ระบบเพื่อระบบ

:: ความคาดหวัง ๓ ประการ
๑. ทำงานอย่างมีระบบ
๒. มีระบบที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีระบบ
๓. มีความไม่กระจัดกระจายของระบบในข้อ ๒.
- บางแห่งมีระบบ ที่ปฏิบัติแล้วเกิดภาระเกินความจำเป็นแก่ผู้ปฏิบัติงาน
- บางแห่งมีระบบ ที่ไม่ช่วยลดภาระด้านต่าง ๆ เช่น กระดาษ เวลา กำลังคน เงิน
- บางแห่งมีระบบที่ซับซ้อน ระบบนั้นเข้าทางนี้ ระบบนี้เข้าทางนั้น
:: ร.พ.เอกชน/รัฐบางแห่ง เปลี่ยนมาใช้ระบบเก็บข้อมูลที่เอื้อต่อการนำไปใช้ในขั้นต่อ ๆ ไปหลายปีแล้ว เช่น แพทย์กรอกข้อมูลการวินิจฉัย การสั่งยา ค่า DF หาผลแล็บ ดูผล x-ray การรายงานการแพ้ยา จากนั้นพยาบาลที่ counter รับช่วงต่อ เช่น การนัด การส่งตรวจแล็บ และฝ่ายเภสัชฯ ก็เตรียมยาพร้อมก่อนผู้ป่วยมารับ แพทย์สามารถดูสถานที่ตรวจได้ว่าตรวจที่ไหน เช่น OPD, ward, ER ทั้งนี้แต่ละส่วนงานก็สามารถเข้าถึงระบบนี้ได้ในช่องทางเดียวกัน ผู้บริหารสามารถดึงข้อมูลมาดู เช่น ด้านการเงิน ได้โดยง่ายและรวดเร็ว รวมถึงการเตรียมข้อมูลในสำหรับ hospital accreditation (HA)
:: ส่วนงานของรัฐหลายแห่ง เช่น ด้านการศึกษา แม้ดูเหมือนมีระบบ แต่ยังเป็นระบบที่สร้างภาระ ซับซ้อน เช่น จะกรอกข้อมูลนี้ต้องเข้าเว็บนี้ ข้อมูลนั้นต้องไปเว็บนั้น จนปรากฎ icon ของเว็บมากมาย ผู้ใช้อาจต้อง save address ไว้มากมาย บางแห่งก็ไม่มีระบบที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างมีระบบได้สะดวก พอถึงเวลาต้องระดมพลกันมาเตรียมข้อมูล หลักฐานเอกสารต่าง ๆ เกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ส่วนใหญ่ก็ยังต้องเก็บเป็นกระดาษ ทำซำแล้วซ้ำเล่ากันทุกปี เรียกว่ายังขาด infrastructrure of systematic process หากเปรียบเทียบกับร.พ.เอกชนบางแห่งข้างต้นแล้ว ถือเป็นหน้าที่ผู้บริหารต้องจัดหาระบบที่จะช่วยให้บุคลากรของตนทำงานให้ลุล่วง คงไม่ใช่แยกให้ฝ่ายแพทย์ ฝ่ายพยาบาล ฝ่ายเภสัชฯ ฝ่ายแล็บ หรือแต่ละ ward ฯลฯ ต่างคนต่างทำระบบย่อย ๆ กันเองแล้วส่งข้อมูลไปให้เท่านั้น

:: การจะไปสู่ความสำเร็จได้จึงต้องอาศัยวิสัยทัศน์แบบปฏิเวธญาณ (ความหยั่งรู้แบบแทงตลอด) จึงสามารถพัฒนา Front Office และ Back Office เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง (High Performance Organization)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM for Mahidol University Community



ความเห็น (0)