กิจกรรมบำบัดในผู้สูงอายุ ตอน แค่คิดดีชีวิตก็มีความสุข

Momo
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ดิฉันมีโอกาสได้มาสัมภาษณ์ และเยี่ยมบ้านของผู้สูงอายุเพื่อนำไปเป็นกรณีศึกษาในรายวิชากิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ ให้ได้เรียนรู้ข้อมูลการประเมิน และแนวทางการวางแผนการรักษาทางกิจกรรมบำบัดเพิ่มมากขึ้น

ดิฉันได้เจอกรณีศึกษาคุณตาพู ศิลานิล ชายชราวัย 76 ปี จากการแนะนำของคนรู้จัก คุณตาอาศัยอยู่ใน จ.ราชบุรี ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักคุ้นเคยกับคุณตาเป็นอย่างดีในนาม "มัคนายกประจำตำบลโพธาราม" ตอนที่เจอกันครั้งแรกสิ่งที่ดิฉันสังเกตเห็นคือ คุณตาเป็นคนมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อัธยาศัยดี พูดคุยเก่ง มีอุปนิสัยชอบเรื่องธรรมะธรรมโม ชอบช่วยเหลือผู้อื่นที่มีความเดือดร้อน ปัจจุบันคุณตาอาศัยอยู่ในบ้านที่ ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ภายในบริเวณบ้านมีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นบ้านชั้นเดียว ในบ้านมีคุณตา ภรรยาคุณตา และลูกสาวอีก 1 คน อันที่จริงแล้วคุณตามีลูกทั้งหมดจำนวน 3 คน เป็นลูกสาว 2 คน และลูกชายอีก 1 คน แต่ลูกสาวคนโต และลูกชายคนเล็กได้ย้ายออกไปสร้างครอบครัวของตนเอง แต่ก็ยังแวะมาเยี่ยมเยียนคุณตาประมาณ 1-2 เดือน/ครั้ง

คุณตาพูไม่ได้มีโอกาสเรียนมาสูงมากนัก จบแค่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังจากเรียนป.4 จบแล้ว คุณตาจึงออกหางานทำ โดยงานที่ทำจะเป็นพวกรับจ้าง เคยทำงานมาตั้งแต่ คนขายกาแฟ, ช่างตีเหล็ก, คนงานก่อสร้าง, คนทำกุญแจ, ทำนา, ทำบานประตู-หน้าต่าง, ช่างตัดผม, ทำไร่อ้อย เลี้ยงสัตง์, ช่างไม้ คุณตาเปลี่ยนอาชีพมาหลายครั้งมาก จนสิ่งที่ยึดอาชีพช่างตีเหล็ก เป็นอาชีพในปัจจุบันที่ยังคงทำอยู่ และทำมานานกว่า 10 ปี

ในปี พ.ศ. 2551 คุณตาเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำให้มีอาการแสบที่หลอดอาหาร ไม่สามารถรับประทานอาหาร หรือแม้แต่กลืนน้ำลายได้ นอกจากนี้ยังไม่รับรู้รสชาติอาหารอีกด้วย ทำให้คุณตาเกิดความทุกข์ทรมานมาก แต่เมื่อได้รับการรักษาโรคมะเร็งโดยการฉายแสงที่โรงพยาบาลศิริราชจำนวน 17 ครั้ง ก็ทำให้อาการดีขึ้นตามลำดับ เมื่อระยะเวลาผ่านไป 2 ปี ระบบการรับรสค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติดังเดิม แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งโดยการฉายแสง คือ ทำให้ฝันผุกร่อน ปัจจุบันคุณตาจึงรับประทานอาหารที่แข็งมากไม่ได้ เนื่องจากฟันไม่แข็งแรง

และเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2557) คุณตาพูลื่นหกล้มที่พื้นกระเบื้องนอกชานบ้านเนื่องจากฝนตก ทำให้พื้นลื่น ก้นกระแทกพื้น และหัวกระแทกพื้น หลังจากนั้นคุณตารู้สึกจำอะไรไม่ค่อยได้ และได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจระยะเวลาหนึ่ง จนอาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จึงกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ ปัจจุบันยังมีอาการปวดเอวหลังจากการหกล้มครั้งนั้นอยู่ และคุณตารู้สึกจำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นหลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง

ด้านกิจวัตรประจำวันของคุณตา จะค่อนข้างเหมือนกันทุกวัน คือ ตื่นนอนตอน 6.00 น. จากนั้นก็จะรดน้ำต้นไม้ที่สวนจนถึงเวลาประมาณ 8.00 น. ก็จะทำงานไม้ซึ่งเป็นงานอดิเรกของคุณตา เช่น นำไม้มาประกอบกันเป็นโต๊ะ เก้าอื้ จากนั้นเวลา 9.00 น. คุณตาจะรับประทานอาหารเช้าที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ได้ด้วยตนเอง พร้อมกับนั่งดูโทรทัศน์ระหว่างรับประทานอาหารไปด้วย เวลาประมาณ 10.00-12.00 น. คุณตาก็จะออกไปวัด หรือออกไปตามบ้านที่ชาวบ้านเชิญไปทำหน้าที่เป็นมัคนายกในงานบุญ แลงานพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ และจะกลับมารับประทานอาหารกลางวันที่บ้านในเวลา 12.00 น. หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็จะนอนพักผ่อนดูโทรทัศน์ โดยอาจจะผล็อยหลับไปบ้างเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เวลาประมาณ 15.00 – 17.00 น. คุณตาก็จะทำงานตีเหล็กที่ลูกค้าสั่งไว้ หลังจากทำงานไม้เสร็จก็จะอาบน้ำ ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิในช่วงเวลา 18.00 น. และรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัว พูดคุยกันพร้อมกับดูโทรทัศน์ และเข้านอนในเวลา 21.00 น.

