(102) ใครว่า .. คนบ้าฆ่าคนตายไม่ผิด !!

หากสังคมภายนอก 'เปิดใจ' ให้โอกาส เราพร้อมจะส่งคืนผู้มีสุขภาพจิตดีสู่สังคม ชุมชน ขอเพียงความกรุณาอย่าตอกย้ำภาพลักษณ์ผิดๆ ให้เป็นตราบาป (stigma) แก่ผู้ป่วยจิตเวช ด้วยการประโคมข่าว 'โจรโรคจิต'

19–20 พ.ค.58 นี้ดิฉันอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะการประเมิน Forensic Assessment และ Medical-legal Assessment วิทยากรเป็นบุคลากรภายในโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จำนวน 2 ท่าน ซึ่งได้รับการอบรมประเด็นที่เกี่ยวข้อง ต่อเนื่อง มาหลายครั้งแล้ว วันนี้เธอถ่ายทอดโดยให้แนวคิดทฤษฎีที่เป็นพื้นฐานในช่วงแรก แล้วตามด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช

ดิฉันติดใจประเด็น 'การส่งตัวผู้ป่วยไปรับการบำบัดรักษา' มาตรา 48

"ถ้าศาลเห็นว่าการปล่อยตัวผู้มีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ซึ่งไม่ต้องรับโทษ หรือได้รับการลดโทษตามมาตรา 65 จะเป็นการไม่ปลอดภัยแก่ประชาชน ศาลจะสั่งให้ส่งไปคุมตัวไว้ในสถานพยาบาลก็ได้ และคำสั่งนี้ศาลจะเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้"

ช่วงนี้ผู้รับการอบรมฯ ซึ่งมีประสบการณ์มาก (อายุงานเฉลี่ยมากกว่าคนละ 20 ปี) ได้นำประสบการณ์ของตนมาแลกเปลี่ยนกัน (Socialization) ดิฉันจะนำเรื่องของ หญิงผู้โชคดีคนหนึ่งมาเล่าให้ฟังค่ะ

นานกว่า 20 ปีแล้ว มีหญิงสาวคนหนึ่ง ตอนนั้นเธอยังอยู่ในวัยกลางคน มีอาการทางจิต หวาดระแวงพี่สาวตนเองมาก และเธอได้ฆ่าพี่สาวตนเองตาย

บทสรุปตอนท้ายของการต่อสู้คดีความในชั้นศาล เธอถูกสั่งให้รับการบำบัดรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชตลอดไป เธออยู่กับ 'เรา' ในหอผู้ป่วยสามัญนานกว่าสิบปี ต่อมาลูกชายเรียนจบ เข้ารับราชการ จึงใช้สิทธิข้าราชการ ย้ายมารดามาอยู่หอผู้ป่วยพิเศษ

พยาบาลผู้ดูแลเธอ นำเรื่องนี้มาแลกเปลี่ยน อย่างสะเทือนใจว่า..

"ผู้ป่วยอยู่กับเราเหมือนหญิงชราผู้น่าสงสารคนหนึ่ง"

"ไม่มีอาการหวาดระแวง ไม่มีพิษภัยกับใคร ตรงข้ามกลับมีน้ำใจ ห่วงใยผู้อื่น เธอจึงเป็นที่รักของทุกคน"

"เมื่อเธอหายเป็นปกติดีแล้ว ทีมก็อยากช่วยให้เธอได้กลับไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างอบอุ่น กับครอบครัว ที่บ้านเกิด"

การเตรียมความพร้อมผู้ป่วยให้กลับบ้าน โดยชุมชนให้การยอมรับนั้น มีขั้นตอนมากมาย

เริ่มจากการ Conference ของทีมจิตเวชและเตรียมความพร้อมของญาติอยู่หลายครั้ง ลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนอีกหลายครั้ง จนกว่าชุมชนจะยอมรับ ให้โอกาส ผู้ป่วยกลับมาเยี่ยมบ้านแบบ 'ทดลอง' หมายถึงกลับมาอยู่บ้านชั่วคราว โดยยังไม่จำหน่ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการร้องขอต่อศาลเพื่อขอทดลองเยี่ยมบ้าน เมื่อเราได้รับอนุญาต เราก็เริ่มส่งผู้ป่วยไปใช้ชีวิตประจำวันกับครอบครัว หรือไปกิน-นอนที่บ้าน สลับกับการกลับมาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เริ่มจากหนึ่งวันหนึ่งคืน แล้วขยายเป็นหลายวันหลายคืน จากวันเป็นสัปดาห์ และเป็นเดือน โดยสอนให้ญาติและเพื่อนบ้านสังเกตพฤติกรรมผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายนี้ หากพบอาการให้รีบส่งกลับโรงพยาบาลทันที

"สุดท้าย ผู้ป่วยกลับไปอยู่บ้านได้โดยชุมชนรู้สึกปลอดภัย เราขอศาลจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ศาลจำหน่ายคดีได้ โดยให้ผู้ป่วยมารับยาต่อเนื่อง ระยะเวลาจากการ Conference จนถึงวันจำหน่ายคดี ใช้เวลาเกือบ 10 ปี"

ท้ายนี้ ดิฉันไม่ต้องการสรุปประเด็น ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำอารมณ์และความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก สำหรับบทบาทพยาบาลจิตเวช ดิฉันกล่าวได้เพียงว่า หากสังคมภายนอก 'เปิดใจ' ให้โอกาส เราพร้อมจะส่งคืนผู้มีสุขภาพจิตดีสู่สังคม ชุมชน ขอเพียงความกรุณาอย่าตอกย้ำภาพลักษณ์ผิดๆ ให้เป็นตราบาป (stigma) แก่ผู้ป่วยจิตเวช ด้วยการประโคมข่าว 'โจรโรคจิต' ก่อความเสียหายอย่างนั้น อย่างนี้ และอย่างโน้น ขอให้เป็นบทบาทของจิตแพทย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นผู้วินิจฉัยจะดีกว่า

เพราะ หากจะรอให้ถึงวันหนึ่ง วันที่ gene ผิดปกติในร่างกายคุณสำแดงอาการ ! .. วันที่คุณจะเข้าใจ รู้สึกเห็นอกเห็นใจ อยากให้โอกาส .. ก็คงจะไม่ทันการแล้วค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องดีดีที่อยากเล่า



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณบันทึกดีๆ ที่จะช่วยให้คนทั่วไปมองผู้ป่วยจิตเวชในมุมบวก และได้ความรู้ด้วย