ที่นำฝากลม ฝากฟ้านี้ ด้วยเพราะมั่นใจว่า... ผู้ที่กระทำบาป หยาบหนา แบบพระเทวทัต ก็ยังสำนึกได้ในนาทีที่ก่อนสิ้นใจ และ เธอเป็นชายชราที่มีโรคร้ายที่พอจะสามารถนำชีวิตตนก้าวสู่ทางออกที่สมควรเข้าถึงได้..ในเร็ว นี้...

ความล้มเหลว แท้จริงคือ ความสำเร็จ...จักมีคุณเสมือนพระเจ้าอโศกมหาราช กลับใจ

โดย สมณะบินก้าว อิทธิภาโว

บันทึกเสนอทางออก จาก... ความล้มเหลวแท้จริงคือความสำเร็จหากชัดเจนและสำนึก

บทเรียนที่

บันทึกหากเธอกล้าคว้าความล้มเหลว แท้จริงคือ ความสำเร็จ...จักมีคุณเสมือนเรื่องราว ของ พระเจ้าอโศกมหาราช กลับใจมาเป็นพระธรรมราชา

โดย ขอนำบันทึกเสนอทางออก จาก... ความล้มเหลว แท้จริงคือ ความสำเร็จ ที่แสดงเจตนาไว้นานหลายปีผ่านมานานแล้ว หากชัดเจน สู่ สำนึก

ณ บทเรียนที่ ๑

ทฤษฎี ความล้มเหลว แท้จริงคือ ความสำเร็จ
มอบแด่...คนรวยระดับหมื่นล้านขึ้นไป...
ที่เหมาะแก่การอ่านและนำไปใช้โดยจะเกิดผลดีต่อโลกโดยแท้สังคมดีขึ้นแน่ และจิตใจเธอเองก็จะดีขึ้นทันตา….

โดย คุณสมบัติ เธอ...ที่จะต้องเพิ่มความกล้าหาญอย่างยิ่งใหญ่…กล้าที่จะนำปรากฏในสิ่งซึ่งเธอคนเดียว ที่ก่อกรรมทำพลาด และ เมื่อกลับเนื้อ กลับตัว กลับใจ ตั้งใจกระทำกรรมใหม่ได้ และ แน่นอนจักส่งผลความยิ่งใหญ่กว่า หรือ เสมอกับการกระทำของจอมจักรพรรดิที่มีเจตนาสั่งสมบารมีเพื่อปวงมหาประชาชน ดั่งที่เคยมีในประวัติศาสตร์หลาย ๆ ท่าน...

ทว่า...จิตใจเธอจักกล้าพอ และ หนักแน่นจริงแท้หรือไม่ ? ในอันที่ต้องลงมือแก้กลับด้วยความมั่นใจ ประกอบด้วยสัมมาสติแห่งตนอย่างมั่นคงเต็มร้อยและชัดแท้...

ขั้นแรก เธอต้องกล้าบอก และต้องกล้าชี้...โดย เจาะเข้าไปถึงบรรดาผู้ที่จับจ้องเคี้ยวผลประโยชน์จากเธอ....ในตอนนั้น
โดยเธอในขณะนั้น ๆ ก็ได้รับผลสนอง...อันเนื่องมาแต่การกระทำของพวกเขา เพราะที่เธอทำที่ทำ ก็เพื่อเป้าหมายของเธอด้วยเช่นกัน...

ทบทวน สิ....เธอปล่อยเชื้อโลภ....ฉีดเข้าไปในลักษณะใดบ้าง ?
ทบทวน สิ....ฉีดเข้าไปในระบบใดบ้าง ?
ทบทวน สิ....ฉีดเข้าไปในใครบ้าง ?

แล้วบันทึกออกมา


ลองทบทวนนะ....นั่นคือโลกใบเก่าของเธอ โลกในครั้งที่เธอยังตกเป็นทาสแห่งทุน ที่พอกหนาเตอะเขลอะใจคนในโลกใบนี้ที่ขาดมโนธรรมให้ตกจมอยู่ในทุกวันนี้ ดังที่เป็น ๆ กันมา และ นี่คือ....โลกใบเก่าที่ได้นำความทุกข์มาสู่ใจเธอมากขึ้นอย่างแสนสาหัส จากที่เคยหลงว่า น่ายินดี หลงว่า เป็นความสำเร็จ

หากโดยแท้กลับยิ่งพาให้จิตใจตกจมหยาบหลงทางหนักยิ่งขึ้น....
ตรองตามที่กล่าวนี้ให้ดี ๆ เถิด มันไม่ใช่ความน่ายินดีเลย...


ที่นำฝากลม ฝากฟ้านี้ ด้วยเพราะมั่นใจว่า... ผู้ที่กระทำบาป หยาบหนาแบบพระเทวทัต ก็ยังสำนึกได้ในนาทีที่ก่อนสิ้นใจ และ เธอเป็นชายชราที่มีโรคร้ายที่พอจะสามารถนำชีวิตตนก้าวสู่ทางออกที่สมควรเข้าถึงได้..ในเร็ว นี้....


บทที่ ๒


ในทันที....ที่เธอกล้าชี้ กล้าเปิดเผยตามลำดับในบทที่ ๑ โลกธรรมที่มาครอบงำ จะหน้าหงาย ด้วยไม่สามารถครอบงำเธอที่ติดหลงอีกต่อไปได้ ความสะเทือนเลื่อนลั่น... อันจะมีบุคคลที่ไม่เคยเชื่อใจ ไว้ใจในเธอ ก็จะถาโถมเข้าาให้เธอต้องก้าวสู่การพิสูจน์ความตั้งใจต่อไป...ขอให้เตรียมความพร้อมให้มากพอ


ฉับพลันเมื่ออ่านบทที่ ๑ จบลง ก็แอบได้ยินเสียงคำในใจหลายคน....บ่นออกมาดัง ๆ พร้อมกันว่า... " ดิอิมพาสสิเบิ้ล ดิอิมพาสสิเบิ้ล ทฤษฎีนี้ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้หรอก " คนแบบเธอ ไม่มีปัญญาที่จะก้าวออกมาจากหล่มบาป ได้หรอก ซึ่งก็จะเป็นเช่นนั้น หากเธอ ขี้ขลาด แต่ถ้าต้องการก้าวพ้นจากหล่มทุกข์ก็จักต้องตรองให้ชัด

อย่าได้ท้อต่อผู้ปรามาสที่มองในในมิติเดียว....

ใจเธอทุกข์แสนทุกข์ ที่มีต้องแบกหนักอย่างแสนสาหัส ฯ เพียงผู้เดียว นับเป็นเวลาที่ยาวนานอันเกิดจากบทเรียนชีวิต มันหนักหนาสาหัสที่มากพอขนาดที่เกือบจะต้องกลายเป็นคนบ้าก็หลายครั้ง ต้องหานางบำเรอมากลบเกลื่อนใจก็มากมาย และ แม้แต่แอบไปหลั่งน้ำตาก็ยากที่จะให้ใครเห็นมาหลายต่อหลายหน
และแม้แต่...ขอพึ่งสิ่งบนบานศาลกล่าว โดย โดนเหล่าคนผีหลอกให้ต้องลงทุน...ก็มากสุดมาก

หันมองไปทางซ้าย รึ ! ก็ไร้มิตรแท้....
หันมองไปทางขวาก็พบแต่แววตาของมิตรเทียม มิตรปอกลอกที่จ้องมองมาอย่างหยาดเยิ้ม...อย่างพยายามขอสบสายตาด้วย….
ครั้นมองไปข้างหลังและข้างล่าง รึ ! ...ดูจะไม่ต้องพูดถึงให้เสียเวลา....
จะเหลือพอให้เห็นเป็นแนวทางที่จะเป็นความหวังริบหรี่ ๆ บ้างก็คือ การมองไปข้างบน.... กับมองไปข้างหน้า....


ซึ่งขณะนั้นเสียงหนึ่งได้แว่วเสียงแห่งมโนธรรมที่มีน้อยสุดน้อยกระซิบบอกกับเธอ ว่า...

" คนเรานั้น พลาดผิดครั้งเดียว ต้องคาใจทั้งชีวิต ฝืนยิ้มสู้หน้า....แต่ใจก็รู้ว่า....เข้าหน้าใครไม่ติด....ใครไหนไม่รู้เราสิรู้ และเห็นลีลาความคิด "


แล้วเธอต้องปลอบใจตนเอง บอกตนเองซ้ำ ๆ ว่า...
โชคดีจริงนะ ที่ฉันร่ำรวยเป็นหมื่นล้าน...ถึงได้พบโจทย์แบบนี้ และ โชคดีมาก ๆ ที่เห็นบทเรียนพระเทวทัต ทั้งได้มาพบ ทฤษฎี ความล้มเหลว แท้จริงคือ ความสำเร็จ
ปรากฏให้เกิดเป็นแนวคิด…ช่วยกระตุ้นมโนธรรมในจิตใจ

ทีนี้แหละ....ตั้งใจไตร่ตรอง ปรึกษากับตนเองอย่างรอบคอบ และก็เชื่อว่า....ที่สุด จักได้ความชัดในการนำไปใช้ว่า...นี้คือ....ทางออก....โดย ต้องออกจากโลกใบเก่า....


