กำแพง..ไม่ได้ร้องไห้แล้วคะ?


วันนี้เล่าเรื่อง "กำแพงร้องให้ (Wailing Wall)"

.... "กำแพงร้องไห้" ตั้งอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม (Jerusalem) ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นที่กำเนิดของ พระเยซูเจ้า เป็นนครศักดิ์สิทธิ์...เป็นที่นับถือของพวกคริสเตียนและชาวยิว และเป็นสถานที่ทำสงคราม...เพื่อแย่งชิงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ... ระหว่างพวกมุสลิมกับพวกคริสเตียน...เป็นกำแพงประหลาด ... ซึ่งจะมีชาวยิวพากันมาร้องไห้คร่ำครวญเป็นประจำ...เพื่อเป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษของพวกตนนะคะ

ประมาณเกือบ 3,000 ปีก่อน ... มีเมืองๆ หนึ่งถูกสร้างขึ้น …และเมืองนี้ถูกยึดครอง ถูกทำลาย ถูกสร้างใหม่ และทำลาย … วนเวียนอย่างนี้ ไม่เคยว่างเว้นจนถึงปัจจุบันนะคะ

และที่เมืองเดียวกันนี้ มีพื้นที่ประมาณ 1 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น ... มีประตูเมืองถึง 7 แห่ง ... ภายในเมืองยังถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 เขต … แต่ละเขต กำหนดให้แยกออกจากกัน ตามความเชื่อที่แตกต่างค่ะ



ภายในตัวเมือง มีสถานที่สำคัญแห่งนี้ บริเวณดังกล่าว ... จะมีคนเดินมา... สวดมนต์..บางคนพูดพร่ำเหมือนบ่นและบางคนร้องไห้ กับเศษซากอะไรสักอย่าง ... ที่เรียกกันว่า กำแพงร้องไห้ (Wailing wall)

ความจริงแล้ว กำแพงร้องไห้ คือ ส่วนที่หลงเหลือของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ... โทษฐานเป็นสัญลักษณ์ทางความเชื่อของพวกเขา … ความเชื่อที่แตกต่างกันเสียด้วยนะคะ

wailing wall ...กำแพงร้องไห้ ... เป็น "กำแพงตะวันตก" (Western Wall) เป็นกำแพงด้านหนึ่ง...ที่เหลืออยู่ของพระวิหารของชาวยิว ... ที่สร้างเสร็จในปี 516 ก่อน ค.ศ. เป็นวิหารหลังที่สองที่สร้างหลังจากชาวยิวถูกต้อนไปเป็นเชลยที่บาบิโลนค่ะ

พระวิหารหลังแรก ... สร้างโดยกษัตริย์ซาโลมอน แต่ด้วยความที่ชาวยิวไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ... พระองค์เลยส่งบาบิโลนมาทำลาย ยึดข้าวของมีค่าไปหมด แล้วเผาพระวิหาร และพังกำแพงค่ะ

หลังจากชาวยิวไปอยู่บาบิโลนครบ 70 ปี ... ต่อมา... บาบิโลนก็ถูกเปอร์เซียถล่ม ... กษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซีย ... เลยอนุญาตให้ยิวกลับแผ่นดินเกิด...หลังจากนั้นก็สร้างวิหารหลังที่สองและบูรณะเมืองขึ้นใหม่

วิหารหลังที่สองนี้ ... อยู่มาถึงยุคพระเยซู ...ภายใต้การปกครองของโรม ... โรม แต่งตั้ง เฮโรด ขึ้นเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ... แต่ชาวยิวไม่ยอมรับ .... เฮโรด จึงพยายามเอาใจชาวยิว ... โดยบูรณะต่อเติมพระวิหารหลังที่สองนี้ จนยิ่งใหญ่ตระการตาก็เลยเรียกวิหารหลังนี้ว่า วิหารของเฮโรด ... น่าสงสาร.... เฮโรด ที่ทำยังไงก็ซื้อใจชาวยิวไม่ได้ค่ะ

บริเวณกำแพงนี้ เป็นลานโล่งกว้าง ... ที่ชาวยิวและผู้ศรัทธา (รวมถึงนักท่องเที่ยว) ใช้ประกอบพิธีกัน .... ไม่ว่าจะสวดมนต์ ร่ำไห้และวิงวอนต่อพระเจ้า รวมถึง พิธี “ฉลองความเป็นหนุ่ม” ของเด็กชายยิวเมื่ออายุครบ 13 ปี ก็จะมาทำพิธีกันในบริเวณดังกล่าวด้วยค่ะ

ชาวยิวเชื่อกัน ว่าบริเวณนี้เป็นสถานที่ใกล้ชิดพระเจ้า มากที่สุดในโลก ... และพระองค์....จะคอยฟังคำขอของผู้ที่มาอ้อนวอน ...นอกจากการสวดมนต์อธิษฐานแล้ว ยังนิยมเขียนคำอธิษฐานหรือ ระบายความทุกข์ใจใส่ในกระดาษและสอดเข้าไปตามรูเล็กๆ ของกำแพง....เพื่อให้สาสน์นั้นได้ส่งถึงพระเจ้านะคะ

โดมครอบหิน(Dome of the Rock)

สรุปได้ว่า ... ปัจจุบันกำแพงไม่ได้ร้องให้แล้ว.....แต่กลับเป็นสถานที่แสดงความชื่นชมยินดีระดับชาติไปแล้วค่ะ .... แต่้เดิม wailing wall (กำแพงร้องไห้) หรือ กำแพงตะวันตก (Western Wall) เป็นกำแพงสูงใหญ่...ด้านทิศตะวันตกของเนินพระวิหารหรือภูเขาโมรียาห์...ซึ่งเป็นที่ตั้งของโดมครอบหิน (Dome of the Rock)... กำแพงร้องไห้ ชื่อนี้ ชาวยิวไม่ชอบให้เรียกเท่าไหร่ค่ะ (เขาเล่าว่า) ... ในสมัยก่อน...ชาวยิวพากันมาร้องไห้คร่ำครวญเป็นประจำ...เพื่อเป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษของพวกเขาหรือ คนเดินมาสวดมนต์ ... บางคนพูดพร่ำบ่นและบางคนร้องไห้กับเศษซากปรักหักพังของกำแพง ... สรุปได้ว่ากำแพงไม่ได้ร้องไห้หรอกนะคะ... แต่ผู้คนต่างหากร้องไห้ .... และสมัยนี้เป็นสถานที่นมัสการและภาวนา...เพื่อการสวดมนต์อธิษฐาน...แล้วยังนิยมเขียนคำอธิษฐานหรือระบายความทุกข์ใจใส่ในกระดาษ...แล้วสอดเข้าไปตามรูเล็กๆ ของกำแพง... เพื่อให้สาสน์นั้นได้ส่งถึงพระเจ้านะคะ ...

(ขอบคุณข้อมูลจาก http://board.postjung.com/และwww.britannica.com และ embassies.gov. และwww.baanjomyut.comและtopicstock.pantip.com)

ขอบคุณค่ะ

17 มิ.ย. 2558

หมายเลขบันทึก: 591194เขียนเมื่อ 17 มิถุนายน 2015 07:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 มิถุนายน 2015 07:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

ชอบครับ เรื่องราวของชาวยิวน่าอ่านมาก

กำแพง ไม่ร้องไห้แล้วจ้าา ขอบคุณที่แบ่งปันจ้ะ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี