتِنا في الدُّنيا حَسَنَةً، وفي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنا عَذَابَ النّار
“ร็อบ บะนา อะตีนา ฟิดดุนยา หะซะนะห์ วะ ฟิล อาคิเราะต์ หะซะนะห์ วะ กีนา อาดาบัล นาร”
โอ้พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา โปรดประทานสิ่งดีงามให้แก่พวกเรา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า และขอให้พ้นจากการลงโทษด้วยไฟนรกด้วยเทอญ แล้วอ่านซูเราะห์อื่นๆ ขออภัยโทษมากๆ
มาถึงมุมที่หนึ่ง (มุมหินดำ) ก็ทำการตักบีรอีกว่า บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร อัลลอฮุ อักบัร วะ ลิลลา ฮิลฮัมด์ (การนับรอบนั้นส่วนใหญ่จะนับหลง แต่ต้องมั่นใจว่าเจ็ดรอบจริงๆ ไม่แน่ใจตอวาฟเพิ่มไป ตามทางเดินมา มัสญิดหะรอม ฤดูฮัจญ์จะมีคนมานั่งขาย ลูกตัสบีหะ พวงเล็กๆ มีเจ็ดเม็ด พวงละ 2-3 ริยาล ไม่แพง ดีกว่านับรอบขาดๆ ไป) ตอวาฟครบเจ็ดรอบแล้ว

พิธีฮัจญ์ (ก่อนไปค้างคืนที่มีนา อย่าลืมซื้อ
1. เสื่อพลาสติกไปปูนอนที่มีนาและที่มุซดาลิฟะห์ด้วย และอย่าลืมซื้อ
2. มีดโกนยิลเลตต์ เอาไว้ไปโกนหัววันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ ”วันอีด ขว้างเสาหินวันแรก”) ซื้อใบมีดไปหลายๆ อัน แบ่งๆ กันโกน ใบหนึ่งโกนได้สองสามหัวก็ทื่อแล้ว(หมดคม)

Figure 5มีดโกนสำหรับโกนหัววันอีดิลอัฏฮา(วันแรกที่ขว้างเสาหินต้นใหญ่)

พิธีกรรมฮัจญ์

  1. บ่ายหลังอัศรีแล้วของวันที่ 7 ซุลฮิจญะห์ อาบน้ำญะนาบะห์เพื่อครองอี้หะรอมฮัจญ์ เหนียตครองอี้หะรอมฮัจญ์แบบตะมัตตุอะ คอยรถมารับไปทุ่งมีนา เพื่อมะบัยต์ (مَبَيْتُ พักค้างแรมที่ทุ่งมีนา ในวันที่ 8 ซุลฮิจญะห์)
  2. เช้าวันที่ 9 ซุลฮิจญะห์ เป็นวันวุกุฟ จะมีรถมารับไปทุ่งอะรอฟาต (อย่าลืมเอาเสื่อไปด้วย) เที่ยงกว่าๆ อะซานดุฮรี ละหมาดย่อ (กอซ็อร) รวมต้น (ญะมะอ์ตักดีม) อิกอมะต์ดุฮรีแล้วละหมาดย่อดุฮรี 2 เราะกะอัต ให้สลามแล้ว ลุกขึ้นอิกอมะต์อัสรี ละหมาดย่ออัสรี 2 เราะกะอัต ให้สลามแล้ว เสร็จสิ้นแล้ว เข้าพิธีวุกุฟ อ่านดุอาอ์มากๆ ไม่พูด ไม่คุย ไม่ทำอะไรที่เป็นการเพ้อเจ้อ
    ถึงเวลาอัสรีไม่ต้องละหมาดอัสรีแล้ว เพราะละหมาดไปแล้ว (มีคนหลงผิดละหมาดอัสรีอีก)
    อย่าลืมตุนน้ำดื่มไว้มากหน่อยไปมุซดาลิฟะห์ ที่นั่นไม่มีน้ำดื่ม
  3. เข้าเวลามักริบ ห้ามละหมาดมักริบที่ทุ่งอะรอฟาต ยังคงขอดุอาอ์ไปเรื่อยก่อน รอเวลารถมารับไป มุซดาลิฟะห์
  4. ถึงมีนาแล้วไปขว้างเสาหินต้นใหญ่ (ต้นที่สาม) ก่อนขว้างกล่าว บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุ อักบัร ทุกๆ ก้อน (รับมอบอำนาจการขว้างเสาหินแทนกันได้ แต่ต้องขว้างของตนหมดเจ็ดก้อนก่อน แล้วเริมนับ 1 ของผู้มอบอำนาจ)
  5. เชือดดัม (มอบอำนาจให้แซะห์จัดจ้างเชือดให้เสียค่าดัม คนละ 500 รียาล(5,000บาท)
  6. กลับที่พักมีนา โกนหัวได้ (ตะฮัลลุล) เปลื้องผ้าอี้หะรอมได้ ค้างคืนที่มีนา อีกสามคืน 11-12-13 เป็นวันตัชรีก ไปขว้างเสาหินหลังดุฮรีทั้งสามวัน แต่ . . . วันที่13 เช้ารีบเก็บสัมภาระเข้ากระเป๋าพร้อมเดินทางกลับมักกะห์ รีบไปรอเวลาดุฮรีที่เสาหิน ได้เวลาดุฮรี (จะได้ยินเสียงอะซาน) รีบขว้างเสาหิน แล้วรีบกลับเต้นท์ รถจะมารอรับเข้ามักกะห์ ก่อนตะวันตกดิน (ในวันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ วันกลับจากมุซดาลิฟะห์ถึงมีนาขว้างเสาหินต้นใหญ่แล้ว บางคนจะเดินเข้ามักกะห์ ไปตอวาฟ สะอา ฮัจญ์ กันให้หมดภาระเลย ระยะทางประมาณ 4-5กิโลเมตร)

