675. เรียนรู้ศาสตร์ OD จาก "สามก๊ก" (ตอนที่ 5)

ผมเองชอบอ่านงานวรรณกรรมโบราณ หรือประวัติศาสตร์ ไม่พอครับ ถึงแม้จะหลงใหลทฤษฏีใหม่ๆ แต่หลายครั้งผมก็พบว่าทฤษฎีเก่าๆ ก็มีสเน่ห์ไม่น้อย ผมเองชอบดูหนัง และดูไปมักคิดตาม หลายครั้งปิ๊ง เห็นความเชื่อมโยงครับ และเมื่อผมได้มาดูสามก๊ก ไม่กี่ตอน ผมก็โว๊ ว๊าว เรื่องของเตียวเสี้ยน หนึ่งในสาวงามที่สุดในประวัติศาสตร์จีน (ว่ากันตามวรรณกรรม ประวัติศาสตร์จริงอีกเรื่อง) ... เตียวเสี้ยนนับเป็บจิ๊กซอว์มรณะ ของประวัติศาสตร์ช่วงสามก๊ก ที่อ้องอุ้นขุนนางผู้รักแผ่นดิน จงใจส่งเป็นกลลวงล่อให้ตั๋งโต๊ะทรราชย์ที่ยึดอำนาจจักรพรรดิ์อยู่ แลขุนพลที่เก่งกล้าสามารถ อย่างลิโป้ แตกคอ จนนำมาสู่ความหายนะ ตั๋งโต๊ะถูกลิโป้ ขุนศึกที่รับเอามาเป็นลูกบุญธรรมฆ่าตายในที่สุด


ที่สำคัญพอเจาะดูเตียวเสี้ยน ตั๋งโต๊ะถึงกับสัญญาว่าพอเป็นฮ่องเต้ได้ จะตั้งเธอเป็นสนมเอก เอาเป็นว่ามีสิทธิเป็นเบอร์สอง ซึ่งถ้ากลับใจเอาความต้องการส่วนตัว เธออาจได้เป็นจริงๆ เธออาจใช้ชีวิตอย่างซูสีไทเฮา ที่ก็เริ่มจากสนม ไปๆมาๆ กลายเป็นมีอำนาจล้นฟ้า เธอจะทำก็ได้ เธอไม่ทำ...เธอเลือกทำลายทุกอย่าง รวมทั้งตัวตนเธอเองก็หายไปในประวัติศาสตร์... เทพธิดานี้เธอคือใครกันแน่ คนที่มีสิทธิเป็นราชินี แต่ไม่เอา ทำไม...ผมชักพิศวง

จริงแล้วสมัยก่อนผมดูตอนนี้ก็งั๊นๆ แต่พอดูอีกครั้งถึงกับตาค้าง และเมื่อดูวิวัฒนาการของตัวละคร สายมาร กับสายเทพก็เห็นอะไรต่างกันและเหมือนกันหลายเรื่อง ผมเห็นเลยว่าคนพังเพราะทำตามความต้องการของตนเอง และคนที่ ...และเมื่อพูดถึงความต้องการ นี่มัน Maslow ชัดๆ มาดูทฤษฎีก่อนแล้วค่อยวิเคราะห์กัน

ทฤษฎีลำดับความต้องการของมาสโลว์ (Maslow's Heirachy of Needs) ที่แบ่งความต้องการของมนุษย์เป็น 5 ด้านตั้งแต่ความต้องการพื้นฐานสุด ตั้งแต่ความต้องการทางกายภาพ (Physiological) ซึ่งได้แก่นำ้ อาหาร การนอนหลับ การขับถ่าย อันนี้พื้นฐานจริงๆ เมื่อได้พอแล้ว ก็จะมีความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety) คือความต้องการความปลอดภัยทางกาย สุขภาพ ทรัพย์สิน การจ้างงาน ครอบครัว เมื่อเพียงพอแล้วมนุษย์จะมีความต้องการอีกนั่นคือ ความรักและความเป็นเจ้าของ (Love/belonging) ซึ่งประกอบด้วยความรักระห่วางเพื่อน ครอบครัว หรือความรักระหว่างเพศ ซึ่งถ้าได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอก็จะมี ความเคารพนับถือ (Esteem) ซึ่งประกอบด้วยความมั่นใจ ความสำเร็จ การยอมรับผู้อื่น และได้รับการเคารพ การยอมรับจากผู้อื่น ซึ่งหาสมบูรณ์แล้วก็จะก้าวเข้าสู่ความต้องการสุดท้ายคือความสมบูรณ์ของชีวิต (Self-actualization) ซึ่งประกอบด้วยการยอมรับความจริง การไม่มีอคติ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์และความมีศีลธรรม จริยธรรม.....

