เรื่อง........ระหว่างเรา

เรื่อง........ระหว่างเรา

ผมเป็นคนที่ไม่หล่อพ่อไม่รวย ต้นตระกูลไม่โด่งดังไม่มีชื่อเสียงในวงศ์ไฮโซ มีแต่วงไฮโลซะมากกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆ ก็ว่ากันไปครับ เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องของผมกับเพื่อนสนิทคนนึงครับเราเรียนเราเล่นด้วยกันจนสนิทกันมาก เดินกลับบ้านพร้อมกันประจำ เพื่อนสนิทของผมคนนี้ชื่อ เจน ส่วนตัวผมเองชื่อ นนท์ เราเริ่มรู้กันช่วงมัธยมปลายก่อนหน้านี้ก็ไมได้สนิทอะไรกันหรอก แต่เหมือนเริ่มโตขึ้นคนอื่นๆ ก็มีแฟนกันไปหมดเหลือแต่เรานี่แหละที่ไม่มีแฟนกับเขา เราเลยเริ่มสนิทกันมาเรื่อยๆ

ระหว่างเราสองคน อยากรู้มันคืออะไร
มันใช่ความรักหรือเปล่า หรือฉันเหงามากไป
แค่ความอ่อนแอในใจของฉัน
หรือเธอเข้ามาด้วยความตั้งใจ
เพื่อให้ตัวฉัน ได้พบกับความรัก เธอตอบได้ไหม
เจน กับ ผมเริ่มตัวติดกันจนเพื่อนๆ ในห้องแซวจนเราเองหันมามองกัน แล้วก็ขำในความคิดของเพื่อนซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร “เจนๆ เย็นนี้แวะร้านริมน้ำแป๊บนะ เราอยากกินน้ำแข็งใส” เจนยิ้มตอบ “เออ ก็ดีนะ เราก็อยากกินเหมือนกัน แต่คนเยอะนะแก” ผมยิ้มกริ่มก่อนที่ตอบ “เอาน่า เรามีวิธีไม่ต้องรอนาน” และในช่วงเย็นเราก็ไปนั่งกินน้ำแข็งใสอย่างเย็นใจตามที่ผมเสนอ ผมให้รุ่นน้องไปเข้าคิวซื้อไว้ให้เพราะรุ่นน้องต้องซื้อน้ำแข็งใสร้านนี้เป็นประจำอยู่แล้ว “นี่ นนท์ ทำไมเราได้น้ำแข็งใสไวจังว่ะ” เจนถามเมื่อเราเดินกลับบ้าน “เราเก่งไง ฮ่าๆๆ” ผมตอบกวนๆ ออกไปทันที “ไอ้บ้า เราถามดีๆ แต่ก็ขอบใจนะ รถเรามาพอดีไปล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน” ผมยืนโบกมือบ๊าย บาย และส่งยิ้มให้ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย เจนจะรู้สึกแบบผมมั้ยนะ ผมตั้งคำถามกับตัวเอง ส่วนผมก็กลับบ้านตามปกติ

เราสนิทกันมาเรื่อยจากมัธยมสู่รั้วมหาลัย เราก็ยังติดต่อกันเสมอไม่เคยห่างกันเลยช่วยเหลือกันมาตลอด ตอนนี้ผมเริ่มอยากรู้ว่ามันคืออะไรระหว่างเราทั้งสองนี้ จะถามออกไปตรงๆ ก็กลัวที่จะเสียใจกับคำตอบหากเขาไม่ได้คิดอะไรกับเราเลย มีเพียงความเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนนึงเท่านั้น บางครั้งอยากถามออกไปตรงๆ ให้หายสงสัย หรือเราจะคิดไปเอง เฮ้ย!!!! หยุดเถอะ นนท์ อย่าเสี่ยงดีกว่า ความห่วงใยความเอื้ออาทรของเจนที่มีต่อผมบางครั้งผมก็อดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ซักที “นนท์ๆ เราเอาขนมมาฝากอ่ะ อย่าลืมกินนะ” เธอดีกับผมแบบนี้เสมอ “อืม ขอบใจเราไม่ลืมกินหรอกน่า” เจนยิ้มบางๆ “งั้นเราไปเรียนก่อนนะ เดี๋ยวสาย” พูดจบเธอก็วิ่งเข้ากลุ่มเพื่อนไปทันที

