วิชาพัฒนานิสิต (๘) : ตะลุยทาสี ซ่อมรั้วและเรียนรู้ร่องรอยการบริการวิชาการของ มมส

การทำโครงการในรายวิชาพัฒนานิสิต ไม่ใช่โครงการที่ใหญ่โตทั้งขนาดของกิจกรรมและงบประมาณ เพราะมุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้หลักของการเรียนรู้คู่บริการ โดยใช้ชุมชนเป็นห้องเรียน เรียนรู้การทำงานบนความต้องการของชุมชน (ผู้รับ) ฝึกทักษะความเป็นทีม ฝึกทักษะการประสานงานทั้งภายในกลุ่มและชุมชน หรือกระทั่งฝึกทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ

โครงการ "สานฝันแต้มสี โรงเรียนดีบ้านคันธาร์" เป็นอีกหนึ่งโครงการในนิสิตรายวิชาการพัฒนานิสิตที่นิสิตได้ขับเคลื่อนตามแนวคิด "เรียนรู้คู่บริการ" เมื่อวันที่ ๔-๖ เมษายน ๒๕๕๘ ที่โรงเรียนบ้านคันธาร์ ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ. มหาสารคาม

โครงการดังกล่าวนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมตามหลักคิดการเรียนรู้คู่บริการที่ไม่สลับซับซ้อน มุ่งเสริมสร้างอัตลักษณ์นิสิต (ช่วยเหลือสังคมและชุมชน) ผ่านกิจกรรมหลัก ๒ ประการ คือ

  • การเรียนรู้ชุมชน : โดยใช้โรงเรียนและสถานที่สำคัญในชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ ทั้งในมิติของการเรียนรู้บริบทเพื่อการพัฒนาโจทย์บนความต้องการของชุมชน และการเรียนรู้บริบทเพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ชุมชน
  • การบำเพ็ญประโยชน์ : การทาสีรั้วกำแพง ทาสีแท้งก์น้ำ ซ่อมแซมรั้วไม้ไผ่ที่ชำรุด




เลือกชุมชนและเรียนรู้ชุมชน

จากคำบอกเล่าของนิสิตทำให้จุดเด่นของโครงการนี้นับตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ หรือการสำรวจความต้องการของชุมชน นับตั้งแต่การเจตนาที่จะเลือกพื้นที่ที่ไกลห่างออกจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพราะเชื่อว่าพื้นที่รายรอบมหาวิทยาลัยที่ประกอบด้วยชุมชนขามเรียงและชุมชนทาขอนยางคงมีนิสิตจำนวนมากลงไปจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เนืองแน่นอยู่แล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวนี้จึงเบนเข็มการสำรวจพื้นที่ออกมายังตัวอำเภอกันทรวิชัยที่ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม นั่นเอง




นอกจากนี้แล้วในช่วงของการสำรวจพื้นที่ หรือเรียกในมิติทางวิชาการว่าการ "พัฒนาโจทย์" หรือ
"สอบถามความต้องการของชุมชน" ก็มีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างจริงจัง มีการศึกษาบริบทชุมชน หรือโรงเรียนอย่างมุ่งมั่น ทำให้พบข้อมูลเบื้องต้นในเชิงกายภาพที่สำคัญๆ ของการเรียนรู้ เช่น
ประชากรนักเรียนและครู รวมถึงนักการภารโรง

เช่นเดียวกับการได้เรียนรู้ว่าโรงเรียนดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เคยได้ขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน (๑ หลักสูตร ๑ ชุมชน) ไว้อย่างโดดเด่นเกี่ยวกับการจัดการขยะที่ประกอบด้วยโรงคัดแยกขยะ เครื่องบีบอัดขยะ และธนาคารขยะ



ในทำนองเดียวกันก็จัดกิจกรรมหนุนเสริมการเรียนรู้ด้วยการเข้ากราบนมัสการพระพุทธมงคล (พระยืน) ณ ชุมชนบ้านสระ ต.คันธารราษฎร์ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพบูชาของชาวอำเภอกันทรวิชัย และชาวจังหวัดมหาสารคาม โดยเชื่อมโยงถึงตำนานบ้านตำนานเมืองว่าชุมชนดังกล่าวอดีตเคยเป็นเมือง "คันธาร์ธิราช" ในยุคสมัยทวารวดีมาก่อน อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวนั้นก็ยังเป็นพื้นที่ปฏิบัติการโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนของคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่นำเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์ชุมชนมาทำเป็นประติมากรรมนูนต่ำติดตั้งไว้ในบริเวณวัด เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้คน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมา ๒ ปี (๒๕๕๖-๒๕๕๗)

เหนือสิ่งอื่นใดต้องยอมรับว่าการเลือกพื้นที่ครั้งนี้ กลายเป็นความท้าทายการเรียนรู้ของนิสิตอย่างมากโข เสมือนการต่อยอดจากภารกิจของมหาวิทยาลัยก็ว่าได้ ขึ้นอยู่กับว่านิสิตจะเข้าใจ หรือรู้ตัวหรือไม่เท่านั้นเอง เนื่องเพราะร่องรอยการบริการวิชาการของคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ล้วนเป็นหลักฐานที่สื่อสารให้นิสิตได้รับรู้และเข้าใจว่าการศึกษาเพื่อการรับใช้สังคมนั้น จำเป็นต้องบูรณาการในภารกิจหลักๆ ของมหาวิทยาลัยฯ อย่างเป็นหนึ่งเดียว ทั้งด้านการสอน การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและการวิจัย




การขับเคลื่อนแบบมีส่วนร่วม

โครงการ "สานฝันแต้มสี โรงเรียนดีบ้านคันธาร์" ไม่ได้ทำงานเชิงเดี่ยวแต่เฉพาะนิสิต ทว่ายึดหลักการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม หรือกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่าง "นิสิตกับชุมชน" อย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่การร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะจัดขึ้น โดยชุมชนยืนยันถึงภารกิจที่ยังคั่งค้างดำเนินการไม่แล้วเสร็จ นั่นก็คือการซ่อมแซมรั้วและทาสีสถานที่และอุปกรณ์ในโรงเรียน

กรณีดังกล่าวหากไม่นับเรื่องแรงกายที่ลงแรงร่วมกันแล้ว ทางโรงเรียนให้การสนับสนุนเรื่องสีและอุปกรณ์ ส่วนชุมชนให้การสนับสนุนเรื่องรั้วไม้ไผ่และน้ำดื่ม ขณะที่ อบต.เองก็เข้ามาให้กำลังใจและดูแลความสงบเรียบร้อย




ปัญหาคือยาบำรุงสมอง : ชวนเพื่อนๆ ไปช่วยงาน

ดังที่กล่าวซ้ำต่อเนื่องมายาวนานว่า การทำโครงการในรายวิชาพัฒนานิสิต ไม่ใช่โครงการที่ใหญ่โตทั้งขนาดของกิจกรรมและงบประมาณ เพราะมุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้หลักของการเรียนรู้คู่บริการ โดยใช้ชุมชนเป็นห้องเรียน เรียนรู้การทำงานบนความต้องการของชุมชน (ผู้รับ) ฝึกทักษะความเป็นทีม ฝึกทักษะการประสานงานทั้งภายในกลุ่มและชุมชน หรือกระทั่งฝึกทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมีสติ



โครงการ "สานฝันแต้มสี โรงเรียนดีบ้านคันธาร์" ก็ไม่ต่างไปจากโครงการอื่นๆ ด้วยความที่เป็นโครงการไม่ใหญ่โตอะไร ปัญหาที่พบจึงเป็นเรื่องของการว่างไม่ตรงกัน เพราะสมาชิกในกลุ่มมาจากหลายสาขา หลากชั้นปี ประกอบกับมีสมาชิกน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ จึงดูเหมือนจะหน่วงหนักอยู่ไม่ใช่ย่อย

ถึงกระนั้นนิสิตก็ไม่ย่อท้อ ตรงกันข้ามกลับมองเป็นพลังบวกท้าทายกับปัญหา เสมือนการลับคมความคิดไปในตัว ด้วยการออกแบบกิจกรรมให้หลากหลายวันมากขึ้นเพื่อให้สอดรับกับตารางเวลาของแต่ละคนให้ได้มากที่สุด พร้อมๆ กับการชวนเพื่อนต่างกลุ่ม หรือเพื่อนสนิทให้มาช่วยทำกิจกรรมสร้างสรรค์ครั้งนี้ร่วมกัน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนนิสิตอย่างน่าชื่นใจ ตอกย้ำให้รู้ว่าโดยเนื้อแท้แล้วคนทุกคนมีจิตอาสา/จิตสาธารณะเป็นทุนอยู่ในตัวเองกันทุกคน




เสียงจากนิสิต


"... ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลยคะ ตั้งแต่การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี การร่วมรับฟังแสดงความคิดเห็น กระบวนการคิดการวางแผนในการทำงานเป็นกลุ่ม การมีความสามัคคี ช่วยเหลือ และเห็นความมุ่งมั่นของสมาชิกทุกคนในการที่จะทำให้งานสำเร็จบรรลุเป้าหมาย

... ได้มิตรภาพดีๆ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การอยู่ร่วมกับชุมชน การเข้าหาบุคคลในพื้นที่ การได้มีส่วนช่วยเหลือ ตอบโจทย์ ปัญหาหรือความต้องการของโรงเรียน และการได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงศักภาพของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่สามารถช่วยเหลือชุมชนให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม (นางสาวอรุณลักษณ์ พันธุชิน : กลุ่ม ๓/๑ วิชาการพัฒนานิสิต)



หมายเหตุ : ภาพจากนิสิตรายวิชาพัฒนานิสิต กลุ่ม ๓/๑ ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ดูเหมือนว่า ปัจจัย ที่ต้องใช้ในการจัดการเรียนรู้คู่บริการ คือ "กระบวนการเรียนรู้คู่ชุมชน" ...

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ ดร.ฤทธิไกร มหาสารคาม

การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหัวใจหลักที่รายวิชาพัฒนานิสิตให้ความสำคัญ นับตั้งแต่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง "นิสิตกับนิสิต" นสิตกับอาจารย์ และนิสิตกับชุมชน...

หรือการยึดหลักคิด "บวร"

แต่การเรียนรู้ในช่วงปิดภาคเรียนเป็นปัญหาสำหรับการจัดกิจกรรมเหล่านี้มาก ซึ่งเราก็ได้แต่แนะนำให้นิสิตเพียรพยายามหาช่องทางในการดึงชุมชน หรือการมีส่วนร่วมจากส่วนต่างๆ ให้ออกมาร่วมรับรู้และลงมือทำให้ได้มากที่สุด