รู้สึกพอ..ก็สุขใจ

ผมมองและจินตนาการได้ทุกวัน ภูมิใจในตนเอง ที่ตัดสินใจไม่ผิด กับชีวิตที่ไม่ต้องรุ่งโรจน์มากมาย แต่อยู่ได้กับงานการบริหารและการเรียนการสอน ...ทำงานกับครูไม่กี่คน กับนักเรียนในชุมชนที่ยากจน ที่ต้องเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับพวกเขาอย่างมีคุณภาพ.. อย่างตั้งใจและจริงจัง

เมื่อก่อนไม่เคยพอ..จะก้าวต่อไปเรื่อยๆ รักความก้าวหน้า และอยากเป็นใหญ่เป็นโต สอบเปลี่ยนตำแหน่งหลายครั้ง และมีความประสงค์จะทำงานในเมือง บนสำนักงานที่หรูหรา..ก็เคยฝันไว้อย่างนั้น และผ่านมา ๒๐ กว่าปีแล้ว...

วันก่อนดูภาพข่าวการจราจรทางทีวีช่อง ๓ ...จึงทำให้หวนคิดถึง ครั้งหนึ่ง..อยากไปทำงานกรุงเทพฯ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ..ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการประถมศึกษา หรือ..ทำงานในเมือง ในตัวจังหวัดก็ได้ แต่ต้องสอบคัดเลือกเข้าไป..

ที่สุดแล้ว ไม่ได้ไปไหน..อยู่กับที่ วนเวียนอยู่ตามป่า แถบชนบท..ไม่ใช่เพราะสอบไม่ได้ สอบได้..แต่เลือกสอบในตำแหน่งที่ต้องเป็นศึกษานิเทศก์ และเป็นผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเล็ก..จนถึงปัจจุบัน

ความรู้สึก..บอกไม่ถูก ถ้าต้องอยู่ในท่ามกลางการจราจรอย่างนั้น จะต้องปรับความคิดอย่างไร ต้องทำตัวอย่างไร..ในเมื่อรถยนต์ที่นั่งไป ขับเคลื่อนได้ช้ามาก ระยะทางไม่ถึงสิบกิโลเมตร ใช้เวลามากกว่า ๑ ชั่วโมง บางทีผู้สื่อข่าวก็มักจะบอกว่าท้ายแถว อยู่ไกลเป็นกิโลเมตร หรือ ใช้ความเร็วได้ไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์..เป็นต้น

ภาพรถติดช่วงเปิดเทอม..ครอบคลุมทุกพื้นที่ มองดูไม่โล่งตาโล่งใจ เป็นวิกฤติการเดินทางอย่างแท้จริง...คนกรุงเทพในประเทศไทย ทำไมต้องใช้ชีวิตนานๆบนท้องถนน คงหงุดหงิดมาก หรือไม่ก็เคยชิน ผมรู้สึกเห็นใจ และคิดว่า..ไม่ได้เข้าไปน่ะดีแล้ว

รีสอร์ททุ่งดินดำที่ผมอยู่ แรกเริ่มมีบ้าน ๓ - ๕ หลัง ณ เวลานี้ มีคนจากเมืองหลวงและชานเมือง มาซื้อที่ดินและปลูกบ้าน นับได้เกือบ ๕๐ หลังแล้ว ต่างบอกว่า..อยากมาสูดอากาศบริสุทธิ์ หนีน้ำท่วมและความแออัด อยากสัมผัสป่าไม้และขุนเขา จึงขยับขยายมาที่กาญจนบุรี และสุพรรณบุรี ปีละหลายราย

๑๕ ปีเต็ม..ที่ผมดื่มด่ำกับความว่างเปล่าของท้องถนน นานๆรถจะสวนกันสักครั้ง ระวังแต่วัวที่จะข้ามถนน ระยะทางตอนเช้าที่ขับรถไปทำงานและเดินทางกลับบ้านรวมกันราวๆ ๒๐ กิโลเมตร สิ่งแวดล้อมข้างทางพบเห็นแต่ภาพวิวสีเขียวๆ ภาพต้นไม้และทิวทุ่งกว้างใหญ่สุดลูกหัวลูกตา ..เป็นท้องนา ไร่อ้อยและมันสำปะหลัง

ผมมองและจินตนาการได้ทุกวัน ภูมิใจในตนเอง ที่ตัดสินใจไม่ผิด กับชีวิตที่ไม่ต้องรุ่งโรจน์มากมาย แต่อยู่ได้กับงานการบริหารและการเรียนการสอน ...ทำงานกับครูไม่กี่คน กับนักเรียนในชุมชนที่ยากจน ที่ต้องเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กับพวกเขาอย่างมีคุณภาพ.. อย่างตั้งใจและจริงจัง

พอแล้ว..กับความเห่อเหิม ทะเยอทะยาน ขอมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ที่พร้อมจะอดทน มุ่งมั่นและทุ่มเท..ให้ประสบความสำเร็จด้วยกันทุกฝ่าย และทุกวันนี้..ก็มีความสุขได้เหมือนกัน..เมื่อรู้จัก..พอ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

เป็นคนกรุงเทพที่ต้องผจญกับการจราจรมหาโหดหลายปีจนตั้งใจไว้เลยว่า ถ้ามีลูกจะไม่ให้ลูกต้องผจญกับอะไรแบบนั้นค่ะ ดีใจที่ได้ออกมาเป็นคนนอกกรุงเทพได้เกินครึ่งของเวลาที่อยู่กรุงเทพแล้วค่ะ ท่านผอ.โชคดีมากที่มีธรรมชาติรอบตัว อย่างน้อยๆสุขภาพจิตก็ดีกว่าคนกรุงแน่นอนค่ะ