ผมอยากตอบคำถามครับ จริงๆ แล้วเตียวเสี้ยนมีทุกอย่างครับ ด้านกายภาพที่ก็มีที่อยู่ มีบ้าน (Psysiological) ด้านความปลอดภัยเธอก็อยู่ในครอบครัวขุนนางใหญ่ (Safety) เธอได้รับความรับความรักจากคนในครอบครัว (Love/belonging) เธอเคารพพ่อบุญธรรม (Self Eesteem) และพ่อบุญธรรมก็รักเธอ ... และวันหนึ่งเมื่อเห็นอ้องอุ้นดูกลุ้มใจ เธอก็เลยถามที่สุดได้ความว่ากลุ้มเพราะอะไร และอาสาช่วย ด้วยจิตสำนึกกตัญญูต่อพอ่บุญธรรม (Self actualisation) ...ที่สุดพอ่บุญธรรมเกิดไอเดียขอให้เธอใช้ความสวยของเธอล่อล่วงให้ตั๋งโต๊ะกับลิโป้ผิดใจกัน ที่สุดเธอก็น้อมรับไอเดีย...พ่อบุญธรรมถึงกับเชิญเธอขึ้นที่สูงแล้วกราบคารวะ เพราะเตียวเสี้ยวเสียสละเพื่อแผ่นดิน...เตียวเสี้ยวตกใจครับ แต่ผมว่าการกระทำของอ้องอุ้นครั้งนั้นยกระดับมโนธรรมของเตียวเสี้ยวให้สูงขึ้นไปอีก ...

ทำให้เทพธิดาองค์นี้ แม้จะเจอลาภสักการะกองใหญ่ที่สุดในโลกมนุษย์ แต่ด้วยเมื่อเธอตกผลึกจากมโนธรรมอันสูงส่ง (Self Actualisation) แล้วเธอก็ไม่ใยดีต่ออะไรที่อยู่ข้างล่างใน Maslow เลย เธอมีหมดและมีสูงสุดอยู่แล้ว ที่สุดเธอก็อาศัยจังหวะความฉลาดเฉลียว ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งก็อยู่ในขีดสูงสุดของ Maslow Heirachy อีก...ปั่นหัวจนตั๋งโต๊ะ กับลิโป้ฆ่ากัน แล้วเธอก็จากไปอย่างไม่ใยดี ... จากไปเพราะนี่คือที่สุดของมนุษย์คนหนึ่งที่จะทำได้แล้ว ...

และหันมาดูหมู่มารครับ พวกที่ไปเร็วมากๆ จะอยู่อย่างดิบๆ ขั้นล่างๆ ไม่เกินขั้นสาม ตั๋งโต๊ะนี่ดิบสุด จะราวๆ Physiological คือทางกายภาพชัดๆ และสำหรับของเขาเองก็ใขว่าคว้าหาความปลอดภัยเท่านั้น แต่กับสังคมนี่ทุกคนรู้สึกว่าตั๋งโต๊ะไม่ให้อะไรเลย ไม่แม้กระทั่งความต้องการด้านกายภาพ ไม่ต้องพูดถึงความปลอดภัย ไม่ต้องมีความการรู้สึก Belonging เพราะพี่แกโหดมากๆ ฆ่านเป็นผักปลา ไม่มี Sefl Actualisation ครับ เพราะขาดคุณธรรมชัด ที่สุดก็ทำลายตัวเอง ...บอกได้เลยตั๋งโต๊ะแพ้ เพราะความดิบของตนเอง ลิโป้ก็แพ้ด้วยสาเหตุเดียวกัน

