เปลี่ยนอารมณ์ขุ่น..ให้เป็นอารมณ์ขัน

https://www.facebook.com/237160756408180/photos/a.237161899741399.1073741827.237160756408180/297558270368428/?type=1&fref=nf&pnref=story

อารมณ์ขัน...เป็นอีก 1 เทคนิคดีๆ ที่แม่บ้านนี้มักใช้กับลูกชายเสมอๆ สามารถเปลี่ยนอารมณ์ขุ่นๆ ของลูก ให้กลายเป็นอารมณ์ขันได้ อย่าลืมกุญแจสำคัญคือ ตัวเราต้องมีก่อนถึงจะใช้ได้ แม่บ้านๆ นี้มีอารมณ์ขันเหลือเฟือ เหลือใช้5555 ขอยกตัวอย่างสัก 1 เหตุการณ์ ล่าสุดเมื่อวานนี้ ขณะที่ไปทานส้มตำข้าวเหนียวในมื้อเที่ยง(แต่ทานตอนบ่าย) กับเพื่อนและลูกทั้ง 3 ของเพื่อน มีต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง ปลูกอยู่ข้างๆ โต๊ะทานอาหาร เด็กๆ ก็ได้โอกาสปีนป่ายตามประสาลิงกทม.(ร้านอาหารต่างจังหวัด) ขณะที่ลูกชายแม่ดาวกำลังปีนลง พี่ชาย(ลูกเพื่อน)ก็มาแหย่แปะตัวทำให้ตกใจ หล่นตุ๊บตกลงมาจากต้นมะพร้าว ระดับความสูงไม่มากแต่ระดับความเจ็บและจุกคงมากอยู่ ฟังจากเสียงหล่น และดูจากอาการสีหน้าที่ย่นยับ เดินโขยกเขยกมาหา

ลูก "แม่...เจ็บน่ะ พี่...ทำ พี่ดึงแขนมีศีลตกลงมา" พูดไปทั้งน้ำตา ในสถานการณ์นี้ประเมินแล้วว่า ไม่ใช่แค่เจ็บตัว แต่เจ็บใจ อีกทั้งอับอายผู้คนในร้านซึ่งเยอะทีเดียว (ร้านนี้เต็มแทบทุกโต๊ะ) ขั้นแรกรับฟังก่อน จากนั้น
แม่ "ไหนๆ แม่ดูซิ อืมตกสูงแบบนี้ก็เจ็บแหละเนาะ" สำรวจร่างกาย
ลูก "พี่...ดึงแขนมีศีลตกลงมา"
แม่ "ครับ แม่นั่งดูอยู่ตลอดลูก แม่เห็น พี่เขาไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่ได้ดึงแขน แต่พี่เขาแปะแขนแหย่ให้ลูกตกใจ แหย่เล่น พี่เขาเล่นกับลูก"
ลูก"พี่ดึงจริงๆ"
พี่ก็ยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ เลยหันไปคุยกับพี่ทำความเข้าใจการเล่นด้วยกันในสถานการณ์นี้ คุยกับพี่ว่าแบบนี้ไม่ควรทำ เพราะอะไร และควรเล่นแบบไหน และบอกลูกตัวเองด้วยเช่นกัน คือฝ่ายพี่ก็ไม่ขอโทษ ส่วนฝ่ายน้องก็ต้องการความรับผิดชอบจากพี่ จึงพลิกสถานการณ์นี้ด้วยอารมณ์ขัน
แม่ "มาๆ ไหน ตกจากที่สูงแบบนี้อันตรายไม่รู้กระทบกระเทือนสมองหรือเปล่า ขอทดสอบความทรงจำก่อนว่ายังปกติไหม" แม่ทำหน้าตาจริงจัง เหมือนว่ากลัวจะอันตรายต่อสมองจริงๆ ทั้งที่จริงๆ คือขำขำ
แม่ "อ่ะ...นี่ใคร" ชี้ไปที่ตัวเอง พอเห็นลูกทำท่าจะตอบก็เปลี่ยนไปชี้คนอื่น
ลูก "แม่ดาว"
แม่ "แย่ล่ะๆ สงสัยสมองกระทบกระเทือนจริงๆ จำไม่ได้"
ลูกและเด็กๆ ก็หัวเราะชอบใจ
แม่ "ไหนๆ ขอทดสอบเพื่อความแน่อีกหน่อย...นี่ ใคร" ชี้ไปที่ใครสักคนในโต๊ะ พอลูกจะตอบก็เปลี่ยนไปชี้อีกคน ขำกันใหญ่ สักพักเลยกลายเป็นเล่นสนุกไป ลืมโกรธ ลืมเจ็บ และก็กลับมาดีกันเล่นกันเหมือนเดิม

