การคำนวณหาค่าต่างๆของExcel

ค่าต่างๆของExcel

แถบสูตร และแถบแสดงสถานะ

แถบสูตร (Formula Bar) และแถบสถานะ (Status Bar) เป็นองค์ประกอบชิ้นเล็กของจอภาพการทำงานซึ่งผู้ใช้มักจะละเลยไม่สนใจต่อองค์ประกอบ 2 ชิ้นนี้ แต่หลักการใช้งานที่ถูกต้ององค์ประกอบ 2 ชิ้นนี้มีความสำคัญมาก โดยแถบสูตรจะเป็นแถวที่แสดงข้อมูลจริง ณ ตำแหน่งเซลล์ใด ๆ ขณะที่แถบสถานะจะเป็นแถวที่แสดงข้อความที่จำเป็นต่างๆ ขณะกำลังใช้งานโปรแกรมอยู่แถบสูตรและแถบสถานะสามารถควบคุมให้แสดง หรือไม่ให้แสดง ได้โดยการเลือกคำสั่ง <ul>

  • View, Formula Barกำหนดให้แสดง/ไม่ให้แสดงแถบสูตร
  • View, Status Barกำหนดให้แสดง/ไม่ให้แสดงแถบแสดงสถานะ
  • </ul><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">เทคนิคการเลื่อนตำแหน่งเซลล์</h1>Cell Pointer บ่งบอกให้ผู้ใช้ทราบว่า ขณะนี้กำลังทำงานอยู่ ณ เซลล์ใด ดังนั้นการทำงานใดๆก็ตามจะต้องพิจารณาตำแหน่งของ Cell Pointer เสมอและผู้ใช้จะทำงานได้ดีเพียงใดอยู่ที่ความสามารถในการเลื่อน Cell Pointer ว่ารวดเร็วหรือไม่  <div align="center"><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="70%" style="width: 70%; border: #ffcc00 0.75pt outset"><tbody>

    เลื่อนครั้งละ 1 เซลล์ตามทิศทาง + เลื่อนไปสุดทิศลูกศรหรือสุดเขตข้อมูล เลื่อนขึ้น, ลง 1 จอภาพ + หรือ เลื่อนไปทางซ้ายหรือขวา 1 จอภาพ + หรือ เลื่อนไป Sheet ก่อนหน้าหรือถัดไป <Home> เลื่อนไปต้นคอลัมน์ (ซ้ายสุดของแถว) <End> แล้วตามด้วย <Enter> เลื่อนไปคอลัมน์สุดท้ายของแถว (ขวาสุดของแถว) เลื่อนไปเซลล์ถัดไป + เลื่อนถอยกลับทีละเซลล์ <Ctrl> <Home> เลื่อนไปเซลล์ A1 <Ctrl> <End> เลื่อนไปเซลล์สุดท้าย เลื่อนไปตำแหน่งที่ระบุ    

    </tbody></table></div>   <div align="center"><table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" width="70%" style="width: 70%; border: #ffcc00 0.75pt outset"><tbody>

    <Ctrl><Backspace> เลื่อนกลับมายังตำแหน่ง Active Cell กรณีที่ได้เลื่อนจอภาพจนไม่เห็น Active Cell การเลื่อนแถบด้วย Scroll Bar เลื่อนไปยังตำแหน่งและทิศทางที่ต้องการตามการเลื่อนของเมาส์ <Scroll Lock> <Home> ไปมุมบนซ้ายของหน้าต่าง <Scroll Lock> <End> ไปมุมล่างขวาของหน้าต่าง การดับเบิ้ลคลิกที่ขอบของ Cell Pointer เป็นการเลื่อนตำแหน่ง Cell Pointer ไปยังสุดเขตข้อมูลตามขอบนั้นๆ เช่นดับเบิ้ลคลิกที่ขอบล่างของ Cell Pointer จะเป็นเลื่อน Cell Pointer ไปสุดเขตข้อมูลด้านล่างสุดด้วย

