Sapa เวียดนาม เที่ยวช่วงสงกรานต์ ตอนที่ 2 ชีวิตใน Sapa เที่ยวหมู่บ้าน Cat Cat ขับมอไซค์ชมเมือง

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

วันที่ 2 ของการท่องเที่ยวมาถึงแล้วค่ะ เมื่อคืนที่ผ่านมาเรานอนบนรถไฟจากสถานีรถไฟ Hanoi มาถึงสถานีรถไฟ Lao cai ถามว่านอนได้ไหม โห หลับสบายเลยค่ะ หลับยาว ตลอดทาง นี่ค่ะ สถานี Lao cai

ถึงสถานีลาวไกแต่เช้า ซึ่งเราก็ได้แปรงฟันทาแป้งกันเรียบร้อยแล้ว ลงมาจากรถไฟก็เดินตามคนออกมาบริเวณทางออก

ก่อนขึ้นรถไฟคนที่มานำเราเข้าไปให้การ์ดโรงแรมมาอันนึงเป็นการ์ดของ Sapa Summit Hotel เค้าให้ชูการ์ดนี้ แล้วเจ้าหน้าที่จะเดินมาหาเรา เพราะเค้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้เดินเข้ามาในบริเวณสถานี

พวกเราก็ช่วยกันลากกระเป๋า เดินออกมาพบเจ้าหน้าที่โรงแรม ซึ่งจะมีป้ายนี้อยู่

พอจนครบคณะก็พากันมาขึ้นรถตู้เพื่อไปยังโรงแรมใน Sapa

บรรยากาศในรถตู้ค่ะ นั่งกันเต็มพื้นที่ ใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมง และที่ร้ายกว่านั้นคือ ทางไปมันเป็นทางขึ้นเขา มีคนอ้วกด้วย เหม็นมากเลยค่ะ คือเราเป็นคนไวต่อกลิ่นพวกนี้อยู่แล้ว นั่งเอาผ้าปิดจมูกไปตลอดทางเลยอ่า ในที่สุดก็ไปถึง Sapa summit Hotel

ถึงโรงแรมแล้วก็เช็คอินค่ะ อยากจะบอกว่า ถ้าสามารถ request ห้องได้ให้ request กะทัวร์เลยว่าขอห้องชั้น 5 หรือ ชั้น 4 วิวสวยๆ เพราะที่อ่านรีวิวของคนอื่นมาห้องพวกนี้จะได้วิวสวยม้ากมาก พอดีเราไม่ได้ request แต่อย่างใด ห้องที่ได้ก็เลยเป็นห้องชั้น 1 วิวเป็นแบบนี้ค่ะ 555

ห้องของเราเป็นแบบห้อง tripple กว้างขวางดีมาก ในห้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพอประมาณ อ้อ ลืมอีกอย่าง มาเวียดนามให้เตรียมหมวกอาบน้ำมาด้วยนะคะ ไม่มีที่ไหนให้เลย พร้อมกับสบู่เหลวมาพร้อมกันด้วย เนื่องจากของที่โรงแรมจัดให้ไม่ค่อยน่าใช้เลยค่ะ อีกอย่าง ในห้องมีกาต้มน้ำให้ แต่หน้าตาปลั๊กเป็นแบบนี้ หาจนทั่วห้องแล้วไม่มีรูให้เสียบค่ะ พอไปถามที่ lobby เค้าก็บอกว่าเราจะต้องมีปลั๊กแปลงไฟมาเอง เฮ้อ รู้งี้น่าจะเตรียมมาด้วย ดันชะล่าใจว่า ปลั๊กไฟที่เวียดนามเหมือนกันกับบ้านเรา

ส่วนทิชชู่บ้านเค้า จะไม่มีแกนกลางเหมือนบ้านเรานะคะ

อาหารเช้าวันนี้ที่โรงแรมค่ะ ก็พอไหว อร่อยดี ข้าวเวียดนามอร่อยมากมากเลยค่ะ ย้ำ ข้าว ไม่ใช่กับข้าว สมกับที่เค้าเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของเอเชีย

กินข้าวกันอิ่มหนำแล้วก็ออกมาถ่ายรูปวิว บริเวณด้านหลังโรงแรม เค้าจัดเป็นสวน สวยงามทีเดียว

นัด 9 โมงเพื่อมาเจอไกด์ที่ lobby ไกด์ของเราเป็นชาวเขา ชื่อ ซู เธอมาพร้อมกับลูกเล็กอยู่บนหลัง อายุแค่ 2 เดือนเองค่ะ

วันนี้จะไปเดินเที่ยวที่หมู่บ้าน Cat Cat หรือ Cat Cat Village ย้ำว่า เดินเที่ยวค่ะ ตอนแรกบริษัททัวร์ที่เมืองไทยบอกว่าให้เตรียมทิปสำหรับคนขับรถและไกด์ไปด้วย เราก็เข้าใจว่า จะมีคนขับรถมารับพร้อมไกด์ แล้วรถก็ขับไปส่ง ลงมาเที่ยว เที่ยวเสร็จขึ้นรถใหม่ อะไรทำนองนี้ และได้สอบถามทางทัวร์ที่เมืองไทยมาจนเข้าใจแล้วว่าเป็นแบบที่คิดนั่นแหละ แต่ทว่า หาเป็นเช่นนั้นไม่ เราจะต้องเดินค่ะ เป็น trekking ของแท้เลย เอ้า ก็ไม่เป็นไรค่ะ ลองดูหน่อยเป็นไรไป ว่าแล้วก็เริ่มเดินตามไกด์ไป นี่เป็นบรรยากาศระหว่างทางเดินไปยังหมู่บ้าน Cat Cat

ผู้ชายคนนี้นั่งเป่าขลุ่ยอยู่ที่ร้านกาแฟ

เดินตามทางลงมาเรื่อย วิวข้างทางเริ่มกลายเป็นแบบนี้

คู่หนุ่มสาวก็จะถ่ายเซลฟี่กัน

เริ่มจะเข้าหมู่บ้าน Cat Cat แล้วค่ะ

มีป้ายยินดีต้อนรับชาวไทยด้วยค่ะ คิดดูว่ามากันเยอะขนาดที่เค้าทำป้ายให้เลย อิอิ บรรดาร้านขายของที่ระลึกก็มีเรียงรายกันไป

ที่นี่ก็จะเป็นหมู่บ้านชาวเขา มีทำนาขั้นบันได แกะสลักหิน เลี้ยงสัตว์ ชีวิตคนดอยเหมือนชาวดอยบ้านเราเลยค่ะ

เด็กก็ถ่ายรูปบรรยากาศหมู่บ้านไปเรื่อยๆ เจอไก่ ถ่ายไก่ เจอหมู ถ่ายหมู เจอสุนัข ถ่ายสุนัข เจอควาย ก็ถ่ายควาย สนุกสนานกันใหญ่

ในหมู่บ้านก็มีร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาเลยค่ะ มัวแต่เดินและเดิน

เด็กๆ ชาวเขาเสื้อผ้าหน้าตามอมแมม

เดินผ่านบ้านจำลองของชาวเขา ไม่มีคนอยู่จริง แต่สร้างให้นักท่องเที่ยวเข้ามาดู

เดินต่อเพื่อไปชมน้ำตกเล็กๆ แต่ก็สวยงาม ดีนะที่เป็นทางเดินลง

ชมการแสดงของชาวเขา และทดลองใช้ห้องน้ำที่สร้างอยู่สูงมากมาก

จากนั้นก็เดินทางกลับ ก่อนออกจากหมู่บ้านจะต้องผ่านสะพานแขวนนี้ก่อน

พอขึ้นมาจากสะพานแขวนเท่านั้นแหละค่ะ เหล่าวินมอไซค์ ก็เข้ามาถามว่าจะไปไหมส่งที่โรงแรม หันไปถามไกด์ ชีก็บอกว่าทางเดินกลับไกลโขอยู่ และก็เป็นทางเดินขึ้นเขาด้วย แต่ถ้าจะเดิน ชีก็จะเดินไปส่ง up to you ว่างั้น ก็เลยถามว่าเท่าไหร่ บอกว่าคันละ 50 ก็เลย ok ว่าแล้วก็จัดมา 2 คัน แม่ลูก และคุณพ่อ อีกคัน ระยะทางไกลมากเลย แถมเค้าก็ซิ่งมาก นั่งไปสวดมนต์ไป เป็นทางขึ้นเขาอย่างที่ว่าจริง ๆ ถึงโรงแรมพี่วินเค้าเรียกร้องเพิ่มว่าขอเพิ่มที่เค้าต้องซ้อน 3 สำหรับเด็กด้วย ก็เลยเพิ่มไปอีก 10 ตามฟอร์ม (อ้อ อย่าลืมเติม 0 อีก 3 ตัวต่อท้ายราคาด้วยนะคะ