                        ถ้าเธอไม่รู้ ว่าเพราะอะไร ฉันถึงรักได้แต่เธอนั้น
ก็จะทำให้รู้ ให้เธอได้ดู ให้เข้าใจเองสักวัน
ต้นเหตุและผล อยู่ลึกเกินไป ที่สุดใจของฉัน
ถ้าหากแสงส่องทางเข้าไปถึง
เธอจะเห็นเงาใครคนหนึ่ง อยู่กลางใจฉัน
                        ตอนนี้เองที่ผมเริ่มแน่ใจกับอาการที่ตนเองเป็น ใช่ครับ ผมหลงรักเพื่อนสนิทของผมเอง โดยที่ไม่กล้าเอ่ยปากและไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนสนิทคนนี้เขารู้สึกอย่างไร แต่ผมอบอุ่นทุกครั้งที่ได้เจอหน้าเธอ มีความสุขที่มีเธออยู่ข้างๆ รู้สึกไม่อ้างว้างเดียวดายเมื่อมองไปแล้วเจอกับสายตาขี้เล่นคู่นั้น ผมมีแต่เพื่อนคนนี้แทบจะทุกลมหายใจเข้าออกด้วยซ้ำไป “เจน ว่างมั้ยเราอยากชวนไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อย” เจนมองยักคิ้วล้อเลียนผม “เอาจริงดิ” ผมพยักหน้าน้อยๆ “จริงดิ เรามันคนไม่มีแฟนกับเขานี่แก ทำไงได้ล่ะ มีแต่แกนี่แหละ ที่หิ้วกันไปกันมา” เธอหัวเราะเบาๆ “เออ ก็จริงของแกนะ วันเสาร์ล่ะกัน” ผมพยักหน้ารับอย่างแสนจะดีใจ ผมเร่งเวลาให้ถึงวันเสาร์ไวๆ อยากนั่งใกล้ๆ กุมมือเหมือนคนอื่นแต่ผมก็ไม่กล้า ทำได้แค่คิดเท่านั้น จนวันเสาร์มาถึงผมตื่นเต้นไปยืนรอเจนตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด เธอจะสังเกตเห็นหรือเปล่านะ? นึกๆ ไปก็ขำตัวเองนะ รู้จักกันมาตั้งนานยังอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นอีก “รอนานมั้ยแก” ผมส่ายน้อย “ไม่เลย เข้าไปเหอะ เราซื้อตั๋วไว้เลยแล้ว วันนี้เราเลี้ยงเองนะ” เจนยิ้มแป้นทีเดียว “ย่ะ เถ้าแก่” ผมชอบรอยยิ้มจนตาหยีของเธอมากๆ มันบ่งบอกถึงความจริงใจนั้น นัยน์ตาดำขลับเป็นประกายเมื่อมีความสุข “นี่นนท์ แกจะจ้องฉันอีกนานมั้ย ห๊ะ!! ยังไม่ทันจะดูหนังเลยแกก็เคลิ้มแล้วนะ” เจนหยอกผมเบาๆ แต่มันเล่นเอาผมสะดุ้ง “จะบ้าเหรอแก เคลิ้มไร ไร้สาระ น่า” ผมกลบเกลื่อนทันทีพลางดันให้เธอเดินไป เจนก็เดินเข้าไปอย่างว่าง่าย ผมแอบมองเธอในความมืดของโรงหนังผมรู้สึกมีความสุขมากมาย เธอยิ้มหัวเราะโดยไม่รู้เลยว่ามีคนเฝ้าแอบมองจากความมืดมิดนี้ ผมยิ้มให้กับตัวเองอย่างมีความสุขและพยายามที่จะหาข้ออ้างอยู่กับเธอแบบนี้อีกไห้ได้ “นนท์ๆ หนังเรื่องนี้ตลกดีเนาะ แก สนุกดีว่างๆ เรามากันใหม่นะ แก” ผมยิ้มพยักหน้ารับทันที “แกชอบเหรอ เราก็ว่ามันสนุกดี เรายังขำแกเลย หัวเราะซะดังเชียว ลั่นโรงหนังเลยแก ฮ่าๆๆๆๆๆ” เจนมองค้อนเล็กๆ “ใช่ซี้....