​ตำราชีวิต : ความจำสั้น แต่รับรู้ฉันยาว…..?

takoiyah
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


ตำราชีวิต : ความจำสั้น แต่รับรู้ฉันยาว…..?

ในตอนแรกที่ได้คำสั่งมาให้หาเรื่องที่ตนเองสนใจแล้วทำการหา Evidence based ผมก็นั่งคิดอยู่นานว่าจะทำเรื่องอะไรดี นั่งมองในห้องเรียนไปรอบๆจนไปสะดุดกับห้อง Snoezelen rooms จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ปกติเราเคยเห็นแต่ผู้รับบริการเด็กเท่านั้นที่ได้เข้ามาใช้ห้องนี้ แล้วผู้รับบริการประเภทอื่นละสามารถเข้ามาใช้ได้ไหม? หลังจากนั้นผมก็ได้ทำการฝึกงาน จนกระทั่งมาเจอที่สถาบันประสาทวิทยา ได้มีการใช้ห้อง Snoezelen rooms กับผู้รับบริการผู้สูงอายุที่เป็น Dementia เอาหล่ะผมจึงตกลงที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Snoezelen rooms ในผู้ป่วย Dementia มาเป็นตำราชีวิตของผมในครั้งนี้

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ โรค Dementia กันก่อน

ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หมายถึงกลุมอาการที่เกิดจากความผิดปกติของเปลือกสมอง (cerebral cortex) หรือวิถีประสาทที่เกี่ยวของอยางตอเนื่องเปนมากขึ้นเรื่อยๆ ทําใหเกิดความผิดปกติทางดาน สติปญญา ความคิด ความจําบกพรอง หลงลืม ทั้งความจําระยะส้ันและระยะยาว การตัดสินใจผิดพลาด ความคิดทางนามธรรมผิดไป มีปญหาในการพูด พูดซ้ําๆ ซากๆ ไม่เขาใจคําพูดไมสามารถปฏิบัติงานตางๆ ในชีวิตประจําวัน มีความสับสนในเรื่องของเวลา สถานที่ บุคคล มีความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม อาการเหลานี้มีผลกระทบทําใหไมสามารถทํางานหรืออยูในสังคมได (กัมมันตพันธุจินดา, 2543; American Psychiatric Association [APA], 1994)

และมาทำความรู้จักกับ Snoezelen rooms อย่างคร่าวๆกันก่อน

"Snoezelenroom" หรือ controlled multisensory environment (MSE) เป็นห้องที่ช่วยบำบัดรักษาสำหรับเด็กออทิสติก,เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการ,ผู้ป่วยสมองเสื่อม (dementia),ผู้ป่วยสมองพิการ และผู้ป่วยความจำเสื่อม (Alzheimer) แรกเริ่มถูกพัฒนาขึ้นในประเทศNetherlands ปี 1970 ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อที่จะกระตุ้นระบบประสาทความรู้สึก โดยใช้แสง สี เสียง เอฟเฟ็ค และกลิ่น ผนังและพื้นทำจากวัสดุที่มีผิวสัมผัสที่ต่างกันเพื่อกระตุ้น tactileและbalance ภายในห้องมีการจัดสิ่งแวดล้อมให้รู้สึกผ่อนคลายและสงบ ใช้สิ่งกระตุ้นที่อ่อนโยนเพื่อที่จะกระตุ้นความสนใจของผู้ที่อยู่ในห้อง และเมื่อออกจากห้องไปจะรู้สึกผ่อนคลาย นิยมใช้เมื่อผู้ป่วยมีอาการกังวล โกรธ ฉุนเฉียวกระวนกระวาย.

จะเห็นได้ว่าจากข้อมูลนั้นการใช้ห้อง Snoezelen นั้นไม่ได้ถูกจำกัดไว้เพียงสำหรับผู้รับบริการประเภทเดียวเท่านั้น แต่เพียงในบริบทของประเทศไทย เรามักจะเห็นการใช้งานในผู้รับบริการเด็กเท่านั้นเอง

บทที่ 1 : PEOP interaction

จากกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด Person Environment Occupation Performance Model (PEOP)

