"ความในอย่าได้นำออก ความนอกอย่าได้นำเข้า มีอะไรให้ปรึกษากันก่อน และหากทะเลาะกันอย่าออกจากบ้านเด็ดขาด ให้อยู่ในบ้านถึงแม้ไม่คุยกันก็ตามแต่ เพราะหากออกมาได้ในครั้งแรก ครั้งสอง สาม สี่... ก็จะตามมาเรื่อย ๆ แม้แต่จะกลับมานอนกับแม่ที่บ้าน...ก็ไม่ควรอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ครองเรือนแล้ว" เคยได้ยินคำกล่าวเหล่านี้จากแม่ ที่พร่ำสอนพี่สาวก่อนออกเรือน พี่สาวก็ทำตามอย่างเคร่งครัด เพราะเชื่อในเหตุผลและความหวังดีของแม่เสมอมา ถึงชีวิตครอบครัวจะมีปัญหาบ้างก็แค่ลิ้นกระทบฟัน ซึ่งเป็นธรรมดาของสามีภรรยา แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาให้ต้องทะเลาะกันข้ามวันข้ามคืน

          สำหรับคู่รักบางคู่ รู้ทั้ง ๆ รู้ว่าสิ่งไหนควรกระทำและพึงปฏิบัติต่อกัน สิ่งไหนทำแล้วเป็นการปั่นทอนความรัก แต่ก็ยังเพลอเลอไม่ใส่ใจ ปล่อยให้ปัจจัยภายนอก หรือแม้กระทั่งปัจจัยภายในเองมาทำให้ต้องบาดหมางกัน มิหนำซ้ำยังปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนไม่สามารถแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นมาได้ สุดท้ายก็เพียงแค่เอ่ยคำ "ขอโทษ" เพียงเพราะหวังว่าจะได้กลับมาเหมือนดังเดิม แต่อะไรก็ไม่เสียหายเท่ากับการทำร้ายกันทางด้านจิตใจ วันละเล็กละน้อยอาจจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามแต่ แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคราบตะกอนสะสมอยู่ในใจ ครั้นจะมาบำบัดรักษาโดยการขูดคราบตะกอนให้หมดจากใจ ก็พาลยิ่งทำให้ใจเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ มิหนำซ้ำยังเท่ากับเป็นการสร้างรอยใจให้เกิดเพิ่มขึ้นอีก

          คำแม่สอน...เพราะท่านอาบน้ำมาก่อน ท่านถึงรู้ว่าน้ำที่ท่านอาบไปแล้วนั้นเป็นน้ำอุ่น น้ำร้อน หรือน้ำเย็น กว่าท่านจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้...ท่านก็ไม่หวังให้ลูกของท่านร้อน ๆ หนาว ๆ กับน้ำที่ลูกกำลังอาบอยู่ และที่เพียรสอนก็หวังเพียงให้ลูกได้อาบน้ำอุ่น ๆ จะได้สบายกาย สบายใจ ไม่เจ็บไม่ไข้ มาวันนี้ถึงได้รู้ว่า "น้ำที่ใด ๆ ก็ไม่อุ่นเท่า...น้ำพร่ำคำสอนจากอกแม่"