ก็มันขำนี่น่าแก รึแกไม่ขำ” ผมจึงต้องหัวเราะตาม “เออๆ ขำ” แต่ผมก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้อยู่ดี เจนยิ่งค้อนผมใหญ่เหมือนจะแก้เขิน เอ? ผมคิดไปเองหรือเปล่านะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะคิดเข้าข้างตัวเองได้เสมอทุกคนนี่นา อย่างไรก็ตามเจน คือคนที่ผมมองว่าน่ารักในสายตาของผมเสมอ
                        ผมอยากจะรู้ยิ่งนักว่า เจนจะรู้สึกกับผมอย่างไรแต่จะมีวิธีไหนที่จะทำให้ผมทราบได้ ผมกลัวที่สุดคือ การที่จะต้องสูญเสียเพื่อนคนนี้ไป กลัวที่จะต้องทนมองเธออย่างคนแปลกหน้า เหตุผลร้อยแปดประดังเข้ามาในสมองอย่างช่วยไม่ได้วิตกจริตมากมายเลยทีเดียว อยากจะปรึกษาใครสักคนก็ไม่กล้า ได้แต่คิดๆ แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยบอกออกไป วันนี้ผมรู้สึกแย่และอึกอัดกับตัวเองเลยไม่ไปเรียน สายๆ มีสายเข้ามาผมงัวเงียรับสายแต่ต้องตกใจเพราะปลายสายเป็นเสียงของเจน “นี่ๆ แกเป็นอะไรไม่มามอ ห๊ะ ไม่สบายรึแก” น้ำเสียงเป็นห่วงรัวคำถามจนผมตอบไม่ทัน “เอิ่ม....” ปลายสายยังคงถามต่อ “อะไร แก เป็นมากเหรอ กินข้าวหรือยัง ไข้หวัดหรือเปล่า แกๆๆ ตอบไวเลยนะ ไอ้นนท์” คำสุดท้ายเหมือนจะดุ แฮะ!!! “ฉันปวดหัวนิดหน่อยแก ข้าวยังไม่ได้กิน ยาก็ไม่มี ตอนนี้ฉันยังนอนอยู่ลุกไม่ไหว อีกสักพักว่าจะออกไปหายากิน ขอบใจนะ เจน” ผมรีบตอบออกไป ปลายสายวางหูไปทันที ผมลอบถอนหายใจหลับตานอนต่อ นอนต่อนานแค่ไหนไม่รู้มาสะดุ้งเพราะเสียงเคาะประตูดัง ปังๆๆ รัวๆ ที่หน้าห้องจึงต้องรีบงัวเงียออกไปเปิดประตูพอเปิดประตูเท่านั้นแหระ เหวอเลยผม เจนมายืนที่หน้าห้องพร้อมถุงยาจากเซเว่น แถมเอามือมาอังที่หน้าผาก ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ผมทันที “แกป่วยใช่มั้ย” ผมพยักหน้าหงึกๆๆ “อืม” เจนนิ่วหน้าหรี่ตามอง “ฉันปวดหัว ฉันบอกแกแล้วนะ” ผมหลบตาอย่างกลัวความผิด “ไข้ไม่มี ฉันสัมผัสได้ ปวดหัวอย่างเดียวใช่มั้ย ปวดมามั้ยแก” เจนยังคงซักต่อ ผมได้แต่พยักหน้ารับ “นี่แกจะยืนคุยแบบนี้อีกนานมั้ย ฉันเมื่อยขาแล้วนะ ไม่เชิญฉันจะเข้าไปละนะ” พูดจบเธอก็ก้าวฉับๆ เข้ามาทันที ผมได้แต่มอง งงๆ เจนหยิบแก้วน้ำเทน้ำพรวดส่งให้ผมพร้อมยาพาราอีกเม็ดนึง “อ่ะ กินซะแก แล้วก็นอนพักเยอะๆ ฉันไปล่ะ” พูดจบเจนก็เดินออกไปทันที แต่ไม่วายที่จะกำชับอีกว่า “นี่แก กินยาเลยนะ ค่อยยังชั่วหรือไม่ดีขึ้น โทบอกฉันด้วย ฉันไปละมีเรียนคาบต่อไป” แล้วเธอก็รีบออกไปทันที ผมลอบถอนใจเบาๆ เกือบไปแล้วซิ ถ้าเจนรู้เจนจะเข้าใจผมมั้ยนะ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเองไม่เคยรู้เลยคือ เจนยืนฟังผมอยู่ที่หน้าห้องอย่างเป็นห่วง
