บทความ How teacher education can provide quality learning โดย ดร. ปริยากร ปุสวิโร แห่ง มจธ. ลงใน นสพ. เดอะ เนชั่น ฉบับวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ อ้างถึงรายงานผลการวิจัย Enhancement-Led Evaluation of Quality and Leadership of Teacher Education in Thailand โดยศาสตราจารย์ Hannele Niemi มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ฟินแลนด์ น่าอ่านมาก
Prof. Niemi บอกว่า การศึกษาของครูทั่วโลก มีความยากสำคัญๆ ๕ ประการ
- ๑.ศึกษาศาสตร์แยกตัวจากระบบการศึกษาภาพใหญ่ จึงไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ในระบบการศึกษา
- ๒.การศึกษาของครูแยกตัวจากส่วนอื่นของมหาวิทยาลัย จึงขาดความสามารถในการทำงาน วิจัยที่มีคุณภาพ
- ๓.อาจารย์ด้านศึกษาศาสตร์ไม่มีกระบวนทัศน์ด้านการเปลี่ยนแปลง
- ๔.การศึกษาของครูแยกตัวจากโรงเรียนและครูประจำการ
- ๕.เข้าใจกันว่าการศึกษาของครู เป็นเรื่องของการผลิตครูก่อนเข้าประจำการเท่านั้น ไม่รวมการเตรียมครูใหม่ (induction) เข้าสู่การทำงาน และไม่รวมการพัฒนาวิชาชีพ ของครูประจำการ
เสียดายที่หารายงานผลงานวิจัยที่อ้างถึงข้างต้นไม่พบในอินเทอร์เน็ต แต่มีข่าวการบรรยายของท่าน เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ ที่นี่
บทความบอกว่า Prof. Niemi ได้มาจัด Enhancement-Led Evaluation workshop ให้แก่อาจารย์ไทย ด้านครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เพื่อให้เป็นผู้นำด้านการศึกษา (education leader)
จากการเข้ามาศึกษาประเมินสถาบัน เน้นให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ประเมินตนเอง ดำเนินการประเมินเชิงสื่อสาร (communicative evaluation) ที่เน้นการคิดและการลงมือทำโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน และเปิดเผย ว่าต้องการแลกเปลี่ยนกรอบความคิดความเข้าใจระหว่างกัน ท่านเสนอมรรค ๘ ในการพัฒนา การศึกษาของครู ของไทย
- ๑.ส่งเสริมการวิจัยด้านการศึกษาของครูไทย และการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะในการจัดการเรียนรู้ เพื่อผลิตครูไทย ซึ่งหมายความว่า คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ต้องทำวิจัยต่อการผลิตครู ของตน อยู่ตลอดเวลา คือต้องบูรณาการการวิจัยกับการศึกษา เพื่อการผลิตครู
ด้านการพัฒนาทักษะในการจัดการเรียนรู้เพื่อผลิตครูไทย ต้องวิจัยตอบโจทย์ด้านคุณภาพ และประสิทธิผล เช่น ในเรื่อง วิธีพัฒนานักศึกษาครู บทบาทของอาจารย์ การให้งานเพื่อการเรียนรู้ วิธี mentoring แก่นักศึกษาครู เป็นต้น
ด้านการศึกษาของครู ต้องให้มีความเข้าใจความรู้ใหม่ว่า นักเรียนเรียนความรู้ต่างวิชา อย่างไร ในโรงเรียน นักเรียนควรได้รับการสอนแบบไหน นักเรียนมีปัญหาด้านแรงจูงใจ ต่างกันอย่างไร และครูจะมีวิธีสนับสนุนเด็กที่มีความแตกต่างกันอย่างไร
- ๒.ยุทธศาสตร์ระยะยาว ต่อการศึกษาของครูไทย ต้องมีวิธีทำให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เข้าไปรับผิดชอบ
- ๓.ระบบประกันคุณภาพการผลิตครู
- ๔.ความร่วมมือกับครูประจำการในพื้นที่
- ๕.การใช้ ICT ในการผลิตครู และในโรงเรียน
- ๖.พัฒนาวิธีสอนและเรียนจากการไตร่ตรองสะท้อนคิดต่อประสบการณ์ เน้นที่การคิดไตร่ตรองด้านศาสตร์ว่าด้วยการเรียนการสอน
- ๗.สมรรถนะของครูที่ต้องเปลี่ยนไปในอนาคต นี่คือทักษะด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตของครู
- ๘.ความร่วมมือกับหลายฝ่าย ทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ในการผลิตครู
สรุปได้ว่า การศึกษาเพื่อผลิตครูไทยต้องเปลี่ยนแบบ "ยกเครื่อง"
วิจารณ์ พานิช
๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘
บนเครื่องบินการบินไทย ไปเชียงใหม่