ส่วนเล่าปี่พระเอกของเรา นี่ก็น่าวิเคราะห์จะว่าไปเป็นตัวละครที่จน และไร้อำนาจที่สุด แต่กลับดูเหมือนโตด้วยการตกผลึกตนเอง คือเห็น Socialisation ในชีวิต คือชูธงคุณธรรม และรู้จักประเมินสถานการณ์ตามความเป้นจริงอยู่เสมอ แถมมีความคิดสร้างสรรค์ ผูกเรื่องเชื้อสายเจ้า ซึ่งจริงๆ เรียกว่ามั่วนิ่มมาก

ตรงนี้น่าสนใจ แถามความีคุณธรรมของเล่าปี่ ทำให้เล่าปี่พยายามดูแล ทุก Heirachy of Needs ของคนที่อยู่รอบตัว ดยใหเความสำคัญมากๆ ตั้งแต่พี่น้องร่วมสาบาน จนถึงประชาชน ตั้งแต่รับตำแหน่งตำ่ต้อยเป็นนายอำเภอ การที่เน้นคุณธรรมอย่างนี้ทำให้เล่าปี่มีชื่อเสียง สามารถดึงดูดคนเก่ง และกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อตกอับศัตรูก็ไม่กล้าฆ่าทิ้งอีก นี่เองเรียกว่าความดีคุ้มครองตัวเอง ...

ส่วนโจโฉ ถึงแม้จะมั่วเรื่องคุณธรรม แต่ก็ไปได้ไกล เพราะโจโฉเป็นคนยอมรับความจริง ไม่ติดยึดความเชื่อความคิดเดิมๆ ที่ปรึกษาเตอนก็เชื่อ มีความคิดสร้างสรรค์ ผมมองว่าโจโฉเองก็มี Self Actualisation มากเช่นกัน ที่สำคัญยังสามารถดูแล Heirachy of Needs ของคนในบังคับบัญชาได้ดีมากๆ ในหลายส่วน แต่ด้วยความที่ขาดคุณธรรม ที่สุด ก็ไม่สามารถจะเชื่อใครได้ และที่สดุกลับกลายเป็นคนหวาดระแวง แน่ล่ะมีอำนาจแต่ก็ไม่สุขนัก แต่ก็ต่างจากสายมาร ที่ก้วข้ามไม่พ้นสัญชาตญาณดิบ ที่สุดก็ทำลายตนเอง

สมัยใหม่พอมาดูธุรกิจ ก็เห็นเลยครับ โลกเราตอนนี้ต้อง People Profit Planet ครับ อย่าอยู่อย่างดิบๆ เอาแค่กำไร เราจะไม่ต่างจากตั๋งโต๊ะ กระทาชายนายหนึ่งเก่งเรื่อง Drone เธอก็เอามาต่อยอดทำ Drone ปลูกต้นไม้ โดยตั้งเป้าจะปลูกให้ได้หนึ่งพันล้านต้น เป็นไงครับ ... อีกคนเป็นเศรษฐีสวีเดน ทุ่มเงินซื้อป่าดิบในอเมซอนหลายแสนไร่จากบริษัททำไม้ สุดยอดไหมครับ ...นี่แหละครับผมว่าพวกเขาสู่ระดับ Self Actualisation แท้ๆ ส่วนบริษัที่ปรึกษาต้นแบบของผม คือบริษัทอริยชน ของดร.วรภัทร์ ที่ไม่ได้สอนคนให้ค้ากำไรอย่างเดียว แต่เน้นเรื่องใจ เรื่องกตัญญูด้วย สุดยอดของ Self Actualisation เพราะมาถึงจุดนี้ได้ ไปได้ทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นมนุษย์เราแพ้ครับ แพ้จากข้างใน แพ้แต่ต้น ...ไม่คิดไม่ได้แล้วนะครับ

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

บทความโดยดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ www.aithailand.org

Reference ภาพ:

http://www.hqwhw.com/pic.asp?id=178

https://www.gotoknow.org/posts/5677

http://www.thaigoodview.com/node/77277

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)