อารมณ์ขันดี๊ดี..อยากให้มีพกไว้ติดตามตัว และสำคัญกว่าอารมณ์ขัน คือพกสติไว้ start อารมณ์ขัน ไม่งั้นสติมาไม่ทัน อารมณ์ขันไม่ทำงานนะจ๊ะ...จะบอกให้

หลังจากโพสต์แบ่งปันเรื่องนี้ใน Facebook เห็นว่ามีหลายคนสนใจกับเทคนิคนี้ บ้างสนใจ บ้างเสียใจ รู้สึกผิดที่คิดว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ดีพอ ไม่สามารถสร้างอารมณ์ขันเช่นนี้ให้กับลูกได้ อยากบอกจากใจว่า ทุกคนล้วนมีเมล็ดพันธุ์ดี ๆ ในใจ มีคุณธรรมดี ๆ มากมาย เพียงแต่เราไม่นำมาใช้ ก็เลยคิดว่า "ฉันไม่มี" ยกตัวอย่างตัวเองนะคะ ก่อนหน้านี้ หากให้มองตัวเองจะมองว่า ตัวเองเป็นแม่ที่ไม่อ่อนหวานเอาเสียเลย พูดก็ขวนผ่าซาก ใจร้อนฯลฯสารพัดสิ่งไม่ดีในตัว จากประสบการณ์ตัวเองผ่านมาจึงทราบว่า จริง ๆ แล้วเรามีนะ แค่อาจจะน้อยมาก หรือบางนิสัยต้องขุดกันขึ้นมาแบบว่าอยู่ลึกมากฮ่าๆๆๆ หากเราเชื่อว่าเรา "มี" เราจะ "มี"ค่ะ หากเราเชื่อว่าเราสามารถจะเป็น เราก็จะเป็นได้ ค่อย ๆ บ่มเพาะดูแลหล่อเลี้ยงสิ่งดี ๆ ที่อยากจะมีอยากจะเป็นให้เด่นขึ้นมา จนทุกวันนี้ก็พอจะเป็นแม่ที่อ่อนหวาน อ่อนโยน พูดจาไพเราะเสนาะหู ใจดีมีเมตตา ใจเย็น "เฮ้ย...ฉันทำได้นะ"

หรือหากใครรู้สึกว่า "อารมณ์ขัน" สำหรับฉันมันยากเหลือเกิน ไม่ต้องฝืนก็ได้นะคะ เราสามารถเป็นแม่ที่ดีพอสำหรับลูกของเรา แม่ทุกคนไม่จำเป็นต้องมีอารมณ์ขันเหมือนกันก็ได้ (แต่มีก็ดีเนาะ) หากเรามั่นใจว่่า ฉันเป็นแม่ที่ดีพอ อาจไม่มีอารมณ์ขัน แต่ฉันก็ยังสามารถเข้าใจ ถึงใจลูกของฉันได้ การสื่อสารด้วยความรัก ไม่จำเป็นต้องตลก การสื่อสารด้วยความรักบางครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องพูด บางครั้งแค่สบตาก็สื่อได้ถึงหัวใจ หรือบางครั้งแค่นั่งฟังความรักก็ไหลผ่านไปอย่างง่ายดาย อยากให้คุณทบทวนตัวเองกันว่า ความรักของเราเข้าไปถึงใจลูกไหม ลูกรับรู้ไหมว่าสิ่งที่เราพูดหรือทำ ว่า "นี่คือความรัก" โปรดระวัง "ความร้าย"ที่แผ่ออกไปจากใจ หลายทีก็เพราะรัก เราจึง "โกรธ" หลายทีก็เพราะห่วงเราจึง "ทำโทษ" หลายที่เราอยาก "ส่งเสริม" แต่เราก็กลับ "ทำลาย" หลายทีที่ความรักของเราก็ร้าย ๆ เด็กบางคนรับรู้ไม่ได้ว่านี้คือความรัก ตีความว่าเป็น ความร้าย แม่คงไม่รัก ทบทวน ทวบทวน และลงมือทำ

สุดท้ายนี้ใครมีเทคนิค อารมณ์ขันดี ๆ ที่เคยเปลี่ยน อารมณ์ขุ่นให้เป็นอารมณ์ขันได้ แบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้นะคะ อยากอ่านเทคนิคบ้านอื่นบ้างเหมือนกัน เผื่อจะจำไว้ไปใช้บ้างค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบแนวคิดบวก



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ บันทึกดีดีนี้ค่ะ