    </tbody></table></div>  <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">การคำนวณค่า</h1><p>โปรแกรม Microsoft Excel มีความสามารถเด่นในด้านการคำนวณ ซึ่งมีลักษณะการคำนวณ 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่</p><ul>

  • การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
  • การคำนวณด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Function)
  • </ul><p>การคำนวณด้วยสูตร (Formula)</p><ul>

  • เลื่อน Cell Pointer ไปไว้ ณ เซลล์ที่ต้องการวางผลลัพธ์
  • สร้างสูตรการคำนวณแล้วกดปุ่ม <Enter> โดยสูตรจะมีรูปแบบดังนี้
  • </ul><p style="text-align: center" align="center">= ค่าที่1 เครื่องหมาย ค่าที่ 2 …</p><p>ค่าที่ใช้ในการคำนวณ</p><ul>

  • ค่าคงที่เช่น 500
  • ตำแหน่งเซลล์ เช่น A5 จะหมายถึงนำค่าที่ถูกเก็บไว้ในเซลล์ ณ ตำแหน่งแถวที่ 5 คอลัมน์ A มาคำนวณ
  • </ul>เครื่องหมายการคำนวณ( )            จัดลำดับการคำนวน^             ยกกำลัง%      หารด้วย  100*              การคูณ/               การหาร+              การบวก-               การลบ <p>ลำดับความสำคัญของเครื่องหมายการคำนวณ</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">การคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ จะมีรูปแบบที่แน่นอนเฉพาะตัวโดยอาศัยลำดับความสำคัญของเครื่องหมายการคำนวณ</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">ตัวอย่างสูตรการคำนวณ</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">=500*2% หมายถึง เอา 2 หารด้วย 100 แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณกับ 500</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">=5+5*8 หมายถึง เอา 5 คูณ 8 แล้วนำผลลัพธ์ไปบวกกับ 5</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">=(5+5)*8 หมายถึง เอา 5 บวกกับ 5 แล้วนำผลลัพธ์ไปคูณกับ 8</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">=A2/100 หมายถึง เอาค่าในเซลล์ A2 หารด้วย 100</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">=A2+A3+A4+A5 หมายถึง เอาค่าในเซลล์ A2 บวกด้วยค่าในเซลล์ A3 บวกด้วยค่าในเซลล์ A4 บวกด้วยค่าในเซลล์ A5</p>การคำนวณด้วยฟังก์ชัน <p>โปรแกรม Microsoft Excel มีความสามารถเด่นในด้านการคำนวณ ซึ่งมีลักษณะการคำนวณ 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่</p><ul>

  • การคำนวณด้วยสูตร (Formula)
  • การคำนวณด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Function)
  • </ul><p> ชื่อฟังก์ชันจะเป็นคำเฉพาะที่ Microsoft Excel กำหนดไว้ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้มากมาย เช่น</p><ul>

  • ฟังก์ชันคำนวณด้านการเงิน เช่น DDB( ) หาค่าเสื่อมราคาที่ระยะเวลาใด ๆโดยวิธี Double - declining balance method
  • ฟังก์ชันคำนวณด้านวัน เวลา เช่น NOW( ) ฟังก์ชันให้ค่าวันเวลาปัจจุบัน
  • ฟังก์ชันคำนวณด้านคณิตศาสตร์ เช่น TAN( ) ฟังก์ชันหาค่า Tangent ของมุม
  • ฟังก์ชันคำนวณด้านสถิติ เช่น SUM( ) ฟังก์ชันหาผลรวมของชุดตัวเลข
  • ฟังก์ชันคำนวณด้านฐานข้อมูล เช่น DSUM( ) ฟังก์ชันหาผลรวมของข้อมูลตามเงื่อนไขที่ระบุ
  • ฟังก์ชันในการค้นหาข้อมูล เช่น HLOOPUP( ) ฟังก์ชันหาข้อมูลที่ตรงตามเงื่อนไข
  • ฟังก์ชันจัดการตัวอักษร เช่น CHAR( ) ให้ค่าตัวอักษรจากตาราง ASCII
  • ฟังก์ชันการคำนวณแบบตรรก เช่น AND( ) ให้ค่าทางตรรกะในกรณี AND
  • ฟังก์ชันด้านวิศวกรรม เช่น HEX2OCT( ) แปลงตัวเลขฐาน 16 เป็นตัวเลขฐาน 8
  • </ul><p>การใช้งาน</p><ul>

  • เลื่อน Cell Pointer ไปไว้ ณ เซลล์ล์ที่ต้องการวางผลลัพธ์
  • สร้างฟังก์ชันการคำนวณแล้วกดปุ่ม <Enter> โดยฟังก์ชันจะมีรูปแบบดังนี้
  • </ul><p style="text-align: center" align="center">=ชื่อฟังก์ชัน(ค่า)</p><p>ค่าที่ใช้ในการคำนวณ</p><p>ค่าที่นำมาใช้ในการคำนวณ อาจจะเป็นค่าคงที่ เช่น 500 หรืออาจจะเป็นตำแหน่งเซลล์ เช่น A5 จะหมายถึงนำค่าที่ถูกเก็บไว้ในเซลล์ล์ ณตำแหน่งแถวที่ 5 คอลัมน์ A มาคำนวณ</p><p>คำนวณหาอายุงานกระทำได้โดย</p><ul>

  • คลิกเมาส์ที่คอลัมน์ J เลือกเมนูคำสั่ง "Insert, Columns" เพื่อแทรกคอลัมน์ว่าง ป้อนชื่อคอลัมน์เป็น "อายุงาน (ปี)"
  • คลิกเมาส์ในเซลล์ J2
  • พิมพ์สูตร =YEAR(TODAY())-YEAR(I2)
  • คัดลอกสูตรไปยังเซลล์อื่นๆ
  • ถ้าปรากฏค่าเป็นรูปแบบวันที่ ให้คำสั่ง "Format, Cells..." แล้วเลือกบัตรรายการ Number จากนั้นเลือก Category ชื่อ General โปรแกรมจะแสดงค่าตัวเลขปี ที่ถูกต้อง
  • </ul>คำอธิบาย <p>=YEAR(TODAY())-YEAR(I2) เป็นสูตรผสมในการค่าอายุงาน หน่วยเป็น ปีโดย</p>·         today()เป็นฟังก์ชันหาค่าวันที่ปัจจุบัน (วันที่ของเครื่อง)·         year(today())เป็นฟังก์ชันผสมโดยฟังก์ชัน Year() จะหาค่า ปี ค..” ของฟังก์ชัน Today() เช่นถ้าวันที่ของเครื่องเป็น 21 มกราคม 2545 ฟังก์ชัน Today() จะมีค่าเป็น 1/1/70 เมื่อนำมาผ่านฟังก์ชัน Year(today()) จะได้ค่าเป็น 2002 นั่นเอง·         year(I2) เป็นการหาค่าปี ค.. ของข้อมูลในเซลล์ I2 จากตัวอย่างข้อมูลใน I2 คือ 7 พฤษภาคม 2537 เมื่อผ่านฟังก์ชัน Year() จะได้ค่าปี ค.. เป็น 1991·         ดังนั้น =YEAR(TODAY())-YEAR(I2) ก็จะเป็นการนำค่า 2002 ลบด้วยค่า 1991 ซึ่งเท่ากับ 11 (ปี) นั่นเองเพิ่มเติม <p>การหาอายุตัว (ปี) ก็ใช้หลักการลักษณะเดียวกัน</p>สรุปสูตรคำนวณเกี่ยวกับอายุ=YEAR(TODAY())-YEAR(ตำแหน่งเซลล์ของวันที่ที่ต้องการคำนวณ)ฟังก์ชันวันที่และเวลา (Date&Time) <p>Excel ทำงานกับวันที่และเวลาตามเงื่อนไขต่อไปนี้</p><ul>

