เล่าถึงท่านรองธีระพงษ์

...............บันทึกเล็กๆนี้ ข้าพเจ้าขอเล่าถึงครูอีกท่านที่สำคัญในโรงเรียน ท่านนั้น คือ ท่านรองธีระพงษ์ นามเชียงใต้ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ในวาระที่ท่านจะเกษียณราชการในเร็ววันนี้ ขอเล่าเรื่องราวของข้าพเจ้าเองเเละเพื่อนๆที่มีความคิด ความรู้สึก เเละเเง่มุมต่างๆที่ประทับใจ ข้าพเจ้ายกให้ท่านรองธีระพงษ์ เป็นครูอีกคนที่คอยสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ การทำกิจกรรม การทำงาน ฯ เเม้ว่าจะไม่ได้สอนในห้องเรียนโดยตรง เเต่ก็สอนวิชานอกห้องเรียนทางในอ้อมจึงถือว่าเป็น "ครูอีกคนในโรงเรียน" ที่คอยเฝ้าดูเเลนักเรียน คอยติดตาม ตลอดเวลา

...............ครั้งเเรกที่ข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆได้พบพานกับครูธีระพงษ์ ครั้งนั้นเป็นช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ตอนนั้นอยู่ห้อง ๓/๓ วันหนึ่งข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆเข้าเเถวเคารพธงชาติตอนเช้าตามปกติ ครั้งนั้นครูขึ้นมากล่าวในกิจกรรมหน้าเสาธง ทันใดนั้นครูธีระพงษ์พูดขึ้นมาว่า "ห้อง ๓/๓ ทุกคนยืนขึ้น" เราก็คิดในใจเเล้วสิว่า "มีเรื่องเกิดขึ้นเเน่นอน" (ขณะนั้นเกิดการเข้าใจผิดกันเรื่องใหญ่ ประเด็นการทำโทษเด็กที่หนีเรียน เเต่งกายไม่ถูกระเบียบเเละทรงผมไม่เรียบร้อย ฯ เช่น การวิ่งรอบลานเข้าเเถว การลุกนั่งฯ) นักเรียนส่วนหนึ่งที่ถูกทำโทษเลยมองว่าเป็นการทำโทษที่หนักเกินไป เเละครูเข้าใจว่าห้องเรานำเรื่องนี้ไปตีเเผ่ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับโรงเรียน หากพิจารณาดูดีๆเเล้วนั้น กระบวนการในการเฝ้าดูเเล เฝ้าอบรม นักเรียนในบทบาทของ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไปหรือฝ่ายปกครอง เป็นเรื่องปกติ ข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆเองก็เข้าใจ ในเรื่องระเบียบเเละข้องบังคับของโรงเรียน เเละในห้องเรียนก็ไม่มีใครไปตีเเผ่ให้เกิดความเสื่อมเสีย ไม่นานนักครูเเละนักเรียนก็เข้าใจกันเป็นอย่างดี "นับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการเรียนรู้เเละการทำงานร่วมกันของข้าพเจ้าเเละครู"

...............ครั้งสองเป็นช่วงที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ที่ทำโครงการลดมลพิษฟื้นชีวิตดิน ชื่อกลุ่มฮักนะเชียงยืน ภายใต้โครงการปลูกใจรักษ์โลก ที่สนับสนุนโดยมูลนิธิกองทุนไทย เเละสยามกัมมาจล เน้นให้ชุมชนป้องกันตนเองเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในการใช้สารเคมีทางการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตส่งออกขายให้บริษัท ระบบเกษตรแแบบพันธะสัญญา ครั้งนั้นนอกจากครูเพ็ญศรี เเล้วยังมีครูธีระพงษ์เป็นคนที่ช่วยหนุนเสริมอีกเเรง เป็นผู้สนับสนุนเเละคอยหาทุน มาให้ข้าพเจ้าเเละเพือนๆคอยพัฒนาโครงการอยู่เสมอ นอกจากนั้นเเล้วยังคอยประสานงานกับทางโรงเรียนเเละคอยสื่อสารกับทางคุณครูท่านอื่นๆให้ได้รับรู้ว่า ฮักนะเชียงยืน เป็นใคร ทำอะไร เพื่ออะไร ครูจึงเหมือนบุคคลที่คอยกระตุ้นการเรียนรู้ของข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆ คอยสร้างโอกาสการเรียนรู้ เเละคอยเชื่อมประสานกับทางโรงเรียนอีกครั้งเพื่อให้ครูเเละผู้บริหารเข้าใจตรงกันมากยิ่งขึ้น ช่วงการพัฒนาโครงการปีที่ ๑ สำเร็จไปได้ด้วยดี