                        บ่ายนั้นผมจึงโทไปหาเจนเพื่อรายงานอาการที่เป็น “เจนหรา เราค่อยยังชั่วแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะไปเรียนตามปกตินะ” ปลายสายตอบมาว่า “แหมๆ ฉันไม่ใช่ครูที่ปรึกษาแกนะ รายงานซะเป็นทางการเลย ฮ่าๆๆๆๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันเรียนเสร็จจะแวะไปหานะ” ผมดีใจจนบอกไม่ถูกที่เจนจะมาเยี่ยมอีกรอบ มันเลยทำให้ผมได้คิดว่า ผมไม่ต้องบอกหรือสารภาพความในใจก็ได้มั้ง ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้อยู่ใกล้เจนตลอดไปก็อย่างที่บอกละครับ การแอบรักแอบชอบใครสักคนมันอึดอัดแต่ในทางกลับกันมันก็ทำให้ผมมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ในตอนนี้ผมสบายใจแต่สิ่งหนึ่งที่เกิดกับผมในเย็นนี้ ผมอึ้งทันที เจน มาเยี่ยมผมตามที่บอกแต่ เจน ไม่ได้มาคนเดียวเหมือนเคย มากับใครก็ไม่รู้คนที่ผมไม่คยรู้จัก
“ไง นนท์ ค่อยยังชั่วมั้ย ดีขึ้นหรือยัง ฉันจะมารับแกไปหาไรกิน พอดีเจอนิคกลางทางนิคอาสาพามาส่ง นิคๆ นี่เพื่อนเรา นนท์” ผมมองนิ่งอย่างดูท่าที ในความรู้สึกคือ ไอ้นิคคนนี้ไม่ธรรมดาเหมือนมาจีบ เจนเลย ผมสัมผัสได้ ตัวเขาเองก็ดูเชิงผมเช่นกันว่าเป็นเพื่อนจริงหรือไม่ ส่วนเจนนั้นดูแล้วไม่รู้เรื่องอะไรเลย ว่าตอนนี้กำลังมีสงครามเล็กๆ ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว “ยินดีที่ได้รู้จักนะ นนท์ ได้ยินชื่อมานานแหระ เจนพูดถึงบ่อยๆ” ผมหรี่ตามองหน้า ไอ้เจ้านิคนิดๆ เป็นเชิงถามว่า “ใครถามแกว่ะ”แล้วตอบไปว่า “อืม ยินดีเช่นกัน เราสนิทกะเจนมานานแหระ แต่ไม่เคยเห็นเจนพูดถึงนายเลยนะ” ผมเอามั่ง แต่ไอ้บ้านั่นหาได้สลดไม่ “เหรอ ครับ เจนครับ นิคเริ่มหิวแล้วนะ นิคว่าเราไปหาไรกินกันเหอะนะๆๆ” ดูมันช่างกล้าอ้อนเจน ต่อหน้าผม “ก็ดีนะ นนท์จะได้กินยาตอนเย็น” เจนพยักหน้าให้ผมเป็นเชิงชวนให้ผมไปกินข้าว บอกเลยนะ ผมไม่อยากไปเลยมันอึดอัด “นนท์ นายเป็นอะไรหรือเปล่า” เจนถามในช่วงหนึ่งที่นั่งกินข้าว “เปล่าอ่ะ กินข้าวเถอะ เจนเราไม่เป็นอะไร” แต่ผมรู้สึกไม่ดีเอาเลย เหมือนกับว่ากำลังจะมีคนแย่งของรักไปจากผมเลยทีเดียวแถมยังมาทำตัวติดเป็นห่วงเป็นใยเอาใจสารพัด มันไม่ใช่แหละ ผมจะวางนิ่งวางเฉยไม่ได้ละ ผมต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไปจะดีกว่า “เจนเราถามอะไรหน่อยดิ” เจนมองผม เป็นเชิงถาม “ว่ามาดิ แก” ผมสบตาเจนอย่างจะถ่ายทอดความรู้สึก ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า “สนิทกับนิคตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเราไม่เคยรู้มาก่อนเลย เขาดีแค่ไหน” เจนมองหน้าผมพลางยิ้ม “อ๊ะๆๆๆ อย่าบอกนะ นายงอนเรา หวงเรา” เจนทำหน้าล้อเลียนจนผมอยากจะเขกกบาลนางเบาๆ ซักโปกนึง “เอิ่ม...เราไม่เล่นนะ พูดจริง เขาเป็นใครทำไมเราไม่เคยเห็นเลย” เจนเอียงคอมองกวนๆ “ถ้าเราถามนนท์บ้าง นนท์จะตอบเราตามตรงมั้ยล่ะ ถ้าตอบเราได้เราก็จะตอบ นนท์เหมือนกัน” ผมเริ่มหวั่นไหวกับคำถามนั้นทันที เจนจะถามอะไรผม ใจผมงี้เต้นรัวทันทีได้แต่พยักหน้าตอบไป “แน่นะ” เจนยิ้มกริ่มทันที ผมเสียวสันหลังยังไงไม่ถูกเลยทีเดียว “ก็ถามมาซิ ถ้าตอบได้เราก็ตอบ” เจนยิ้มกริ่มเหมือนเดิม “ดีมาก งั้นจะถามละนะ นนท์ว่านิคเป็นไงมั่ง ถ้าเราคบกะนิค นนท์ว่าดีมั้ย” ผมชาดิกทั้งตัว ใจหวิวๆ เหมือนจะเป็นลมเลยทีเดียว “ไวไปนะ ดูอีกหน่อยละกันเราว่า เจนรีบรึเปล่าละ” ผมตอบอย่างซังกะตายออกไปงั้นๆ “นนท์คิดงั้นรึ อืม พอดีนิคถามเราอ่ะ เราไม่รู้จะปรึกษาใครเราเลยปรึกษาแกนี่แหระ เพราะเราสนิทกันที่สุด” อืม สนิทกันที่สุด และแอบรักที่สุด “อืม ช่าย” ผมตอบไปได้แค่นั้นไม่รู้ว่าจะพูดอะไรมันมืดมนไปหมดใจจริงผมไม่อยากตอบอะไรด้วยซ้ำ คิดอย่างเดียวผมต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อขัดขวางให้ถึงที่สุด เอาว่ะ ลองสักตั้งให้รู้กันไปแต่ผมลืมไปว่าผมเองไม่เคยบอกความในใจให้เจนรู้เลยว่า ผมชอบเธอแล้วจะมานั่งหวงก้างเจนจะรู้สึกอย่างไร เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ผมเจ็บแปลบทันที ใช่ซิผมลืมไปสนิทเลยเพราะคิดแค่ว่าเจนไมมีใคร ลืมคิดไปว่าขนาดผมเองยังเห็นความสดใสน่ารักของเจนแล้วทำไมคนอื่นจะมองไม่เห็นในสิ่งที่ผมมองเห็น นิคอาจจะเป็นอีกคนที่มองเห็นอย่างที่ผมสัมผัสได้เช่นกัน
                        “นิค ทำแบบนี้นนท์ จะไม่โกรธเราใช่มั้ยแก” อีกมุมหนึ่งเจนได้ปรึกษากับ
นิคเพื่อนสาวอย่างเขินๆ “มันต้องได้ผลซิแก นนท์เองก็ไม่เคยรู้จักชั้น ไม่มีทางจับได้หรอก แต่บอกก่อนเลยนะ นนท์ของแกน่าร๊ากกกกกกกกมว๊ากกกก อิ อิ อิ อิ” เจนยิ้มเขิน “บ้า ไม่ใช่ของฉันซะหน่อย” เจนเขินกับพูดของเพื่อนสาว พลันก็มีสายเข้า “เจนถึงบ้านหรือยัง” เจนพยักหน้าบอกนิคว่านนท์โทรมา นิคแกล้งส่งเสียงบ๊ายบายดังๆ ทันที “Good nithg นะ เจน ฝันหวานคร้าบบบ”
นนท์ส่งเสียงหงุดหงิดตามสายมาทันที “อะไร ไอ้หน้าปลาไหลมันยังไม่กลับอีกรึ เจน” เจนขำลั่นทันที “ฮ่าๆๆๆ บ้าแล้วนนท์ ไปว่า นิคทำไม เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะ ว่าแกปากร้ายขนาดนี้” นนท์ตอบกลับทันที “เราไม่ถูกชะตานี่น่า เจนรีบขึ้นนอนได้แหระ อย่ามัวคุยกับมันให้มาก ฝันดีนะ” เจนยิ้มน้อยๆ กับตัวเอง “จ้า” พอวางสาย นิคก็แซวทันที “นี่หล่อน ชั้นว่า นางมีจิกกัดชั้นขนาดนี้ชัวร์เลยนะ แต่มาว่าชั้นเป็นหน้าปลาไหลเนี่ย ชั้นชักจะโกรธแล้วนะ” เจนรีบปลอบทันที “แหมๆๆ เอาน่าเพื่อเพื่อนนะๆ นนท์เขาไม่รู้นี่น่าแก” นิคจีบปากจีบคอคุยอย่างสนุกปากตามประสาไป เจนยิ้มมีความสุขในระดับนึงที่สามารถรู้ความคิดของนนท์ แต่อยู่ที่ว่านนท์จะปากแข็งไปอีกนานเท่าไร
                        นนท์ไม่ได้ปากแข็งอะไรเลยเพียงแต่ดูเจนไม่ออกว่า คิดอย่างไรมากกว่าจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยออกไปตรงๆ แต่พอรู้ว่าเจนเริ่มคบกับนิค นนท์รู้ตัวเลยว่าเขาจะอยู่นิ่งต่อไปไม่ได้แล้วยังไงๆ ก็ต้องพูดแต่จะเริ่มอย่างไรดี นนท์ยืนที่หน้ากระจกในห้องตัวเองแล้ว สมมติเอาว่าเจนยืนอยู่ตรงหน้า “เจน คือ....คือ..เฮ้อ..เราจะพูดได้มั้ยเนี่ย ต้องพูดให้ได้ซิ ไม่งั้นต้องเสียเจนไปแน่ นนท์เอ๊ย” นนท์บอกตัวเองและพยายามรวบรวมความกล้าที่จะพูดความในใจกับเจน จึงโทชวนเจนไปดูหนังหลังเลิกเรียน “เจนๆ เย็นนี้ว่างมั้ย” เจนนิ่งไปนิดนึงก่อนจะตอบมาว่า “ทำไมหรา นนท์” นนท์ยิ้มกับตัวเอง “คือเราจะชวนไปดูหนังอ่ะ เดี๋ยวเราเลี้ยง” เสียงเจนดังตามสายมาว่า “รวยนักรึไง” นนท์ยิ้มกับตัวเองก่อนที่จะรวบรวมความกล้าตอบออกไป “เราเลี้ยงเจนได้ตลอดชีวิตแหระ ว่าแต่เจนเหอะจะยอมให้เราเลี้ยงรึเปล่า”เจนยิ้มกับตัวเองน้อยๆ “นายกล้าทำ เราก็กล้าให้นายเลี้ยงจนกว่านายจะรำคาญแล้วไม่อยากเลี้ยงเราเลยแหละ” นนท์แทบจะกระโดดตัวลอยเมื่อได้ยินเจนตอบมาเช่นนั้น “เจนพูดจริงนะ เราดีใจมากๆ เลยนะ ว่าแต่...เอิ่ม..” เจนถามทันที “ว่าแต่อะไรเหรอ นนท์” นนท์คิดว่าไม่น่าถามดีกว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว “ไม่มีไรหรอก แค่นี้เราก็ดีใจแย่แล้ว”
