วาระใหม่เพื่อให้ยากระตุ้นประสาทถูกกฎหมาย


นิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ระบุสั้นๆ ในคอลัมน์ Briefing : Trending in Drugs ว่าดังนี้ A researcher in Norway is leading a push to legalize drug like LSD and ecstasy for health purpose, in a country that has banned them for decades. Pal-Orjan Johansen’s group, EmmaSophia, is being advised by a retired Supreme Court justice.

ผมค้นต่อ ได้ บทความนี้ ที่บอกว่า มีบุคคลที่มองยากระตุ้นประสาทด้วยมุมมองใหม่ ต่างจากมุมมอง ด้านลบ ที่มองว่าหากไม่ควบคุม ยาเหล่านี้จะทำร้ายมนุษย์ จึงต้องตรากฎหมายห้ามเสพห้ามครอบครอง กระบวนทัศน์นี้ครองโลกมาเกือบครึ่งศตวรรษ กลุ่ม EmmaSophia ต้องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของโลก จากมุมมองด้านลบ มาสู่มุมมองเชิงบวก โดยเน้นที่การใช้ประโยชน์ทางยา (medicinal use) ไม่ใช่ประโยชน์ ด้านเมา หรือประสาทหลอน (recreational use)

ผมเคยเขียนบันทึกเรื่อง กัญชาเป็นยา และ วิจัยกัญชาครบวงจร เป็นที่กล่าวขวัญกันมาก มาเห็นการริเริ่ม ในยุโรป ก็ดีใจ ว่าโลกจะได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากสิ่งมีคุณเหล่านี้ จึงนำมาเขียน กระตุ้นสังคมไทย ให้เลิกตามก้นฝรั่งเสียที เราควรมีวิธีใช้ประโยชน์สิ่งที่เราผลิตได้ดี โดยมีวิธีใช้อย่างระมัดระวัง ให้ได้ประโยชน์ โดยไม่เกิดโทษ


วิจารณ์ พานิช

๑๙ พ.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (1)

อ่านบันทึกอาจารย์แล้วทำให้นึกถึงต้นกระท่อมครับ

ผมพึ่งทราบว่ากระท่อมเป็นพืชตระกูลเดียวกับกาแฟตอนที่กลับบ้านที่ชุมพรคราวที่แล้วนี่เองครับ เลยไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชุมพรที่เป็นแหล่งที่มีต้นกระท่อมตามธรรมชาติมากถึงเป็นพื้นที่ที่เพาะปลูกกาแฟโรบัสต้าได้รสชาติดีครับ

เขาว่าชนพื้นเมืองแถวเอธิโอเปียแหล่งกำเนิดสารพันธุ์กาแฟในปัจจุบันก็เคี้ยวใบกาแฟเหมือนกับที่เราเคี้ยวใบกระท่อมครับ

กระท่อมเป็นพืชพื้นเมืองของเราเองที่ถ้าได้มีโอกาสพัฒนาทั้งการผลิตและการบริโภคให้ดีขึ้นก็น่าจะมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากทีเดียวครับ