ต้องให้เด็กออกมาพูด ออกมาถาม...ให้ดังก้องโลก

บันทึกคุณธรรม นำสำนึกกตัญญู-กตเวที และรักมวลมนุษยชาติ ปกป้องโลก.... เพื่อตั้งใจตระหนักตาม... จึงต้องให้เด็กออกมาพูด ออกมาถาม...ให้ดังก้องโลก

เพียงขอเวลา ๖ นาที เพื่อเปิดใจฟังเด็กคนนี้พูดไว้เมื่อปี ๑๙๙๒ # อยากให้ทุกคนดู # UN # world by THE DIPPER on Socialcam



สวัสดีค่ะ หนูชื่อ เซเวอร์น ซูซูกิ ตัวแทนจาก อีซีโอ องค์กรเด็กพิทักษ์สิ่งแวดล้อม เราคือกลุ่มเด็กอายุ ๑๒ - ๑๓ ปี ที่พยายามจะสร้างความแตกต่าง วาเนสซ่า ซัทตี้ , มอร์แกน ไกส์เลอร์ , มิเชล เควก และตัวหนู เราทุ่มเลินทั้งหมดของเราเพื่อมาที่นี่ด้วยตัวเอง นั่งเครื่องบินมา กว่า ๕,๐๐๐ ไมล์ เพื่อมาบอกว่า...

พวกคุณควรเปลี่ยนแนวทางที่เป็นอยู่ ที่หนูขึ้นมาพูดวันนี้ หนูไม่ต้องการผลประโยชน์กับตัวหนูทั้งสิ้น หนูจะมาต่อสู้เพื่ออนาคตของหนู การสูญเสียอนาคต มันไม่เหมือนกับการแพ้การเลือกตั้ง หรือ สูญเสียหุ้นบางจุดในตลาดหุ้น หนูมาพูดที่นี่ ก็เพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไปของเรา หนู มาที่นี่ เพื่อพูดแทนเด็ก ๆ ที่ยากลำบากทั่วโลกที่ต้องร้องไห้โหยหวนและเจ็บปวด

หนูมาพูดแทนสัตว์นับไม่ถ้วนที่ตายไปทั่วโลกเพราะพวกมันไม่มีที่จะให้ไปแล้ว หนูกลัวที่จะออกไปสู้กับพระอาทิตย์แล้วตอนนี้เพราะว่า มันมีช่องโหว่ในชั้นโอโซนของเรา หนูกลัวที่จะสูดอากาศเพราะหนูไม่รู้ว่า..มีสารอะไรปนอยู่บ้าง หนูเคยไปตกปลาที่รัฐแวนคูเวอร์ บ้านของหนู กับพ่อ จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ เราเจอปลาที่เต็มไปด้วยโรคมะเร็งนานาชนิด และตอนนี้เราก็ต่างรู้ว่า ทั้งสัตว์และพืชต่าง ๆ กำลังสูญพันธุ์อยู่ทุกวัน และกำลังจะสูญหายไปตลอดกาล

ทั้งชีวิตของหนู หนูใฝ่ฝันอยากจะเห็นฝูงสัตว์ป่ามหึมา ป่าไม้และป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยนกและผีเสื้อ แต่อตนนี้หนูสงสัยว่า พวกมันจะอยู่ถึงให้รุ่นลูกหลานของหนูได้เห็นหรือไม่.... พวกคุณเคยต้องกลุ้มกับเรื่องพวกนี้ ตอนอายุเท่าหนูไหมล่ะ !!! ทั้งหมด กำลังเกิดขึ้นต่อหน้า ต่อตาเรา เพราะเราทำราวกับว่า เรามีเวลาเหลือเฟือที่จะหาทางแก้ไขได้ทัน

หนูเป็นแค่เด็ก และหนูก็ไม่มีทางแก้ไขได้ทุกสิ่งหรอก แต่หนูอยากให้พวกคุณรู้ว่า... พวกคุณก็ไม่มีเหมือนกัน

พวกคุณไม่รู้วิธีซ่อมช่องโหว่ในชั้นโอโซนเรา พวกคุณไม่รู้วิธีพาปลาแซลมอนออกจากน้ำเน่า พวกคุณไม่รู้วิธีชุบชีวิตสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และพวกคุณไม่รู้สามารถชุบชีวิตผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ซึ่งตอนนี้กลายเป็นทะเลทรายไปแล้ว ถ้าพวกคุณไม่รู้วิธีซ่อมมัน ก็ได้โปรดหยุดทำลายมันเถิด

ณ ตอนนี้ คุณคือ ตัวแทนของรัฐบาลประเทศคุณ นักธุรกิจ ผู้จัดการ นักข่าว นักการเมือง แต่จริง ๆ แล้ว พ่อ และ แม่คุณ พี่น้องคุณ ลุงป้าน้าอาคุณ และพวกคุณทั้งหลาย ก็คือ ลูกกันทั้งนั้น

หนูเป็นแค่เด็ก แต่หนูรู้ว่า เราคือครอบครัวใหญ่ ถึง ๕ พันล้านชีวิต และ ถ้าที่จริงแล้ว มีถึง ๓๐ ล้านสายพันธุ์ต่างหาก พรมแดนและรัฐบาลไม่มีทางแบ่งแยกเราได้... หนูเป็นเพียงแค่เด็ก ที่รู้ว่า เรากำลังเผชิญสิ่งนี้ร่วมกัน และ ควรเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อเป้าหมายเดียว...

