สุขภาพร่างกายเมื่อยายแก่ลง


ยายจวน ยอดขันธ์ อายุ 75 ปี เพศหญิง จังหวัดเพชรบุรี จบการศึกษา ป4 เดิมอาชีพ ทำนา ปัจจุบัน แม่บ้าน เลี้ยงหลาน มีบุตรธิดา 3 คน ลูกสาวคนที่ 2 เสียชีวิตเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันบุตรหญิงคนแรกอายุ 53 ปี บุตรหญิงคนที่ 2 อายุ 44 ปี มีหลาน 7 คน เหลน 2 คน

ยายจวนมีโรคประจำตัวคือเบาหวาน และความดัน (ต้องรับประทานยาเป็นประจำ) เคยมีประวัติผ่าตัดหัวใจ (7ปีที่แล้ว) ยายจวนบ่นว่าปวดเอวจึงต้องก้มลงเก็บของ ไม่สามารถนั่งยองๆได้ สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันเองได้โดยไม่ต้องช่วยเหลือ สามารถใช้มือทำกิจกรรมได้ดีแต่ในขณะทำกิจกรรมมีอาการเหนื่อยง่าย มีช่วงการเคลื่อนไหวของแขนและมือด้านขวาปกติ แต่ไหล่ด้านซ้ายยกขึ้นยกขึ้นเหนือศีรษะไม่สุดช่วงการเคลื่อนไหว มีการทรงตัวที่ดีในการนั่งและยืน เดินได้เองโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย ไม่เคยมีประวัติล้ม มีการรับรู้ทางสายตา หู จมูก ลิ้นและผิวหนังที่เป็นปกติ แต่บางครั้งรู้สึกหงุดหงิดง่าย

จากการสอบถามความสนใจ ยายจวนสนใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในชุมชน เช่น กิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคี งานหล่อพระ ยายจวนมีบทบาทในการเลี้ยงหลานชายอายุ 1 ขวบจำนวน 1 คน มีกิจกรรมยามว่างคือ ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกายเบาๆในท่านั่ง ลักษณะสภาพบ้านของยายจวน เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ห้องน้ำแยกออกจากตัวบ้าน ไม่มีราวจับตามทางเดินและแผ่นกันลื่นในห้องน้ำ ยายจวนใช้เก้าอี้นั่งขณะอาบน้ำ ยายจวนมีความหวัง/ความต้องการมีสุขภาพแข็งแรงและอยากเห็นลูกหลานมีงานทำเป็นหลักแหล่ง


วิเคราะห์ปัญหาทางกิจกรรม

ยายจวนเหนื่อยง่ายขณะทำกิจกรรม เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ เบาหวาน และความันอีกทั้งยายจวนไม่สามารถยกแขนข้างซ้ายทำกิจกรรมได้สุดช่วงการเคลื่อนไหว มีอาการปวดเอวและไหล่เมื่อทำกิจกรรมมากเกินไป ทางเดินไปห้องน้ำและภายในห้องน้ำไม่มีราวจับ ก้มเก็บของที่พื้นด้วยในท่าที่ไม่ถูกต้อง (ก้มลงไปเก็บทั้งตัว)

Therapeutic activities:

1.ลดปวดบริเวณไหล่โดยการประคบความร้อน

2.นักกิจกรรมบำบัดเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวโดยการทำ Passive ROM ที่แขนบริเวณไหล่

3.วิเคราะห์กิจกรรมการรักษา เช่น กิจกรรมเอื้อมเช็ดกระจกที่สูง ต้องอาศัยการช่วงการเคลื่อนไหวบริเวณไหล่ ศอก และมือ ส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีช่วงการเคลื่อนไหวของไหล่เพิ่มมากขึ้น กิจกรรมปัดฝุ่นบนชั้นสูงโดยให้ทำกิจกรรมทั้งสองมือพร้อมกัน มีการปรับระดับความสูงตามความสามารถของผู้รับบริการและมีช่วงพักในการทำกิจกรรมไม่ให้ผู้รับบริการเหนื่อยเกินไป เนื่องจากมีโรคประจำตัว

4.แนะนำให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากเกินไป นักกิจกรรมบำบัดให้กิจกรรมตามความชอบและความเหมาะสมตามระดับ MET (ระดับการใช้ออกซิเจนขณะพัก)

5.ส่งเสริมให้ผู้รับบริการทำกิจกรรมอยู่สม่ำเสมอ เช่น การทำงานบ้าน ทำอาหาร ปลูกต้น เพื่อบุคลิกภาพที่กระฉับกระเฉง ทำให้เกิดความพึงพอใจในชีวิต คงไว้ซึ่งทักษะความสามารถที่มีอยู่ และปรับตัวได้ดีกว่าผู้สูงอายุที่ปราศจากกิจกรรมหรือบทบาทหน้าที่ใดๆ

6.สอนให้ผู้รับบริการสังเกตและรับรู้ถึงความเหนื่อยของตัวเอง เช่น การจับชีพจร สังเกตเหงื่อที่ออกมากเกินไป สีหน้าซีด การรู้สึกเวียนศีรษะ ถ้าเกิดความรู้สึกแบบนี้ให้หยุดพักการทำกิจกรรมระยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยเริ่มต้นทำกิจกรรมอีกครั้ง

7.แนะนำการปรับสภาพบ้านให้มีราวจับบริเวณทางเดินไปห้องน้ำ ภายในห้องน้ำต้องมีทั้งราวจับและแผ่นกันลื่นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน littlenote



ความเห็น (0)