...............ครั้งสามเป็นช่วงที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ต่อเนื่องจากโครงการในปีที่ ๑ ผ่านไปเเล้วโครงการในปีที่ ๒ เริ่มต้นขึ้นด้วยการพัฒนาจุดด้อยที่ทำยังไม่สำเร็จสู่การพัฒนาต่อ เเละช่วงนี้เป็นช่วงที่ข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆได้เป็นคณะกรรมการนักเรียนเพื่อพัฒนาโรงเรียน ซึ่งอยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารทั่วไป ทำให้ตลอดระยะเวลาในช่วงนี้ข้าพเจ้าเเละครูได้เข้าทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ ทั้งงานคณะกรรมการนักเรียน เเละงานโครงการภายนอกสู่ชุมชน นับว่าโอกาสเหล่านั้นข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆได้ฝึกฝนตนเอง เป็นอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของกระบวนการคิด การทำงาน การเเก้ปัญหา การจัดกิจกรรม การฝึกกาย เเละการฝึกใจ ช่วงระยะเวลา ๑ ปีเต็ม "ทรงคุณค่า เเละมากความปีติ อิ่มใจ"

...............ครั้งสี่เป็นช่วงที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เเละทำโครงการต่อเป็นปีที่ ๓ เเละมีโครงการอื่นๆเพิ่มเข้ามา เเต่บทบาทคณะกรรมการนักเรียนเปลี่ยนผ่านไปให้รุ่นน้อง ทำให้มีเวลาพัฒนาโครงการมากขึ้น ครูเองก็เป็นบุคคลที่คอยสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆอีกเช่นเคย ช่วงนี้นอกจากโครงการที่ทำเเล้ว ครูยังสนับสนุนเรื่องการร้องเพลงในเวทีต่างๆให้กับข้าพเจ้าด้วย เม้ว่าจะเรียนอยู่ชั้น ม.๖ ที่ต้องเตรียมตัวเองเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย เเต่ก็พยายามบริหารจัดการตนเอง เเละจัดการเวลาให้เหมาะสม ซึ่งครูก็คอยให้กำลังใจเเละสร้างเเรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าเสมอมา

...............ครั้งห้านี้ข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆคราวเดียวกัน ก็จบการศึกษาชั้น ม.๖ จากโรงเรียนเเห่งนี้ ทุกๆคนก็ล้วนเดินทางเเละเลือกเส้นทางของตนเอง ความรู้สึกเเละความปีติ ประทับใจในตัวของครูจะไม่มีวันเกษียณไปจากหัวใจของเรา ครูคือผู้สร้างโอกาสการเรียนรู้ คือผู้ให้พลังใจเติมไฟในการทำงาน คือผู้คอยเติมเต็มความคิดเเละความรู้ให้กับข้าพเจ้าเเละเพื่อนๆ

ขอสื่อสารบทกวีเล็กๆ เพื่อมุฑิตา (จากหัวใจ)

ต้นเอย ต้นไทร

แผ่กิ่งใบ อย่างไพศาล

สร้างความสุข สุขจากใจ ยิ่งยืนนาน

เเม้กาลผ่าน ยังคอย สร้างร่มเงา

พ่อเอย พ่อไทร

เเม้เวลาผ่านไป ยังคอยเฝ้า

สร้างความเย็น อันเป็นสุข ให้แก่เรา

ปัดความเฉา เคล้าความเย็น สู่ผืนดิน

ครูเอย ครูผู้ให้

ให้ความรู้ เเลความดี ไม่มีสิ้น

คอยสร้างฝัน ฉันเเละเพื่อน เป็นอาจิณ

ดุจผืนดิน ที่ร่มเย็น เป็นสุขใจ

ครูเอย ครูผู้สร้าง

สร้างโอกาส การเรียนรู้ สู่การให้

สร้างทักษะ สร้างความคิด สร้างจิตใจ

สร้างให้ใฝ่ ในความดี ที่เเท้จริง

กาลเอย กาลเกษียณ

ขอให้ครู พ้นจากภัย ในทุกสิ่ง

ขอให้ครู เป็นสุขใจ สุขเเท้จริง

เป็นสุขยิ่ง สุขทั้งกาย วาจา ใจ ...

( ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ )


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกพอเพียง



ความเห็น (0)