"ตอนที่๑"...(รอยยิ้ม ที่จางหายไป..).ประสพการณ์ในต่างแดน...นั้นคงมีกันต่างๆนานา..ก้าวแรก ที่..ออกไปจากประเทศบ้านเกิด..นั้น..สิ่งแรก..ที่จำเป็น..คือ ภาษา...ต่างด้าว..ทั้งหลาย..เราใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง..ภาษาที่รู้ดีแต่อ้อนแต่ออกคือภาษาแม่...หากบ้านที่เราไปอยู่..ไม่ใช้..ภาษาอังกฤษ..และถ้าอยู่นานๆไป..ก็จะเป็นภาษา "พ่อ" โดยปริยาย...

ย่อหน้านี้แถมมาว่า..โดยบังเอิญได้ยินเรื่องวิจัย การเรียนภาษาของเด็กในยุคนี้..ในเยอรมันก็เป็นประเทศหนึ่งที่นิยมให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆที่พ่อแม่เด็กสนใจอยากให้ลูกลึกซึ้งในทุกความรู้สึกสำเนียงและตัวอักษร..บางคนส่งลูกไปเรียนภาษา จีนในมาเลียเซีย..เพราะที่นั่นใช้ถึงสามภาษาในเวลาเดียวกัน..เป็นต้น..ผลวิจัยในวงจำกัดมีผลออกมาว่า..เด็ก..ที่มาเรียนภาษาที่สองหรือสาม..ตอนโต นั้น ได้ผลมากกว่าเด็กที่เรียนควบคู่มาแต่เด็ก..จึงไม่เสมอไปว่าเด็กที่เรียนสองภาษามาแต่ต้น..จะดีกว่าเสมอไป...

ที่กล่าวมามานี้..."เจ้าหล่อน คนนี้"..ไม่มีโอกาศทั้งสองประเภท..ที่จะมีโชคดีได้เรียนภาษาที่สามแบบนั้น..(โตเป็นควายแล้ว..ต้องหาเงินเรียนเอง พ่อแม่ ไม่ร่ำรวย ที่จะส่งเสียได้ ขนาดนั้น..ก้าวแรกที่มาเหยียบประเทศนี้(เยอรมัน)..เงินที่สะสมเก็บมาใช้..เอาไปเรียนภาษาได้แค่ สามเดือน ก็หมดลง)..ตอนนี้..ก็ทำให้ สำนึกได้..ถึงบุญคุณที่พ่อแม่..ที่ส่งเสียมาจนจบปริญญาตรี นั้น ว่าสูงส่งแค่ไหน..

ทำไม...รอยยิ้ม..นี้...จึงจางหายไป...ท่าน..คงจะพอเดาๆออก...(นะคะ คุณหมอ..เปิ้ล..)..