ชีวิตที่พอเพียง : ๒๔๒๖ . ไปโตเกียว : ๓. ประชุม Scientific Committee ของ PMAC 2016 วันที่สอง (๑๗ เมษายน ๒๕๕๘)


สำนักงาน JICA อยู่ใกล้ที่พักคือ Tokyo Green Palace นิดเดียว เดินแค่ ๓ นาที สะดวกมาก และอากาศดี แดดจ้า

การประชุมสองวันแรก คือเมื่อวานกับวันนี้ เป็นกระบวนการคัดเลือก abstract มาใช้ประโยชน์

วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๘ กำหนดเริ่มประชุม ๙.๐๐ น. แต่ทีม secretariat ต้องใช้เวลาในห้องประชุม ๔๐ นาที จัดทำข้อมูลผล review ลง Excel ซึ่งเมื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ผมก็ได้เห็นวิธีทำงานแบบ super professional เอาข้อมูลความแตกต่างของคะแนนของ reviewer สองคน มาตรวจสอบ

เขาวิเคราะห์ข้อมูลความเห็นที่แตกต่างมา ๓ แบบ (อย่างงดงาม) นำไปสู่การอภิปรายเกณฑ์ในการตัดสิน ว่าเป้าหมายของการทำงานนี้คือการเอา abstract ที่เลือก ไปใช้ใน subtheme โดย subtheme coordinator เป็นผู้เลือก และในการเชิญมาเสนอ โปสเตอร์

การอภิปรายถกเถียงอย่างจริงจัง ในกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุม ทำให้ผมได้เรียนรู้มาก ว่าควรหาวิธีทำงานยากให้ง่าย งานน้อย และตรงความมุ่งหมาย ซึ่งวิธีที่ผมชอบคือ จัด abstract เป็น ๓ กลุ่ม (๑) กลุ่มที่ reviewer ทั้งคู่เห็นพ้องกันว่า คะแนนต่ำ คะแนนเต็ม ทั้งสองคนให้ ๗ ลงไป กลุ่มนี้น่าจะกันออกไป (๒) กลุ่มคะแนนสูง เห็นตรงกันทั้งสองคน คือให้คะแนน ๑๑ ขึ้นไป กลุ่มนี้ถือว่าผ่าน (๓) กลุ่มที่ต้องตรวจสอบใหม่ร่วมกันใน reviewer สองคน คือคนหนึ่งให้คะแนน ๑๑ ขึ้นไป อีกคนให้คะแนนต่ำกว่า

ในที่สุดก็ตกลงกันว่า ให้เอาคะแนน policy relevance ต่อ subtheme เป็นตัวตั้ง เลือกเอามาเฉพาะ abstract ที่ได้คะแนน ๒ ขึ้นไป (จากคะแนนเต็ม ๕) แล้วเอาคะแนนรวมของทั้งสามเกณฑ์ (relevance, scientific & technical rigor, contribution to the theme & subtheme) เป็นตัวตัดสิน โดยให้ทีมในแต่ละ Subtheme ไปตกลงกันเอง ว่าจะใช้วิธีเลือกอย่างไร แล้วเอามานำเสนอ ในที่ประชุมใหญ่ในตอนบ่าย โดยมีเป้าหมายคร่าวๆ ว่า ต้องการเลือกไว้ทั้งหมด ๘๐ - ๑๐๐ abstract (จากทั้งหมด ๓๙๖)

พบว่า ๓ กลุ่ม (subtheme) ใช้วิธีเลือกไม่เหมือนกัน

Subtheme 1 (Organizing priority setting : what evidence is needed?) ใช้วิธีให้สมาชิกให้คะแนน A หรือ B แก่แต่ละ abstract ของ subtheme (มีทั้งหมด ๑๒๒ abstract) abstract ที่ทุกคนให้ A ถือว่าผ่าน abstract ที่ทุกคนให้ B ถือว่าตก ที่มีทั้ง A และ B นำมาอภิปรายและตัดสินร่วมกันทีละ abstract สรุปผ่าน ๒๒ คน (หมายเหตุ นี่คือวิธีที่ผมคิดขึ้นเองข้างบน แต่ไม่ได้เสนอต่อที่ประชุม)

Subtheme 2 (Using priority setting evidence in making UHC decision) ใช้วิธีเลือก abstract ที่ได้คะแนนสูงสุด ๒๕ abstract (จากจำนวนทั้งหมด ๙๖) ได้คะแนนตัดสินที่ ๑๐

Subtheme 3 (Priority setting in action : learning and sharing country experiences) ใช้คะแนนตัดสิน ๙ มี abstract ที่ผ่าน ๕๒ (จาก ๑๗๘)

รวมผ่าน ๙๙ abstract และมี 1 abstract ที่มีข้อเสนอต่อ Subtheme coordinator ให้พิจารณาเชิญมาร่วมเป็นพิเศษ เพราะจะมีประโยชน์ต่อประเทศนั้นมาก

ตอนประชุมไม่ง่ายเลยนะครับ ที่จะได้ข้อยุติ ต้องได้ประธานที่เก่ง และผู้คนเชื่อถืออย่าง นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร จึงลงเอยได้

นอกจากตัดสิน abstract แล้ว ที่ประชุมยังให้คำแนะนำดีๆ หลายข้อ เพื่อนำไปปรับปรุงวิธีประกาศเชิญชวนให้เสนอ abstract ในปีต่อๆ ไป

abstract ที่ได้รับคัดเลือก จะได้รับเชิญมาร่วมงาน PMAC 2016 ในฐานะ parallel session speaker หรือมาเสนอ poster presentation

คณะกรรมการตัดสิน abstract นี้ มี ๒๔ คน เป็นคนไทย ๑๑ คน เราได้เรียนรู้มากจริงๆ

เช้าวันที่ ๑๘ ผมปรารภกับ ดร. ศรีเพ็ญ ตันติเวส รอง ผอ. HITAP เรื่องวิธีคัดเลือกที่ใช้เมื่อวันที่ ๑๗ ว่ายืดยาดและงานมากโดยไม่จำเป็น ดร. ศรีเพ็ญบอกว่าจำเป็น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นว่าเราไม่ได้รวบรัด ให้เขาได้มีโอกาสคิดกันเอง ทำให้ได้ใจของผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างชาติ เป็นเหตุผลที่ดีมาก


บรรยากาศในห้องประชุม


ประธานทำงานหนัก


รูปหมู่



วิจารณ์ พานิช

๑๘ เม.ย. ๕๘

โรงแรม Tokyo Green Palace


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)