ย้อนรอยอดีต..ชีวิตห้องแถว

​"..ไม่มีเป้าหมายใด..ไกลเกินไขว่คว้า..ขอเพียงคุณมีพลัง...ของวินัยในตนเอง..."

"..ไม่มีเป้าหมายใด..ไกลเกินไขว่คว้า..ขอเพียงคุณมีพลัง...ของวินัยในตนเอง..."

ชีวิต..ณ ช่วงเวลานั้น ผมไม่มีปรัชญาชีวิตใดๆ และไม่มีคติพจน์ประจำใจ นอกจาก ความมานะพยายามที่จะเรียนหนังสือ.. อดทนและอดกลั้น..ส่วนอดออม ไม่ต้องนำมาคิด เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่ดูเหมือนจะแยกไม่ออก หรือดิ้นไม่หลุดเลยแม้แต่วันเดียว

ผมอยู่ห้องแถวหลายปี ผมจบปริญญาตรีและโท..ในห้องแถว ตอนนั้น..พ่อผมทำงานชลประทานที่ประตูน้ำบางบัวทอง พ่อเงินเดือนไม่มาก แต่ส่งลูกเรียนในเวลานั้นถึง ๔ คน ในช่วงปิดเทอม ปี ๒ - ป๊ ๔ พ่อจึงส่งผมไปทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว เงินเดือนพันกว่าบาท ที่จังหวัดชัยนาทและอุทัยธานี สังกัดโครงการชลประทานเหมือนกัน..

ผมรู้รสชาติของการจากบ้าน..ถึงแม้จะเป็นเพียงห้องแถวไม้เก่าๆ.. จากพ่อกับแม่ที่เห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน ไปอยู่ในแคมป์คนงานของโครงการคลองส่งน้ำ..ที่ห่างไกลความเจริญ ค่ำคืนได้ยินแต่เสียงอึ่งอ่างร้องระงม แต่ก็คิดว่าเป็นการดี ที่หนีออกห่างสิ่งแวดล้อมในห้องแถวเสียบ้าง ไม่ต้องจำเจกับภาพคนเมาที่เอะอะโวยวาย สามีและภรรยาที่ทะเลาะกันแทบทุกวัน และความชุลมุนวุ่นวายของคนงานก่อสร้างที่เข้าออกและมั่วสุมกับยาเสพติด

๔ ปีที่เรียนปริญญาตรี..ไม่เคยมีความสุขกับการดูหนังสือและทำรายงาน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพยายามปล่อยวางบ้าง..ก็ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้..จนได้เป็นครู..การได้ผ่านร้อนผ่านหนาว เป็นลูกจ้างตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อต้องบรรจุเป็นครูที่ศรีสะเกษ โรงเรียนกันดาร..ก็เลยอยู่ได้อย่างสบาย

คิดถึงพ่อกับแม่..ที่เริ่มแก่เฒ่าจะใช้ชีวิตอยู่ในห้องแถวกันอย่างไร..น้องสาวคนเล็กที่กำลังเรียนปริญญาตรี มีความอดทนกับสภาวะห้องแถวมากน้อยแค่ไหน..ตอนนั้นพี่สาวคนโต ได้บรรจุเป็นครูที่ จ.สุพรรณบุรี น้องชายเรียนที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผมช่วยได้เพียงแบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่..ช่วยส่งเงินให้น้องเรียน

ชีวิตครอบครัวในห้องแถวตอนนั้น..เป็นอันว่า พ่อกับแม่ส่งลูกเรียนปริญญาได้ครบ ๔ คน ใกล้จะตลอดรอดฝั่งแล้ว แต่ยังไม่พอ..ชีวิตผมต้องกลับมาสู่วังวนของห้องแถวอีกครั้ง ชนิดที่สภาวะแวดล้อมตอนนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ผมสอบเรียนต่อปริญญาโทได้..โดยลาศึกษาต่อและได้รับเงินเดือนตามปกติ ใจหนึ่งก็อยากอยู่หอพัก ใจหนึ่งก็สงสารน้องสาวที่ใกล้จะเรียนจบ ไม่อยากให้มีภาวะกดดันมากนัก..ผมจึงได้อาศัยห้องแถว.. ได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่และเรียน..จนจบการศึกษา