โลกใบเก่าที่หลอกผู้คนทั้งโลกให้พากันหลงทาง....
โลกใบเก่าที่เธอ....ก็ได้หลงก้าวไปอย่างหลงทิศผิดทาง ทั้งเคยแสนจะภาคภูมิใจ
โลกใบเก่าที่คุ้นเคย... และสามารถพัฒนาผลมีเกิดสมรรถนะจนเข้าขั้นสุดยอดแห่งวิธีการที่นำคนให้หลงตามอย่างสลับซับซ้อนแนบเนียน และ ภาคภูมิใจอย่างที่สุดโดยกระบวนการทางความรู้ของโลกทุนนิยมจนเกิดฤทธิ์ฝีมือที่สามารถ...เป็นหมื่น ๆ ล้านจนอยากจะก้าวไปถึงความเป็นจ้าว ครองโลก

โอ....เจ้าโลกใบเก่าที่เคยแอบภูมิใจในความสำเร็จที่นำมาหลอกตนเอง หลอกคนอื่น กระทั่งเขาทั้งหลาย...ต่างก็ก้าวมาเลียนแบบ ก้าวมาหวังผลแห่งความเชิดชู
ยกย่องยินดี นับหน้าถือตา ฯลฯ


แล้วยังมีบรรดาตำราทั้งหลาย ศาสตร์ทั้งหลาย วิชาการทั้งหลายที่ความมิจฉาทิฐิพากันทุ่มเทศึกษา ณ โลกใบนี้ ก็ล้วนนำพา....เพื่อให้ได้เข้ามาในอันจะเข้าถึงแบบที่เธอเป็นอยู่นี้....

เพื่อถึงความร่ำรวยเป็นหมื่น ๆ ล้าน
เพื่อมั่งมีพรั่งพร้อมด้วยอาคารบ้านเรือนใหญ่โตโก้หรู....เอาไว้อยู่อาศัย แสดงความมีอำนาจ วาสนา
โดยหวังว่า...เมื่อถึงจุดนี้แล้ว ก็จะได้มีครอบรัวที่มั่นคงซื่อตรง ซื่อสัตย์ต่อกันอย่างสมบูรณ์ ก็หวังไว้อย่างนั้น


แล้วบัดนี้ล่ะ มันเป็นอย่างไร ? มันคืออะไร ? เมื่อได้ก้าวมาถึง


บัดนี้ ในใจนั้น เริ่มรู้ล่ะว่า.... ที่ผ่านมาทั้งหมด ล้วนคือ ความเข้ารก เข้าพง คือความหลงทาง.... คือ หนทางแห่งความตกหล่มทุกข์อย่างสุดลึกของหัวใจที่ต้องแบกอยู่เพียงลำพัง....เพียงลำพังคนเดียวจริง ๆ เท่านั้น

หันมองไปทางซ้ายก็ไร้มิตรแท้....
หันมองไปทางขวาก็พบแต่แววตาของคนเทียมมิตร มิตรปอกลอก ที่จ้องมองมาอย่างหยาดเยิ้ม...หมายจะขอสบสายตาด้วย ….

ทบทวน สิ...

ทฤษฎี ความล้มเหลว แท้จริงคือ ความสำเร็จ นี้ จักเป็นทางออก....ได้มั๊ย
จะเป็นไป เพื่อให้เกิดผลอะไร ?

ทฤษฎีนี้ จะช่วยให้ใจตนเองได้ตื่นจากความหลับ
ทฤษฎีนี้ จะช่วยให้ใจที่ซื่อ บริสุทธิ์ดังแต่ก่อนกลับคืนมา
ทฤษฎีนี้ จะช่วยปราบให้หัวใจของบุคคลอันเป็นที่รัก
ที่ประพฤตินอกลู่–นอกทางจะได้กลับคืนมา

และทฤษฎีนี้ จะช่วยเขย่าเหล่าบรรดาคนที่หลงทาง ติดกับแห่งเหยื่อล่อที่เธอติด และ หยิบยื่นให้….เพื่อจะได้ตื่นขึ้นมาด้วยกัน แม้ผลเบื้องต้นจะคือ การฝืนอย่างหักมุม และ ในสายตาแห่งโ,กที่เต็มไปด้วยความมิจฉา ฯ จะเห็นว่า ทำให้ต้องอับอาย


แต่ที่แน่ ๆ ทฤษฎีนี้ เธอเท่านั้น ที่จะนำตนให้เกิดตาในใสสว่างกระจ่างแจ้ง ด้วยความสัจจะจริงที่ส่องใจโดยแท้

ที่สุด เธอจะเปล่งคำอุทานออกมาดัง ๆ ว่า....

"อภิโธ่ เอ๊ย....เจ้าความสำเร็จหมื่น ๆ ล้านที่ได้เจ้ามาน่ะ....เบื้องหลังนั้น...มันคืออย่างไร ? เป็นอย่างไรล่ะ รวยซะให้เข็ด ซวยซะให้เข็ด "

มองตนเอง...สิ !