Figure 6 ทิวทัศน์ทุ่งมีนา


Figure 7 บรรยากาศทุ่งอะรอฟาต

Figure 8 บรรยากาศมักริบทุ่งอะรอฟาต ห้ามละหมาดมักริบที่นี่

เมื่อมาถึงมุซดาลิฟะห์ ให้เลยเวลาอิชาอ์ไปก่อนค่อยละหมาดมักริบ เต็มสามเราะกะอัตและละหมาดอิชาอ์ ย่อ สองเราะกะอัต (ย่อและรวมหลังญะมะอ์ ตะอ์คีร) เก็บลูกกรวด 70 เม็ด ลูกไม่ต้องใหญ่นักประมาณลูกมะเขือพวงหรือปลายนิ้วก้อย นอนพักผ่อน ผู้คนเบียดเสียดยัดเยียดกันมากที่มุซดาลิฟะห์นี้ แบ่งๆ ที่ ให้กันนอน ละหมาดฟัจรี(ซุบฮิ) แล้วจึงเคลื่อนขบวนกลับทุ่งมีนา ที่ทุ่งมุซดาลิฟะห์นี้เหม็นควันไอเสียรถบัส และเหม็นกลิ่นผ้าเบรกไหม้มาก อาจจะทำให้ฮุจญาจบางคนเจ็บป่วย ไอ, เจ็บคอ, หรืออาจมีน้ำมูกไหล สถานที่คับแคบ ต้องเผื่อแผ่กันนอน ประมาณหลังเที่ยงคืน รถบัสจะทยอยมารับกลับมีนา

Figure 9 มุซดาลิฟะห์ มองเห็นหอนาฬิกาขวามือลิบๆ บนไฟดวง2

เข้ามักกะห์มาแล้ว รีบหาโอกาสไปตอวาฟ สะอา ฮัจญ์กันเสียเลย จะได้หมดภาระ สำเร็จพิธีฮัจญ์อย่างสมบูรณ์แล้วหลังตอวาฟ สะอาฮัจญ์ เหลือแต่ ตอวาฟวะดาอ์ (เป็นสุนัต) ก่อนออกจากมักกะห์ วันสองวันหรือก่อนสามวันก็ได้
(หลังตอวาฟ สะอาฮัจญ์แล้ว สามีภรรยาร่วมเสพเมถุนกันได้)


กลับเข้ามักกะห์จากทุ่งมีนาวันที่ 13 ซุลฮิจญะห์ ตอวาฟ สะอาฮัจญ์เรียบร้อย หมั่นหาโอกาสไปทำอุมเราะฮ์เพิ่มขึ้นอีก มีมิก็อตใกล้ๆ คือมิก็อตตะนะอีม (มัสญิดอาอิชะห์) อยู่บนถนนสาย 15 มุ่งขึ้นทิศเหนือเบนไปตะวันตกนิดหน่อย ประมาณ 5กิโลเมตร และหมั่นไปตอวาฟสุนัตให้มากๆ ไหนๆก็เสียเงินเสียเวลามาแล้ว ไม่รู้จะได้มีโอกาสมาอีกเมื่อไร

เยี่ยมมหานคร มะดินะห์ มุนะวะเราะห์

اَلْمَدِيْنَةُ الْمُنَوَرَةُ زِيَارَة

Visit The Metropolis of Al Madinah Munawarah.