  • P(Person) - ผู้รับบริการจะมีอาการหลงลืมทั้งความจําระยะส้ันและระยะยาว การตัดสินใจผิดพลาด ความคิดทางนามธรรมผิดไป มีปญหาในการพูด พูดซ้ําๆ ซากๆ ไม่เขาใจคําพูดไมสามารถปฏิบัติงานตางๆ มีอารมณ์ฉุนเฉียว
  • E(Environment) – การจัดที่อยู่อาศัยมีความผ่อนคลาย มีการจัดสัดส่วนสิ่งต่างๆไว้อย่างชัดเจน แยกเป็นหมวดหมู่ ในง่ายต่อการจดจำ
  • O(Occupation) – ให้ผู้รับบริการทำกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความคิดความจัด ให้รู้จักจัดการตนเอง กิจกรรมต่างๆเป็นออกเป็นขั้นตอนย่อยๆให้ผู้รับบริการทำให้ขั้นตอนที่สามารถทำได้ เช่น วาดภาพระบายสี, คิดเลข, ทำอาหาร เป็นต้น
  • P(Performance) - ผู้รับบริการจัดการกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ตามศักยภาพที่ตนเองมีอยู่

บทที่ 2 Evidence Based Practice Levels

การประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐาน

  • Occupational Therapy Services for Elderly with Severe Dementia เป็นงานวิจัยที่ทำขึ้นแสดงให้เห็นว่าการรักษาในโรคผู้ป่วยDementiaนั้นสามารถช่วยเพิ่มความสามารถทางด้านร่างกาย และช่วยลดปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ป่วยได้ จัดเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือระดับ 3 (level of evidence C) ซึ่งเป็นหลักฐานการศึกษาในกลุ่มควบคุม (Control clinical)
  • Interventions in the Enhancement or Preservatio of Motor Skill Learning in Tose with Mild Dementia กล่าวถึงการรักษาในผู้ป่วยDementiaโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มทักษะทางด้านการเคลื่อนไหว (Motor Skills) หลักฐานนี้จัดเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือระดับ 2( level of evidence B) เป็นหลักฐานที่ได้จากงานวิจัยที่เป็นการศึกษาย้อนหลัง (case controlled and cohort studies)
  • MULTI-SENSORY STIMULATION ENVIRONMENTS FOR USE WITH DEMENTIA PATIENTS: STAFF PERSPECTIVES ON REDUCTION OF AGITATION AND NEGATIVE BEHAVIORS เป็นงานวิจัยแสดงให้เห็นถึงการใช้ Multi-Sensory Stimulation Environment (MSSE) นั้นช่วยลด อาการAgitation (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/585935) และปัญหาพฤติกรรมในผู้ป่วย Dementia ได้ จัดเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือระดับ 3 (level of evidence C) ซึ่งเป็นหลักฐานการศึกษาในกลุ่มควบคุม (Control clinical)

บทที่ 3: Knowledge management (Media OT)

1.Therapeutic use of self : ใช้ตัวเราเองเป็นสื่อในการรักษา ผู้รับผู้โรค Dementia ย่อมมีปัญหาทางภาวะจิตใจ นักกิจกรรมบำบัดต้องใส่ใจในเรื่องนี้ให้มาก ดังนั้นเราต้องมีการสื่อสารกับผู้รับบริการที่เหมาะสม เช่น น้ำเสียง ลักษณะคำพูด การให้กำลังใจแก่ผู้รับบริการ

2.Client relationship : การสร้างสัมพันธภาพกับผู้รับบริการเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ ทำให้ผู้รับบริการเชื่อใจและรับฟังเรา ทำให้การบำบัดรักษาสามารถดำเนินได้ไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดควรมีการสร้างสัมพันธภาพกับญาติของผู้รับบริการด้วย เนื่องจากคนที่จะดูแลผู้ป่วยต่อไปนั้นก็คือญาติ ต้องทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน ว่าตัวผู้รับบริการนั้นเป็นอะไร และเรานักกิจกรรมบำบัดกำลังทำอะไรให้แก่ผู้รับบริการ

3.Activity analysis : การวิเคราะห์กิจกรรมให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้รับบริการ มีการประยุกต์กิจกรรม และการให้อุปกรณ์ช่วย เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมได้สำเร็จ เช่น การติดชื่ออุปกรณ์ต่างๆให้สามารถหยิบจับได้ถูกต้อง มีแผนภาพการทำกิจกรรมให้ผู้รับบริการได้ดู

4.Teaching and learning process : กระบวนการสอนและการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจในการทำกิจกรรม เช่น ให้ทำกิจกรรมที่ผู้รับบริการเคยทำและสนใจอย่างจะทำ เป็นการสอนออกเป็นทีละขั้นตอน ให้ผู้รับบริการสามารถทำขั้นตอนนั้นได้ก่อนจึงค่อยนำสู้ขั้นตอนถัดไป

