พระมหาเจดีย์พุทธคยา (๒)

ไฉน
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ในปัจจุบันบริเวณมหาเจดีย์พุทธคยามีกำแพงล้อมรอบภายในเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าพื้นปกติประมาณ ๕ เมตร เหมือนหลุมขนาดใหญ่ เนื่องจากผ่านระยะเวลากว่าสองพันปี ดินและตะกอนจากแม่น้ำได้ทับถมจนพื้นที่ในบริเวณนี้สูงขึ้นกว่าในสมัยพุทธกาลหลายเมตร ทำให้ในปัจจุบันผู้ไปนมัสการสังเวชนียสถานแห่งนี้ต้องเดินลงบันไดกว่าหลายสิบขั้น เพื่อถึงระดับพื้นดินเดิมที่เป็นฐานที่ตั้งพุทธสถานโบราณ ผู้แสวงบุญจะเวียนประทักษิณสามรอบสวดพระพุทธคุณ ชาวพุทธทั่วไปชอบนำผ้ามาถวายเพื่อห่มองค์พระพุทธรูป ส่วนชาวศรีลังกาชอบนำพวงดอกดาวเรืองมาบูชาโดยโยงที่กำแพงองค์พระเจดีย์ โดยเฉพาะส่วนที่ล้อมรอบบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งมีพระแท่นวัชรอาสน์ที่ประทับนั่งตรัสรู้ที่โคนต้นด้วย

เมื่อกองทัพมุสลิมบุกเข้ามาโจมตีอินเดีย เข่นฆ่าชาวพุทธโดยเฉพาะพระสงฆ์ เป็นเหตุให้ชาวพุทธสูญสิ้นไปจากอินเดีย พุทธคยาจึงถูกปล่อยให้รกร้างไม่มีผู้คอยเฝ้าดูแลพันกว่าปี ประมาณ ปี พ.ศ.๒๑๐๐ มีนักบวชฮินดูในลัทธิ "มหันต์" เข้าครอบครอง และต่อเนื่องกันเรื่อยมาประมาณปี พ.ศ. ๒๔๑๗ พระเจ้ามินดง กษัตริย์แห่งสหภาพพม่า ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อบูรณะพระมหาเจดีย์พุทธคยา แรกนั้นรัฐบาลอินเดียได้ตอบอนุญาต แต่ในอีก 3 ปีต่อมา อินเดียถูกอังกฤษยึดครองได้ทั้งประเทศ จึงเป็นเหตุให้พม่าถูกข้อหาว่า "ทำการบูรณะบริเวณพุทธคยาไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม" แล้วทำการยกเลิกใบอนุญาต และในอีก ๙ ปีต่อมาพม่าก็ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

ในปี พ.ศ.๒๔๓๔ ท่านอนาคาริกธรรมปาละเดินทางไปถึงบริเวณพุทธคยาอันเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า พระบรมศาสดาในพระพุทธศาสนา ซึ่งพื้นที่แห่งนั้นรวมทั้งบริเวณโดยรอบตกเป็นของนักบวชต่างศาสนาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมานานหลายร้อยปีแล้วล้วพระเ ท่านอนาคาริกธรรมปาละมีความคิดขอคืนพื้นที่แห่งนี้มาเป็นของชาวพุทธจึงเริ่มเรียกร้อง "สิทธิ" ในพุทธคยาคืนมาจากชาวฮินดู โดยอ้างเอาความชอบธรรมที่ว่า "บริเวณพุทธคยาเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระบรมศาสดาของพระพุทธศาสนา ดังนั้น ชาวพุทธจึงเป็นเจ้าของที่โดยชอบธรรม" ท่านต้องต่อสู้กับอิทธิพลของพวกมหันต์อย่างมาก ระดับที่เรียกว่า "เอาชีวิตเข้าแลก"แรกนั้นท่านส่งพระจากศรีลังกาเข้าไปประจำที่พุทธคยา แต่ถูกพวกมหันต์ทำร้ายขับไล่ออกมา จึงนำเรื่องไปฟ้องศาล ศาลชั้นต้นตัดสินให้ชนะ แต่ชั้นอุทธรณ์และฎีกานั้นตัดสินให้พวกมหันต์ชนะ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจึงตัดสินใจ "เดินทางไปรอบโลก" เพื่อหาทุนและขอคะแนนเสียงสนับสนุนจากชนชาติต่างๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นประเทศศรีลังกา พม่า ไทย จีน ญี่ปุ่น รวมทั้งสหรัฐอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่ให้เสรีภาพทางด้านการนับถือศาสนามากที่สุดในโลก ได้รับการสนับสนุนอย่างมหาศาลจากเศรษฐินี ชื่อ มิสซิส แมรี่ อี. ฟอสเตอร์ ชาวฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ได้มอบปัจจัยเป็นจำนวนถึง ๑,๐๖๐,๐๐๐ รูปี เงินจำนวนนี้ท่านธรรมปาละได้นำไปต่อสู้เรียกร้องสิทธิในพุทธคยา และเมื่อพวกมหันต์ยินยอมให้สร้างที่พักขึ้นใกล้ๆ กับพุทธคยาได้ จึงนำไปใช้ก่อสร้างมหาโพธิสมาคมในบริเวณพุทธคยา ในช่วงเวลานั้นจึงมีที่พักชาวพุทธต่างชาติบริเวณพุทธคยาขึ้นเป็นแห่งที่สอง แห่งแรกนั้นเป็นของพม่าที่พระเจ้ามินดงทรงขออนุญาตเข้าไปบูรณะ และแห่งที่สองก็คือของชาวศรีลังกา แต่ทว่าสิทธิในพระเจดีย์พุทธยาและพื้นที่โดยรอบนั้นก็ยังคงเป็นของพวกมหันต์ ชาวพุทธจึงรณรงค์เพื่อขอคืนพื้นที่พุทธคยาต่อ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพิงชุมพวง



ความเห็น (0)