ตอนหนูโกรธ หนูก็ยังตาไม่บอด และตอนหนูกลัว หนูก็ไม่เกรงกลัวที่จะบอกให้โลกรู้ว่า...หนูรู้สึกอย่างไร ?

ในประเทศของหนู เราสร้างทางเลือกเยอะเกินไป เราซื้อแล้วก็ทิ้ง ซื้อแล้วก็ทิ้งและแถมประเทศทางเหนือก็ไม่แบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาส แม้ว่าเราจะมีมากเกินพอแล้ว เราไม่กล้าที่จะแบ่ง เราไม่กล้าที่จะแบ่งความรวยให้คนอื่นบ้าง ในแคนาดา เรามีชีวิตที่ครบครัน เรามีอาหาร น้ำ และที่อยู่อาศัยมากมาย เรามีนาฬิกาข้อมือ จักรยาน คอมพิวเต้อ และ ทีวี ไม่กี่วันก็เบื่อ...

สองวันก่อนที่บราซิลนี่แหละ เราถึงกับต้องช็อค เมื่อเห็นเด็กบางคนต้องใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน และ นี่คือ สิ่งที่เด็กคนหนึ่งบอกกับหนู

หนูหวังว่า หนูจะรวย และถ้าหนูรวยจริง หนูจะให้อาหาร เสื้อผ้า ยา ที่อยู่ และ ความรัก และความห่วงใยให้กับเด็กข้างถนนทั้งหมด ถ้าขนาดเด็กข้างถนนที่ไม่มีอะไรเลย ยังอยากที่จะแบ่งปันแล้วทำไม เราผู้ซึ่งมีทุกสิ่ง กลับยังโลภกันได้เช่นนี้...

หนูหยุดคิดไม่ได้ว่า...นี่คือเด็กในวัยเดียวกันกับหนู ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่เกิด ซึ่งหนูก็สามารถเป็นเด็กพวกนั้นที่อาศัยอยู่ที่ฟาเวลลัส ริโอได้เช่นกัน หนูสามารถเป็นเด็กอดอยากที่โซมาเลียได้ หรือ เป็นเหยื่อของสงครามที่ตะวันออกกลางก็ได้ หรือ ขอทานในอินเดีย หนูเป็นเพียงเด็กที่รู้ว่า เงินทุนสงครามควรจะนำมาใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และจัดหาที่อยู่อาศัย โลกมันจะน่าอยู่ขึ้นมากแค่ไหน

คุณนึกดู...ที่โรงเรียน แม้แต่อนุบาล...

คุณสอนให้เราปฏิบัติยังไงต่อโลก

คุณสอนให้เราห้ามเล่นกับคนอื่น

สอนให้คิด สอนให้เคารพ

สอนให้เก็บกวาดสิ่งที่ทำ

สอนว่าห้ามทำร้ายสิ่งมีชีวิตให้แบ่ง อย่า..งก..ของ...

แล้วทำไม...คุณถึงทำในสิ่งที่คุณห้ามไม่ให้เราทำล่ะ !!!

จงตระหนักว่า ทำไม...คุณถึงมาเข้าร่วมประชุมที่นี่ คุณทำไปเพื่อใคร เราคือลูกหลานของคุณ คุณเป็นคนตัดสินว่า คุณอยากอยู่บนโลกแบบไหนในอนาคต พ่อแม่ ควรจะปลอบใจลูกด้วยการพูดว่า... " ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น โลกยังไม่แตกซักหน่อย " " พ่อกับแม้ทำดีที่สุดแล้ว "

แต่หนูว่า...พวกคุณคงจะพูดอย่างนั้นกับเราไม่ได้แล้วแหละ เด็กอย่างเราเคยสำคัญกับคุณบ้างไหม พ่อหนูบอกเสมอว่า... " ลูกคือ สิ่งที่ลูกทำ ไม่ใช่สิ่งที่ลูกพูด "

ก็นะ... สิ่งที่พวกคุณทำ ทำให้พวกเขาร้องไห้ทุกกลางคืน คุณออกไปพูดว่า คุณรักเรา แต่หนู ขอท้าคุณเลย ขอเถอะ ช่วยทำอะไรให้สมกับคำพูดหน่อย ขอบคุณค่ะ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครั้งหนึ่งในชีวิต



ความเห็น (0)