เรื่องการไปเยี่ยมมัสญิดนะบะวี มะดินะห์ มุนะวะเราะห์ บางแซะห์จะไปก่อน เข้ามักกะห์ บางแซะห์จะไปทีหลังจากมักกะห์ ก็ขอแนะนำสถานที่ในมหานครมะดินะห์ให้ทราบบ้าง

  • มัสญิดนะบะวี เข้าไปละหมาดฟัรดูให้ครบทุกวักตู และมีเวลาว่าง เข้าไปเยี่ยม “เราเดาะห์” คือบริเวณบ้านท่านนบีฯ และบริเวณเมี๊ยหร็อบท่านนบีฯ และมิมบัรท่านนบีฯ

แผนผังมัสญิดนะบะวี ส่วนเราะเดาะห์ และกุโบร์นบี
- ในสี่เหลี่ยมขอบดำขวามือ คือบริเวณบ้านท่านนบีฯ ที่อยู่กับอาอิชะห์ ห้องถัดไปข้างบน(ไม่มีรูป) เป็นบ้านอาลี บิน อบู ตอลิบ สามีนางฟาติมะห์(ลูกสาวนบี) สี่เหลี่ยมดำแคบๆ ยาวๆ 5 อัน 1, 2, และ3 คือ1.หลุมกุโบร์นบี, 2.หลุมกุโบร์อบู บักร, 3.หลุมกุโบร์อุมัร ยืนซะละวาตท่านนบีฯ และขอดุอาอ์ให้ทั้งสามท่านที่ประตู 2 นี้ (ประตู1 และ3 ไม่มีอะไร)
- ส่วนบริเวณเราเดาะห์ (رَوْضَة ทุ่งหญ้าเขียวขจี, สวนสวรรค์ พวกแซะห์จะเรียกบริเวณพรมเขียว) ให้ละหมาดสุนัตสองเราะกะอัตก็เพียงพอ เพราะผู้คนมาละหมาดกันเยอะมาก และพวกอินเดีย ปากีสตานจะนั่งขอดุอาอ์กันนานๆ เสร็จแล้วเดินออกจากเราเดาะห์ทางด้านเมี๊ยหร็อบนบีเลี้ยวซ้ายไปกุโบร์นบีฯ ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดี ก็เดินออกจากมัสญิดทางขวามือสุด ประตูมัสญิดที่ 41 (ประตูบาเกี๊ย بَقِيْعَ cemetery)
- วงกลม2 ชั้นเส้นประ วงใหญ่ คือรูปโดมเขียวบนหลังคามัสญิดนะบะวี
- ทิศกิบละต์คือทิศใต้ อยู่ทางด้านล่างรูป ด้านบนเป็นทิศเหนือ (กิบละต์เก่าแก่ ที่มัสญิดอัลอักศอ เยรูซาเล็ม)

ภาพขยายประตูกุโบร์ บานที่2 บานซ้ายมือกุบูรนบีฯ บานขวา ซีกซ้ายกุบูรอบูบักร บานขวาซีกขวา กุบูรอุมัร
(บาน 1 และบาน 3 ไม่มีอะไร ไม่ต้องหยุด)



  • มัสญิดอัลกุบาอ์ มัสญิดแห่งแรกของมุสลิม กุบาอ์ قُبَاء interval ที่ท่านนบีฯ ฮิจเราะห์กับท่านอบี บักร ในปี ฮ.ศ.ที่ 3

เมื่อท่านทั้งสองเดินทางมาถึงที่นี่ แล้วลงพักเหนื่อยจากการเดินทาง ประชาชนต่างมาต้อนรับหนาแน่น และประชาชนจะสร้างบ้านพักให้ในที่ดินของตน แต่ท่านนบีได้ตอบว่า “ถ้าอูฐมันลงนอนพักจุดไหน ท่านจะเอาจุดนั้นเป็นมัสญิด” เจ้าของที่ดินทั้งหลายก็พอใจกับการตัดสินใจของท่านนบีฯ เมื่ออูฐหยุดลงนอนพักที่ ที่เป็นมัสญิดปัจจุบัน ท่านนบีก็ร่วมกันสร้างมัสญิดด้วยดินและก้านอินทผาลัม และได้ใช้ละหมาดวันศุกร์ด้วย


  • เขาอุหุด اُحُدُ جَبَلُ สนามรบครั้งสำคัญของมุสลิม เกิดความสูญเสียศอฮาบะห์หลายท่าน และท่านเราะซูลลุลลอฮ์เองก็ถูกยิงด้วยธนูพระทนต์หัก ผู้ที่ชะหีดในสงครามครั้งนี้มีท่าน ฮัมซะห์ ลุงท่านนบีฯ ด้วย

  • มัสญิดกิบละตัยน์ مسْجِدِ الْقِبْلَتَيْنُ เป็นมัสญิดที่เดิมที กิบละต์ที่บัยตุ้ลมักดิส (เยรูซาเล็ม) กระทั่งอัลลอฮฺ ทรงแยกกิบละต์ออกจากยิว และนัศรอนี(คริสต์) ขณะที่ท่านนบีฯ กำลังละหมาดกันกับเหล่าศอฮาบะห์ ท่านนบีฯก็เดินจากมี้หร็อบเดิมไปด้านหลังแถวมะอ์มูม เหล่ามะอ์มูมทั้งหลายก็กลับหลังหันกันตาม แล้วละหมาดต่อไปจนจบ