การได้อยู่ห้องแถวของพนักงานเจ้าหน้าที่ชลประทานฯ มิใช่เรื่องต่ำต้อยแต่ประการใด เป็นสวัสดิการเล็กๆ ที่พึงมีพึงได้ ที่รัฐจัดให้แล้ว ผู้อยู่อาศัยก็ต้องมีหน้าที่ดูแลและรับผืดชอบกันไป แต่ทุกคนลืมใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไม่ได้มีความเกรงใจซึ่งกันและกัน ความวุ่นวายที่พบ ทำให้ผมต้องจัดเวลาในการดูหนังสือ ใช้เวลาช่วงตี๔ ตี๕ ที่ค่อนข้างจะเงียบสงบ ทำเช่นนี้เป็นประจำ... ตลอดเวลาเกือบ ๓ ปี

และไม่มีปีใดเลย ที่น้ำจะไม่ท่วมห้องแถว จำได้ว่าตอนนั้นไม่ว่าจะเดินทางด้วยเรือหางยาวหรือรถเมล์ก็ตาม จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ต้องลุยน้ำไปขึ้นรถลงเรืออยู่เป็นเดือน น้ำท่วมถึงบันไดขั้นที่สามที่จะขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน บางปีลอยกระทงกันตรงหัวบันไดบ้าน เสมือนว่าเป็น...ริมคลอง ก็แล้วกัน

วันนี้..ผมกลับมาเยียมเยือน ประตูน้ำบางบัวทอง.. ที่ไม่ได้มาเกือบจะ ๒๐ ปีแล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ตั้งแต่ถนนหนทาง ตึรามบ้านช่อง และห้องแถวที่ผมเคยอยู่ก็ถูกรื้อไป กลายเป็นสนามกีฬาและโรงเก็บรถยนต์ของโครงการชลประทาน ตลอดจนมีบ้านพักทรงใหม่เกิดขึ้น ดูทุกสิ่งทุกอย่างเติบโต หรูหรา และพัฒนาไปตามกาลเวลา

ผมยืนที่หัวถนน ในจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของห้องแถว และเป็นหัวบันไดของห้องที่ผมพักอยู่ ภาพเก่าในอดีตยังติดตาตรึงใจ ในวันที่ผมรับปริญญาโท..ได้ถ่ายภาพกับพ่อแม่ จนเป็นที่ชื่นใจแล้ว ผมขอถ่ายภาพเดี่ยวบ้าง ในชุดปกติขาวสดใส ถือใบปริญญา ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ..แม่รีบบอก.."..ลูกก้าวขึ้นไปอีก ขั้นบันได..ที่ลูกยืนมันผุอยู่ เดี๋ยวมันจะหักลงมา..." วันนั้น..ที่ห้องแถว...เป็นวันที่ประสบความสำเร็จแล้วก็จริง แต่เป็นอีกวันหนึ่ง ที่อยากมีบ้านเป็นของตนเอง ให้พ่อกับแม่ได้อยู่สบายมากกว่านี้..แล้ววันนี้ผมก็ทำได้แล้ว...

....ไม่มีเป้าหมายใด ไกลเกินไขว่คว้า..ขอเพียงคุณมีพลัง..ของวินัยในตนเอง....

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๖ เมษายน ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

" อดทน อดกลั้น และอดออม"

เป็นคำอวยพร ที่คุณมะเดื่อจะมอบให้กับคู่บ่าวสาว

ทุกคู่ ที่คุณมะเดื่อมีโอกาสไปร่วมงานจ้ะ

คุณมะเดื่อเชื่อว่า........

ชีวิตทุกชีวิต อาชีพทุกอาชีพ จะเดินหน้าและประสบความ

สำเร็จได้ ก็เพราะคุณธรรม ๓ ประการนี้



หุ่นขี้ผึ้ง ...หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง เมืองภูเก็ตจ้าา

เป็นกำลังใจให้ครับ

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

โตมากับห้องแถวเหมือนกันค่ะ...ตรอกสลักหิน..หัวลำโพง..สมัยนั้น..นั่งรถเจ้ก..ลาก..โก้หน่อย..สามล้อ...

ห้องแถวไม้ของปู่ ย่า ชีวิต..ในสลัม..ก็ดี..นะเจ้าคะ...