จากการที่ดิฉันได้ไปสัมภาษณ์คุณตาพู ก็ได้บันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์ รวมถึงให้คุณตาพูทำแบบประเมินต่างๆ ดังนี้

1.แบบบันทึกข้อมูลผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัด

2.ลักษณะอุปนิสัยการใช้เวลา

3.แนวทางการประเมินความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน

4.แบบประเมินความปลอดภัยในครัวเรือนสำหรับผู้สูงอายุ

5.Role checklist

6.แบบวัดความสนใจ (NPI interest Checklist)

7.แบบประเมินคุณภาพการนอนหลับ (The Thai version of the Pittsburgh Sleep Quality Index (T-PSQI))

8.MONTREAL COGNITIVE ASSESSMENT (MOCA)

จากแบบประเมินข้างต้นที่ดิฉันได้ทำการทดสอบกับคุณตาพู สรุปผลการประเมินได้ดังนี้

  • คุณตามีประวัติการหกล้มในระยะเวลา 1 ปี
  • คุณตาสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้ด้วยตนเอง
  • คุณตามีกิจกรรมยามว่างที่สนใจและยังสามารถทำกิจกรรมนั้นๆ ได้ คือ สวดมนต์ไหว้พระ ปลูกต้นไม้ ดูกีฬามวย
  • สภาพบ้านในบางจุดยังไม่เอื้ออำนวยในเรื่องความปลอดภัยของคุณตา เช่น ในห้องน้ำไม่มีราวจับหรือ พรมกันลื่น และเก้าอี้สำหรับนั่งอาบน้ำ
  • การนอนหลับของคุณตามีประสิทธิภาพดี
  • คุณตามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม

จากข้อมูลข้างต้นที่ได้กล่าวมาแล้ว สรุปปัญหาของคุณตาพู มีดังนี้

1.สภาพบ้านของคุณตายังไม่เอื้ออำนวยในด้านความปลอดภัยในการทำกิจวัตรประจำวัน เนื่องด้วยผู้สูงอายุควรระมัดระวังในเรื่องการหกล้ม ยิ่งคุณตาเคยมีประวัติการหกล้มภายใน 1 ปี อาจเกิดซ้ำ และทำให้มีโรคทางกายอื่นๆ แทรกซ้อนเข้ามาได้

2.คุณตามีปัญหา ลืมสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ หรือเรียกอีกอย่างว่าความจำระยะสั้น

คำแนะนำในการรักษาทางกิจกรรมบำบัดคือ

  • แนะนำให้คุณตาและครอบครัว เพิ่มราวจับทั้งสองข้าง มีพรมกันลื่น ในห้องน้ำและชานบ้านที่เป็นทางโล่งปูด้วยกระเบื้อง รวมถึงแนะนำให้คุณตานั่งอาบน้ำแทนการยืนอาบน้ำเป็นการใช้การปรับสภาพแวดล้อม (Modify) ในกรอบอ้างอิง PEOP เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในผู้สูงอายุไม่ให้เกิดการหกล้ม
  • ในเรื่องของความจำ จะใช้กรอบอ้างอิง Cognitive Rehabilitation (Promote)โดยให้คุณตาทำกิจกรรมที่เป็นขั้นตอน เพื่อพัฒนาด้านความจำ โดยอ้างอิงสิ่งที่คุณตาสนใจ เช่น คุณตาชอบปลูกต้นไม้ ให้เขียนขั้นตอนการปลูกต้นไม้ชนิดต่างๆ ก่อนลงมือทำจริง ท่องจำบทสวดมนต์ใหม่ๆ โดยการแบ่งวรรคสั้นๆ แต่เน้นท่องจำซ้ำๆ นอกจากนี้ยังมีท่าออกกำลังกายบริหารสมอง ให้ฝึกคิดฝึกทำ เพื่อไม่ให้สมองเสื่อมได้เร็วอีกด้วย

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณตาพู ศิลานิลที่ได้เสียสละเวลามาให้ความรู้เป็นตัวอย่างกรณีศึกษา ทำให้ดิฉันได้มีความรู้และเข้าใจอาการและโรคต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ วิธีการป้องกันความเสี่ยงที่ได้เรียนมาจากชั้นเรียน ทำให้ดิฉันได้มีโอกาสนำมาปรับใช้กับตัวบุคคลในสภาพแวดล้อมจริงๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน OTMU student



ความเห็น (0)