  • มัสญิดซะบาอ์สมรภูมิคอนดัก สร้างเมื่อครั้งสงครามคอนดัก غزرة خَنْدَقُ มีทั้งหมดเจ็ด มัสญิด
    แผนที่แสดงสมรภูมิคอนดัก

  • มัสญิดอัลชะญะเราะห์ (ميقات ذُوْ الْحُلَيْفَةَ มีก็อตฮุลัยฟะห์) มีก็อตมัสญิด 10กิโลเมตร ถึงมัสญิดนะบะวี

  • มัสญิดอาลี บิน อบู ตอลิบ มัสญิดอบู บักร อัศศิดดิก มัสญิดเฆาะมามะห์

  • มัสญิดบิลาล

  • กุโบร์บะกี้อะ

  • พิพิธภัณฑ์สถานีรถไฟอัลฮิญาซ (اَلْحِجَازُ مَحْطَةُ قِطَارُ) สร้างเมื่อสมัยออโตมาน เรื่องอำนาจ สร้างต่อจาก ดามัสกัส (ซีเรีย) ถึงสถานี Izraa (ซีเรีย) แยกขวาออกไป Hayfa, Acer (ปาเลสไตน์)
    ส่วนสายใต้ลงมาที่ อัมมาน (เมืองหลวงจอร์แดน) ลงมาเมือง Ma’an (จอร์แดน) ลงมา Tabuk และ Mada’in Saleh และสิ้นสุดที่นครมะดินะห์ (ซาอุดิ) ระยะทางโดยประมาณ 1,500 กิโลเมตร

แผนที่แสดงสมรภูมิ บะดัร และสมรภูมิ

(บน) มัสญิดบะดัร

(บน) กุบูรทุ่งบะดัร

(บน) กุบูรทุ่งบะดัร بَدَرُ

บะดัร بَدَرُ เป็นสงครามแรก ของมุสลิมเมืองมะดินะห์ รบกับมุชริกีนมักกะห์ ผลคือฝ่ายมุสลิมชนะ


แผนที่แสดงที่ตั้งเมืองยิวค็อยบัร

สงครามค็อยบัรخَيْبَر เป็นสงครามหลังสงครามอุหุดที่ฝ่ายมุชริกีนมักกะห์พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงกับฝ่ายมุสลิม สงครามค็อยบัรเป็นสงครามกับ ยิว พวกยิวในนครมะดินะห์ที่มีอยู่อย่างมากมายหลายก๊ก หลายเผ่า ถูกกวาดต้อนจนหมด พวกที่อยู่ต่อในมะดินะห์ได้คือพวกที่ยอมรับอิสลามเท่านั้น สงครามค็อยบัร ไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ฝ่ายมุสลิม แต่ฝ่าย ยิวกลับสูญเสียกำลังพลไปมากมาย และถูกยึดเครื่องสัมภาระ สัตว์เลี้ยง สัตว์พาหนะ ทาสไว้หมด ปล่อยให้อพยพไปได้ด้วยเฉพาะเสบียงที่เพียงพอกับการเดินทาง เหตุที่ท่านนบีฯ ขับไล่พวกยิวให้ไปให้พ้นดินแดนทะเลทรายนี้เพราะยิวมักจะก่อกวนความสงบ จ้องจะสังหารท่านนบีฯ หน้าไหว้หลังหลอกว่า ยอมรับอิสลาม แต่บางครั้งก็สมคบคิดกระด้างกระเดื่องต่อกฎหมายอิสลาม


ภาพบนคือ ภาพถ่ายทางอากาศอาคารเสาหินทั้งสามต้น ที่ทางการซาอุดิ อาราเบียก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ฮุจญาจ ทุ่งมีนาจะถูกออกแบบให้เป็นโซน เช่นโซนเอเชีย โซนยุโรป โซนอเมริกา โซนแอฟริกา แต่ละโซนจะถูกบังคับให้เดินไปตามถนนและสะพานลอยที่กำหนดให้ พอมาถึงที่อาคารเสาหิน แต่ละถนนหรือสะพานลอยก็จะเข้าไปตามทางของแต่ละชั้นของอาคาร ไม่ปะปนคนแต่ละโซนกัน ซึ่งเป็นที่น่าพอใจมาก สามารถระบายฮุจญาจได้คราวละสองสามล้านคนได้ภายในช่วงเวลาเพียง 6 ชั่วโมง



เรียบเรียงโดยฮัจญีอิสมาอีล เพ็ญพันธ์ [email protected]

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน easyread



ความเห็น (0)