นนท์ตอบไปงั้นเองแต่ในใจก็ยังนึกเห็นหน้าหล่อๆ ของ นิค ขึ้นมาถ้าเราเปิดตัวเป็นแฟนกับเจนนิคจะทำอย่างไร นนท์จึงไปมหาลัยแต่เช้าเพื่อดักรอนิค นนท์ยืนรอไม่นานก็เห็นนิคเดินมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ แต่ ! ให้ตายเหอะ มันไม่ใช่นิคในแบบที่ไปกับเจนเลย นนท์เจอนิคในแบบของสาวจ๋า กำลังจีบปากจีบคอคุยกับเพื่อนสาวอีก 2-3 อย่างสนุกสนานถึงแม้จะไม่ได้แต่งหน้าทาปากแต่ท่าทางของนิคก็จัดเต็ม ทำให้นนท์ยิ่งมั่นใจนนท์ยืนมองที่มุมตึกโดยไม่ออกไปพูดคุยกับนิคแต่อย่างใด และแอบโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ก็ฉุกใจคิดได้ว่า ทำไมเจนชอบนิค หรือว่าเจนไม่รู้เรื่อง ยิ่งคิดนนท์ยิ่งเป็นห่วงเจน ไม่ได้การละต้องรีบไปดูแลเจนก่อน “เจนๆ ว่างมั้ยอ่ะ ขอคุยอะไรด้วยหน่อยดิ” เจนทำหน้างงๆ ที่อยู่ๆ นนท์ก็ทำทำหน้าตาตื่นเข้ามา “มีไรหรอ นนท์ มาหาเราแต่เชียว” นนท์ได้แต่ถอนใจเบา “ฟังเราดีๆ นะ สิ่งที่เราจะพูดต่อไปนี้เราหวังดีกับเจนจริงๆ” เจนยิ่งงงกับคำตอบนั้น “เอิ่ม...คือ...เอ้อ นิค เอ่อ นิคไม่ได้เป็นผู้ชาย” เจนหัวเราะเบาๆ พยักหน้าช้าๆ “อืม...ใช่ๆ” นนท์ตาโต “เจนรู้ด้วยรึ” เจนพยักหน้าแทนคำตอบแล้วอธิบายว่า “นิคเป็นเพื่อนสนิทต่างคณะ ที่รู้จักกันเพราะว่าทำกิจกรรมด้วยกันก็เลยสนิทกัน นิคดูออกว่า นนท์ชอบเราเลยหาทางพิสูจน์ว่า นนท์ชอบเราจริงอย่างที่รู้สึกเลยแกล้งทำเป็นแฟนเรา แต่ตอนนี้ความแตกซะได้” โธ่เอ๋ย!!! ไอ้เราก็เป็นห่วงแทบแย่ “นนท์ไม่โกรธเราใช่มั้ย” นนท์ส่ายหน้าช้าๆ “เราไม่เคยโกรธเจนเลย งั้นเราเป็นแฟนกันนะ” เจนตกใจกับคำพูดที่จู่โจมนั้น “ห๊ะ!!! นายว่าไงนะ ขออีกทีซิ” นนท์ได้แต่หัวเราะแหะๆ “เราเป็นแฟนกันนะ” เจนยิ้มกว้าง นัยน์ตาแววาว “นายพูดแบบนี้แล้วนะ ห้ามเปลี่ยนใจนะ เราโหดนะ” นนท์หัวเราะปากกว้างทันที “ไม่มีทาง แอบชอบมาตั้งนานจะมาเปลี่ยนใจได้ไง เดี๋ยวผู้ชายแอ๊บแมนมาแย่งไปตายเลย” เจนได้แต่ขำจนตาหยี “แต่รื่องนี้ต้องยกความดี ความชอบให้นิคเขานะ เขาเป็นคนต้นคิดเรื่องนี้อ่ะ งั้นนายคงไม่เผยความในใจกับเราใช่มั้ย” คราวนี้นนท์ขำกลบเกลื่อนบ้าง “แหมๆ ได้ทีเลยนะ” แล้วทั้งสองก็หัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน คราวนี้ผมกล้าที่จะสบตาเจนอย่างตรงๆ ได้มองนัยน์ตาสวยๆ คู่นี้อย่างไม่ต้องแอบอีกต่อไป
                        แปลกดีที่เมื่อก่อนผมไม่เคยกล้าแม้แต่จะมองสายตาคู่นั้นของของเจนด้วยซ้ำไป แต่ในวันนี้ผมกลับมองจ้องสายตาคู่นี้ได้อย่างสุขใจมีความสุขที่สุด ความปลื้มปริ่ม ความสดใสน่ารักของเจน บวกความกลัวที่ผมมีมันจางหายไป เหลือความสว่างไสวความสุข เหมือนพระเจ้าได้รับรู้ความจริงใจที่ผมมีให้กับเจนนั้นส่งผลให้ผมได้พบกับความสุขนั้นเสียที ความรักนี่ก็แปลกเนาะ ยามที่แอบรักก็แอบแทบตายเลยทีเดียวจะทำอะไรก็กลัวว่าเขาจะรู้หรือว่าจะจับความรู้สึกได้ แต่เมื่อบอกไปแล้วกลับโล่งเชียว แถมยังเข้าใจกันมากขึ้นอีก รู้งี้นะ ผมบอกไปตั้งนานดีกว่าไม่น่าเก็บงำเอาไว้แบบนี้เลย แต่การที่เก็บงำไว้แบบนี้ก็ดีนะ ทำให้ผมได้เรียนรู้กันได้มากยิ่งขึ้นและลึกลงไปอีกตะหาก ความรักย่อมสวยงามเสมอไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรักอย่างไร เริ่มแรกผมรักแบบไม่ต้องใดๆ เพียงแค่เขามีความสุขผมก็รู้สึกสุขไปด้วย ถ้าเขามีความทุกข์ผมนั้นรู้สึกทุกข์ยิ่งกว่าแต่ในวันนี้ เราจะทุกข์และสุขร่วมกัน แต่ในวันนี้ผมกลับได้เจอรักที่เปิดเผยไม่ต้องซ่อนแอบอีกต่อไป
รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว เหมือนยกภูเขาออกจากอกก็ไม่ปาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเคลียร์คือ นิค ใช่........ครับผม
                        งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ผมไปดักรอนิคตรงทางออกมหาลัยตรงที่ผมเคยเจอนิคกับเพื่อนสาวเดินกันมาเมื่อหลายวันก่อน ไม่นานสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นนิคเดินมากับเพื่อนสาวกลุ่มเดิม ผมตรงเข้าไปทักทันที “สวัสดีครับ นิค” นิคตาโต ยิ้มแห้งๆ “สวัสดี นนท์มาทำอะไรหรา” ว่าพลางฉุดข้อมือผมเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อนๆ ที่มองอย่างแปลกใจ “มานี่เลย ต๊าย ตาย ความลับแตกดังมว๊ากกกกกก ร้องไห้หนักมากกกกก” ผมจึงส่งยิ้มให้ พยักหน้าอย่างเข้าใจ “เราขอบใจ นิค มากๆเลยนะที่ทำให้เรากับเจนเข้าใจกัน ขอบใจมากๆ เลยนะ” นิคยิ้มตอบ “ยินดีย่ะ ดีใจน๊าๆๆ ที่สมหวังกันซะทีนะจ๊ะ” ผมอมยิ้มแทนคำตอบ “ขอบใจนะ นิค เราขอบใจจริงๆ” เมื่อผมคุยกัยนิคเรียบร้อยจึงรีบไปหาเจนทันที ตอนนี้ความแต่เบิกบานมากมายที่ผุดขึ้นในใจ
“เจนรอนนท์ แป๊บนะ กำลังจะไปหา” เจนหัวเราะมาตามสาย “จ้า เรานั่งรออยู่นะ บาย” ผมออกวิ่งเหยาะๆ มุ่งไปสู่หอพักของเจนอย่างมีความสุขเป็นที่สุข ความรู้สึกมันแตกต่างจากทุกครั้งเพราะทุกครั้งแค่การแอบ แต่ครั้งนี้แสดงออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ต้องกลัวอะไรใดๆ อีกต่อไป เจนคือ รักเดียวที่ผมมี และผมจะรักเจนแบบนี้ตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพราะเธอ คือ คนเดียวในใจผม นี่แหละครับ เรื่อง....ระหว่างเราที่เกิดขึ้น.......
<img src="https://cdn.gotoknow.org/assets/media/files/000/984/331/default_images_%286%29.jpg?1388672858" />

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คือ...รัก (ต่อ )



ความเห็น (0)