ข้าวกลางวันกินที่โรงแรมค่ะ มีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย ราคารวมอยู่ใน package แล้ว ก็จัดกันไป จากนั้นตอนบ่ายเค้าปล่อยฟรี ไม่มีอะไร พวกเราก็เลยเช่ามอไซค์ 2 คัน ก็เช่าจากโรงแรมน่ะแหละ ราคาคันละ 5 US ไม่รวมน้ำมัน คือ น้ำมันไปเติมกันเอง


มอไซค์เป็นแบบอัตโนมัติค่ะ เร่งอย่างเดียวไม่ต้องมีเกียร์ แต่ทว่า รถขับเลนขวานะคะ ตอนขับแรกๆ งงมาก ไม่ชิน และกว่าจะหาที่เติมน้ำมันเจอก็หลงกันไปมา แวะถามไปตลอดทางว่าเติมน้ำมันตรงไหน พอเติมน้ำมันได้ (เติมไปคันละ 40 กะเอา) ก็ลุยเลยค่ะ เราจะไปน้ำตกซิลเวอร์ ไกลประมาณ 15 กิโลเมตร แต่เป็นทางขึ้นเขา เหมือนขับรถขึ้นดอยสุเทพยังไงยังงั้นเลยค่ะตลอดทางก็มีวิวทิวทัศน์สวยงามมากมากเลย รถไม่มากสักเท่าไหร่ พอขับได้ค่ะ ทีนี้ตอนนั้นเป็นตอนบ่าย อากาศก็เย็นอยู่แต่แดดจ้า เราก็กลัวดำก็เลยเอาผ้ามาคลุมหน้าเหลือแต่ตา แล้วก็ใส่หมวกกันน็อค ลูกชายบอกว่า แม่เหมือนไอเอสเลยอ่ะ

ขับมอไซค์ไปเรื่อยๆ จนถึงน้ำตก จอดรถ มาเก็บค่าจอดอีก ก็เลยจ่ายไป ทั้งๆ ที่มันเป็นข้างทางชัดๆ

ช่างเหอะ เดินเข้าไปซื้อตั๋วเข้าชมน้ำตกค่ะ ขึ้นไปสูงมากเหมือนกัน ลักษณะคล้ายน้ำตก นวภูมิที่ดอยอินทนนท์ แต่สูงและมีน้ำเยอะกว่า คนไม่ค่อยมาเท่าไหร่ สวยใช้ได้ค่ะ

ดูน้ำตกเสร็จแล้วก็เดินกลับลงมา

วิวระหว่างทาง ธรรมชาติมาก

จากนั้นก็กลับมาพักที่โรงแรมแป้ปนึง แวะเข้าห้องน้ำดื่มน้ำปัสสาวะ แล้วก็ออกมาขับรถเที่ยวในเมืองต่อ ที่แรกที่ไปก็คือ โบสถ์ที่อยู่กลางเมือง Sapa เป็นโบสถ์เล็กๆ ด้านในเงียบสงบ

ต่อด้วย Sapa lake ที่เค้าว่าเหมือนสวิตเซอร์แลนด์เอเชีย เหมือนรึป่าวก็ไม่รู้เพราะไม่เคยไป แต่สวยค่ะ เย็นๆ ได้บรรยากาศผ่อนคลายมากเลย แถวนั้นก็จะมีลานเอนกประสงค์ คนก็จะมาเล่นกีฬา มาเดินเล่นกัน วิวสวยนะคะ

ถ่ายรูปหมู่แก๊งค์มอไซค์ซะหน่อย

ขับมอไซค์วนไปดูตลาดของ Sapa ซะหน่อย Sapa Market


จากนั้นก็ไปหาซื้อของช้อปปิ้งกัน เค้าว่ามาที่นี่ต้องซื้อ The north face ก็เลยจัดเป้ให้เด็กใบนึงค่ะประมาณ 300 บาทไทย คนไทยมาเที่ยวที่นี่เยอะมากคนขายพูดไทยได้ด้วย รับเงินไทยด้วยค่ะ ค่ำแล้ว เริ่มมืด กลับดีกว่าค่ะ ยังเหลือน้ำมันอีกครึ่งนึงก็แถมเค้าไปละกัน เราก็ได้เที่ยวจนพอใจแล้ว คิดไรมาก กลับไปนอนเอาแรงไว้เดินพรุ่งนี้ดีกว่าเห็นไกด์บอกว่าพรุ่งนี้เดินอีก 12 กิโลเมตร อาหารเย็นวันนี้ที่โรงแรมเช่นเคย

ปิดท้ายด้วยบรรยากาศในเมืองยามย่ำค่ำของ Sapa

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

น่าสนุกมากเลยครับ

เด็กน้อยเลยได้เรียนรู้ไปด้วย

ชอบใจรออ่านอีกครับ