การไม่ยึดมั่น ถือมั่น ทำให้บางครั้งเรานำไปใชในทางที่ไม่ถูกต้อง
บางคนทำไม่สนใจในบ้านช่องห้องหอ บอกว่า...ผมไม่ยึดมั่นถือมั่น
บางคนบ้านเรือนทรุดโทรมจะพังมิพังแหล่ ไม่ยอมปรับปรุงซ่อมแซม บอกว่า..ชั่งมันเถอะ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นเลย
บางคนเราแนะนำให้ทำงานตามหน้าที่ให้เรียบร้อยถูกต้องและถูกระเบียบ ก็ได้รับคำตอบว่า...อย่าไปยึดมั่นให้มากเลย
ทำให้เราทุกข์เปล่าๆ ทำได้เท่าที่ทำ ปล่อยวางมั่ง...ว่าเข้านั่น
บางคนไม่สนใจในชีวิต ปล่อยปละละเลยไปตามเวรตามกรรม ไม่มีเป้าหมายในชีวิต อยู่ไปวัน ๆ ถามว่า..เป้าหมายของชีวิตคืออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า...ผมไม่ยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวางทุกสิ่งแล้ว..สาธุ
คำตอบต่าง ๆ ดังกล่าวทำให้เราต้องงุนงงว่า..การไม่ยึดมั่นถือมั่นคืออะไรกันแน่...
การไม่ทำหน้าที่ การปล่อยปละละเลยไม่่มีการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือน การอยู่อย่างไม่มีเป้าหมายของชีวิต
ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม การกระทำดังกล่าวคือ...การไม่ยึดมั่นถือมั่นเช่นนั้นหรือ...
คืนที่ผ่านมา ได้นั่งอ่านหนังสือคุณค่าของคน ของพระวรศักดิ์ วรธัมโม ท่านได้พูดถึงเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่นพอสรุปได้ว่า
...การไม่ยึดมั่นถือมั่น คือการที่เราไม่ไปยึดมั่นในเวทนาที่เกิดจากผัสสะต่าง ๆ ที่ทำให้จิตใจของเราปราศจากความประภัสสร
คือสภาพจิตเดิมของคนเรา มีความสะอาด สว่าง สงบ อยู่แล้ว เมื่อเราเข้าไปยึดมั่นถึอมั่นในเวทนา(ปรุงแต่ง)ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ก็จะทำให้จิตใจของเรามีความเศร้าหมอง ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาจากเวทนาต่าง ๆ ดังกล่าว...
ดังนั้น การกระทำของคนเราที่ปล่อยปละละเลยดังกล่าว ไม่ทำหน้าที่ ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ปล่อยให้ชีวิตอยู่ไปตามกรรม ไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ และไปทำนในสิ่งที่ไม่ควรทำ จึงเป็นคนละเรื่องกันกับ...การไม่ยึดมั่นถือมั่นในทางพระพุทธศาสนา...