5.Environment modification : การปรับสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน เช่น การติดชื่อสิ่งของหรือติดตำแหน่งทางเดินให้ผู้รับบริการสามารถจดจำได้การใช้สีสันที่เป็นสีโทนร้อนในการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในพื้นที่การทำกิจกรรม และสีโทนเย็นเพื่อสร้างความผ่อนคลาย การจัดให้มีอากาศถ่ายเทสะดวกผู้รับบริการจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด

บทที่ 4: Knowledge transfer to OT process

กระบวนการทางกิจกรรมบำบัด มีดังนี้

  1. สร้างสัมพันธภาพ : การแนะนำตัวให้ผู้รับบริการรู้จักว่าเราเป็นใคร จะมาทำอะไร เพื่อให้ตผู้รับบริการ เกิดความไว้ใจและเกิดความร่วมมือระหว่างผู้รับบริการ ญาติ และนักกิจกรรมบำบัด
  2. การตรวจประเมิน : เริ่มจากการสัมภาษณ์ถึงข้อมูลทั่วไป รวมถึงทดสอบจากแบบประเมิน และทดสอบความสามารถจากการทำกิจกรรม สอบถามถึงบทบาทและความสนใจ เพื่อหาสิ่งที่มีคุณค่าที่มีต่อตัวผู้รับบริการ
  3. วิเคราะห์ปัญหาจากการประเมิน : เพื่อหาสิ่งที่บกพร่องและให้ความช่วยเหลือต่อไป
  4. ตั้งเป้าประสงค์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว : ซึ่งสอดคล้องกับระดับความสามารถและความต้องการของผู้รับบริการด้วย โดยผู้ป่วย Dementia จะเน้นการคงสภาพ (Maintain) ความสามารถในความคิดความจำของผู้รับบริการเป็นหลัก และใช้การปรับประยุกต์ (Modify) เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้
  5. วางแผนการรักษา : การจัดกิจกรรมตามความต้องการของผู้รับบริการ ปรับกิจกรรมให้มีความเหมาะสม ฝึกซ้ำๆเพื่อให้เกิดการจดจำ และการใช้งานของสมอง เพื่อชะลอการเสื่อมของสมอง
  6. ลงมือรักษาตามแผนการรักษา
  7. ประเมินซ้ำ และติดตามความก้าวหน้าของผู้รับบริการ : ประเมินซ้ำโดยแบบประเมิน เพื่อเปรียบเทียบความก้าวหน้าของการรักษา สอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการและญาติผู้รับบริการ

บทที่ 5: Implication and Application

สิ่งที่ได้ความรู้จากการทำตำราชีวิตครั้งนี้คือ การใช้ห้อง Snoezelen นั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแก่ผู้รับบริการประเภทเดียวเท่านั้น และได้ทราบถึง Multi-Sensory Stimulation Environments การใช้สิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้นประสาทสัมผัสที่หลากหลาย

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้คือ นักกิจกรรมบำบัดสามารถใช้การจัดปรับสิ่งแวดล้อมทดแทนได้ เพียงแค่เราต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมภายต่างๆนั้นหมาะกับเป็นการกระตุ้นการรับรู้และความรู้สึกที่หลากหลายอย่างไร และจัดให้เหมาะสมแก่ผู้รับบริการ

กล่าวโดยสรุปคือ ตำราชีวิตของผมครั้งนี้จะชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ผู้รับบริการจะมีความจำจดที่ลดลง แต่เรานักกิจกรรมบำบัดสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้โดยการใช้ประสาทสัมผัสที่มีอยู่นั้นให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาให้ได้ยาวนานที่สุด

เอกสารอ้างอิง

Ji-Hyuk Park, Joo-Hyun Lee, Yeong-Jo Kim. Occupational Therapy Services for Elderly with Severe Dementia. International Handbook of Occupational Therapy Interventions 2015, pp 451-46.

Houston, Megan, "Multi-Sensory Stimulation Environments For Use With Dementia Patients: Staff Perspectives On Reduction Of Agitation And Negative Behaviors" (2015). Graduate College Dissertations and Theses. Paper 373

Hudson, Dinah, "Interventions in the Enhancement or Preservation of Motor Skill Learning in Tose with Mild Dementia" (2015). Senior Honors Teses. Paper 444.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรมบำบัด



ความเห็น (0)