ผมเก็บหัวใจช่างรู้สึกไว้ในลิ้นชักแห่งวันวานที่ลับตา พร้อมกับลั่นดาลกุญแจไว้

สำหรับใครบางคน-เท่านั้น...

เหมือนกับ-เด็กชายเซเซ่ใน "ต้นส้มแสนรัก" เคยบอกว่า

เพียงเขาไม่มีที่ในหัวใจให้ใคร

ก็เท่ากับเขาได้ฆ่าคนคนนั้นให้ตายไปแล้ว....

เหมือนจิตใจผมร้ายกาจโหดเหี้ยม-ไม่รู้จักการปล่อยวางและให้อภัย


เช้าวันนี้ของผม..แสงแดดยามเช้าลอดผ่านร่องแยกม่าน สาดส่องบนพื้นกระเบื้องเกิดเป็นลายทางจาง ๆ

ผมจะพาพี่-ผู้ที่เคารพและนับถือกันมานานเกือบยี่สิบปี...กลับบ้านสวน...

พวกเราพากันกลับจากการไปท่องเที่ยวทะเลท่ามกลางฤดูร้อนอันแสนหวาน...



บริเวณสวนรอบบ้านของพี่เริ่มเป็นสีเขียว...

หญ้าแห้งจากปีที่แล้วมองเห็นเป็นสีน้ำตาลแทรกแซมระหว่างต้นใหม่ที่งอกขึ้นมา

มีต้นไม้ ใบหญ้า สมุนไพร มากมาย น่ากิน เพราะมันสดและงดงาม

น่ากิน- เพราะพี่เขาไม่ชอบใช้สารเคมี

ผิดกับผมตอนนี้- ต้องใช้สารเคมีคัดกรองแมลงที่จะเจาะชอนไชเข้ามาในจิตใจ

ยิ่งเติบโตมากยิ่งขึ้น...เราใช้สมองมากกว่าหัวใจในการคบค้าสมาคมกับใครๆ...



แต่กับพี่คนนี้...

พวกเราคบกันตั้งแต่เด็ก...มิตรภาพจึงยาวนาน...

เพราะพวกเราผ่านอะไรๆ ทั้งดีและร้ายฝ่าฟันร่วมกันมา

ขอบคุณความห่วงใยอาทร สิ่งดีงามทั้งหลายที่เกิดขึ้นระหว่างเรา


เมื่อหวนนึกถึงมิตรภาพสำหรับใครบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม

หลายคน- ยังเทียวไปมาหาสู่กัน

หลายคน- ยังปรารถนาดีและส่งสายลมแห่งความคิดถึงหากันเสมอๆ

แต่หลายคน- แสนเสียดายที่ความรู้สึกดีๆ หมดลงไปเหมือนตัดสายบัวแล้วไม่เหลือเยื่อใย

แต่อย่างไรก็ตาม มนุษย์เป็นสัตว์ที่ยิ่งพยายามลืมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งลืมไม่ลงมากขึ้นเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม...ขอบคุณความห่วงใยอาทร สิ่งดีงามทั้งหลายที่-เคย- เกิดขึ้นระหว่างเรา


ผมตอบตัวเองว่าคงเพราะอดีตยิ่งใหญ่เกินไป หรือไม่อดีตก็คงโหดร้ายเกินไป

แต่อดีตมีมุมมองสองด้านเสมอๆ ทั้งงดงามและโหดร้าย- นับเป็นบทเรียนบทสำคัญบทหนึ่งของชีวิต

ที่ให้ผมเลือกระหว่าง

- ทบทวนเรียนรู้อ่านและขีดเส้นใต้เป็นประจำ

- ละเลยหน้ากระดาษสำคัญนี้พลิกผ่านโดยรวดเร็ว

- หรือฉีกกระดาษใบนี้ออกจากสมุดบันทึกชีวิตไปเลย...

และ/ หรือ...ชีวิตของผมไม่อาจเป็นไปดังที่ใจปรารถนาเสมอไป...


#####

อาทิตย์ 10 พฤษภาคม 2558