  • ค่าของวันที่และเวลา จะเป็นตัวเลขเสมอ
  • การแสดงผลวันที่ให้เป็นภาษาไทยนั้น ถึงแม้จะแสดงเดือนให้เป็นภาษาไทยแต่ไม่สามารถนำมาใช้คำนวณวันที่ที่ถูกต้องได้ เนื่องจากเมื่อเราใช้ปีเป็น 2543 โปรแกรมยังคงเข้าใจว่า เป็นปี ค..2543
  • ตัวเลขหลังจุดทศนิยมที่ได้จากการหาค่าวันที่ จะหมายถึง เวลาของวันนั้นโดยให้คำนวณเวลาจากระบบ 24 ชั่วโมง(1 วัน) เช่น 100000.5 หมายถึง วันที่ 100000 กับอีก 0.5 วัน (หรือ 12 ชั่วโมง)
  • </ul><p>สูตรคำนวณอายุงาน (แบบเต็ม)</p><p style="margin-left: 36pt; margin-right: 36pt">วันที่ปัจจุบัน =today()
    ลบ
    วันที่เข้าทำงาน g2
    สูตรก็คือ =today() - g2 ผลลัพธ์คือ ผลต่างของจำนวนวัน 3778
    365
    วัน = 1 ปี
    3778
    วัน = 3778/365 ปี = 10 ปี
    เศษที่ได้คือ จำนวนวันที่เหลือ = 128 วัน มาจาก (3778 - (จำนวนวันในรอบ 10 ปี)
    =mod(3778,365)
    =mod(today()-g2,365)
    mod = modulus
    หารเอาแต่เศษ
    30
    วัน = 1 เดือน
    =int((mod(today()-g2,365))/30)
    int = interger
    แสดงเฉพาะจำนวนเต็ม (ไม่แสดงจุดทศนิยม)
    128
    วัน = 128/30 เดือน = 4 เดือน
    เศษที่ได้คือ จำนวนวันที่เหลือ
    หาจำนวนวันคือ
    128 mod 30 =
    วันที่เหลือ</p><p>สรุปคำสั่งหาอายุงานแบบเต็ม
    ปี =YEAR(TODAY())-YEAR(ตำแหน่งเซลล์)
    เดือน =INT(MOD(TODAY()-ตำแหน่งเซลล์,365)/30)
    วัน =MOD(MOD(TODAY()-ตำแหน่งเซลล์,365),30)
    หมายเหตุตำแหน่งเซลล์ คือตำแหน่งเซลล์ของข้อมูล วันที่เข้าทำงานเช่น G2</p>การเรียงข้อมูลมากกว่า 3 เงื่อนไข <p>วิธีที่ 1 เรียงข้อมูลโดยจัดกลุ่มครั้งละ 3 เงื่อนไขและเรียงจากเงื่อนไขเล็กไปหาเงื่อนไขใหญ่โดยแต่ละครั้งให้มีตัวเชื่อมการจัดเรียงด้วย เช่น มีข้อมูล ดังนี้ ภาค, จังหวัด, อำเภอ, ตำบล, หมู่บ้าน, ชุมชน, รายได้จะต้องกำหนดเงื่อนไขดังนี้</p><ul>

  • ครั้งที่ 1 ให้จัดเรียงด้วยเงื่อนไข "หมู่บ้าน, ชุมชน, รายได้"
  • ครั้งที่ 2 ให้จัดเรียงด้วยเงื่อนไข "อำเภอ, ตำบล, หมู่บ้าน" โดยมี "หมู่บ้าน" เป็นตัวเชื่อม
  • </ul>