เห็นเธอแต่แรก สะอาดใส
ค่อย ๆ เปื้อนด้วยเต็มใจ ของเธอเอ๋ย
เธอบอกเรียนรู้โลกตามอยากเคย
แล้วมาเผย ร่ำไห้ ร่างสะท้าน


น้ำตาไหล ลงพร่างพรู
เรียนรู้ โลกมนุษย์บ้างสอบตก บ้างสอบผ่าน
ช้าเร็ว กว่าจะรู้ ตามกาล...
ปรับหัวใจ มุ่งมั่น ก้าวพ้น ทางหลง...


จงทบทวนให้ชัด ๆ แนวทฤษฎี ชี้ให้ทบทวนลงไปว่า...
ในสมัยที่เธอ คือผู้ปล่อยเชื้อโลภ....
ในสมัยที่เธอ คือผู้ฉีดเชื้อ....เข้าไป.... เข้าไปในลักษณะใดบ้าง ?

เพื่อเธอ สมมุ่งหวัง ดังเป้าหมายและแรงปรารถนา ณ สมัยนั้นๆ....

ทบทวน สิ ! เธอฉีดเข้าไปในระบบใดบ้าง ?
เพื่อเธอ สมมุ่งหวัง ดังเป้าหมายและแรงปรารถนา ณ สมัยนั้นๆ....
ทบทวน ชนิดลงรายละเอียด สิ ! ว่า....เธอฉีดเข้าไปในใครบ้าง ?


เพื่อเธอ สมมุ่งหวัง ดังเป้าหมายและแรงปรารถนา ณ สมัยนั้น ๆ
และเพื่อจะได้บอกกล่าวตามตรง เป็นการฉีกทุกข์ของเธอออกมาเป็นชิ้น ๆ ให้หมดสิ้นไปเลย.... และจะได้รู้ว่า เจ้าบรรดาความเป็นค่าหมื่น ๆ ล้านนั้นได้มาอย่างไร ? ที่แต่ก่อนนั้นแอบภูมิใจหอบหวงยึดมั่นนักหนา....
แล้วมาบัดนี้....ใจเป็นอย่างไร ?

หดหู่ สะเทือนใจ หรือ อย่างไรบ้าง ? …หรือ ยังหลงชื่นชมยินดีจนบัดนี้...

เอาละ....ขอแวะกล่าวถึง ท่านที่เป็นคนธรรมดา ๆ แต่เผลอตัวเข้ามาอ่านทฤษฎีนี้เข้า....ถึงตรงนี้ หลายคนก็อาจจะคิดตาม ๆกันไปอย่างหลากหลาย และในบรรดาความรู้สึก นึกคิดเหล่านั้น ๆ ก็คงสรุปได้ว่า...เจ้าคนเขียนนี้ คงบ้าได้ถึงที่แล้วนะ

แต่เอาละ....ขอบอกเธอ ผู้ที่ร่ำรวยเป็นหมื่น ๆ ล้าน....ต่อไปดีกว่า….
เธอ....ตั้งใจ สูดลมหายใจเข้า – ออก ให้เต็มปอดสักนิดก่อน
หายใจเข้า พุท – หายใจออก โธ
หายใจเข้า พุท – หายใจออก โธ
หายใจเข้า พุท – หายใจออก โธ
ก่อนจะมีความรู้สึก มีคำถามต่อไปนี้ไปยัง....

บรรดาท่าน ๆ ที่ต้องปรากฏต่อจากบทเรียนนี้ในบทถัด ๆไป....จากการที่เธอต้องเข้าไปยุ่งเข้าไปเกี่ยว เพื่อให้สมกับเป้าหมายทั้งในระบบ – นอกระบบ....
พร้อมแล้ว หรือ ยัง....
พร้อมที่จะพิสูจน์และเรียนรู้ทฤษฎี....ความล้มเหลว แท้จริงคือความสำเร็จ
ในระดับเข้มข้นจริง ๆ กันหรือยัง ? ว่า....

ใด... คือ ความล้มเหลวอันจะเห็นได้ในสายตาของคนที่มาเห็นมารู้จัก
เป็นรูปธรรม
ใด... คือ ความสำเร็จ ที่แท้จากการเกิดมาเป็นชีวิต....พร้อมกันแล้ว หรือ ยัง !!!


หากเธอเข้าใจและสามารถถึงขั้นนี้....ต้องขอบอกเลยทีเดียวว่า...เธอควรที่จะต้องทำออกมาเป็นตำราพลิกความมิจฉาทิฐิในโลก ก้าวมาสู่สัมมาให้ได้เลยนะ

ด้วยความปรารถนาดี เป็นที่สุด !!! ก่อนหมดลมหายใจ...