14นบีฮารูน Harun 15นบีดาวูด Dawud 16นบีสุลัยมาน Sulaiman Prophet

นบียะอฺกู๊บ Jacob เคยอยู่ที่นี่จริง แต่อพยพไปอยู่กับนบียูซุฟ ที่อิยิปต์กันหมด เวลาผ่านไปหลายร้อยปีตระกูลบะนีอิสรออีลไม่เคยกลับมาที่คะนาอัน (เยรูซาเล็ม) อีกเลย
بِـسْـــمِ اللَّهِ الرَّحْمَانِ الرَّحِـيْــمِ

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ

14ประวัตินบีฮารูน

Nabi Harun.(Aaron)

نَبِيِ هَارُوْنَ

มีรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับท่านนบีฮารูน จะพบชื่อนบีฮารูนคู่กับนบีมูซาสมัยโต้แย้งกับฟิรเอานฺ(ฟาโรห์) และร่วมอพยพกับบะนีอิสรออีล [1] ไปกับนบีมูซา และร่วมปกครองบนีอิสรออีลจนวาระสุดท้าย

มรณะกรรม (อาญัล آجال ครบกําหนด Maturities ) ของท่านนบีฮารูนและนบีมูซา

อัลกุรอานไม่ได้กล่าวถึงวาระสุดท้ายของท่านนบีมูซา และนบีอีกหลายท่าน

----------------------------------------------------------------

[1] บะนีอิสรออีล (อ่านว่า บะ-นี-อิส-รอ-อีล) ภาษาอาหรับ บนีแปลว่า พี่น้อง, อิสรออีลคือเผ่าพันธุ์ อิสรออีล โดยถือกำเนิดจากตระกูลท่านนบี ยะอฺกูบ Jacob. ซึ่งต่อมาเรียกบุคคลว่า ยิว Jew ในภาษาอาหรับเรียก ยะฮูดี, เรียกศาสนาที่ศาสดามูซามาเทศนาว่า ศาสนายูดาย (Judai) ชาวไบเบิ้ลเรียก ยูดาห์(Judah)


15ประวัตินบีดาวูด

Nabi Dawud. (David)

نَبِيِ دَاوُدُ

หลังจากสมัยของนบีมูซาแล้ว พวกบะนีอิสรออีลต้องเดินทางระหกเหินเร่ร่อนอยู่แถบทะเลทราย รอบๆ คะนาอัน เพราะไม่มีแผ่นดินเป็นของตัวเอง แผ่นดินคะนาอัน (เยรูซาเล็ม ชาวฟิลิสตีน"ปาเลสไตน์ปัจจุบัน" เป็นเจ้าของดั้งเดิมมาก่อน) ซึ่งพวกยิวอ้างสิทธิ์เป็นของตนในสมัยนี้นั้น บรรพบุรุษอิสรออีล คือนบียะอฺกู๊บ Jacob เคยอยู่ที่นี่จริง แต่อพยพไปอยู่กับนบียูซุฟ ที่อิยิปต์กันหมด เวลาผ่านไปหลายร้อยปีตระกูลบะนีอิสรออีลไม่เคยกลับมาที่คะนาอัน (เยรูซาเล็ม) อีกเลย ชาวฟิลิสตีนได้เข้ามาตั้งหลักแหล่งที่คะนาอัน (เยรูซาเล็ม) โดยปราศจากการบพุ่งกับคนพื้นถิ่น เพราะไม่มีใครอาศัยเลยในช่วงนั้น ครั้นเมื่อนบีมูซาอพยพชาวยิวมาที่คะนาอัน ก็ต้องเข้าไปเจรจาขอแบ่งที่ดินจากชนถิ่นเดิมที่ตั้งหลักปักฐานอยู่ก่อนแล้ว พวกยิวอพยพยังไม่ยอมเข้าเมืองเมื่อมาถึง ปล่อยให้นบีมูซาเข้าไปแต่ลำพัง เหตุนี้คือการที่ยิวอพยพไม่มีดินแดนแผ่นดินของตนเอง จึงได้เร่ร่อนระหกระเหินไปตามหน้าแนดินเพื่อหาที่ดินที่ถูกใจได้อยู่อาศัย ยิวอพยพได้ละทิ้งดินแดนที่ขอแบ่งจากฟิลิสตีนมาเกือบหมดสิ้น เรียกได้ว่าละทิ้งไปแล้ว และไม่สามารถรวมตัวเป็นชาติทีเข้มแข็งได้ ดังนั้น ชาวอิสรออีลจึงต้องถูกชาวประชาอื่นๆ รุกรานและกดขี่ข่มเหงมาตลอด

ในสมัยนบีดาวูดเป็นเด็กคนหนึ่งที่เกิดในเชื้อสายของอิสรออีลและเป็นเด็กที่มีความกล้าหาญมาก บะนีอิสรอเอลมีฏอลูตเป็นกษัตริย์ อัลลอฮฺได้ทรงประทานพลังความรู้และร่างกายแก่เขาอย่างมากมายมหาศาล และอัลลอฮฺทรงมีอำนาจที่จะทรงประทานอาณาจักรของพระองค์แก่ใครก็ได้ที่พระองค์ทรงประสงค์ เพราะอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ พวกบะนีอิสรออีลจึงได้เฝ้ารอและก็ได้พบหีบใบนั้นจริงๆ บะนีอิสรออีลจึงมีความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าไม่ได้ทอดที้งพวกเขา ขณะที่ออกเดินทางไปกับกองทหารเพื่อต่อสู้กับพวกฟิลิสตีนเจ้าถิ่นเดิม ฏอลูตต้องการจะดูว่าคนของเขาศรัทธาในอัลลอฮฺและเชื่อฟังแค่ใหน อัลลอฮฺกำลังจะทดสอบพวกเจ้าด้วยลำน้ำสายหนึ่ง ใครก็ตามที่ดื่มน้ำจากลำน้ำสายนี้ ชายคนนั้นก็ไม่ใช่พวกของฉัน ถึงแม้จะบอกว่านั้นเป็นการทดสอบจากอัลลอฮฺ แต่พวกบะนีอิสรออีลส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อและไม่หยุดดื่มน้ำกัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เชื่อฟังฏอลูตและไม่ได้ดื่มน้ำ (ความดื้อรั้รของพวกยิว มันแสดงออกมาแต่โบร่ำโบาณแล้ว มาสมัยนบีดาวูด ก็ยังดื้อรั้นไม่เลิก) ดังนั้น ฏอลูตจึงได้คัดเอาคนที่เชื่อฟังร่วมทางไปกับเขา แต่ผู้ศรัทธาในอัลลอฮฺจำนวนหนึ่งได้กล่าวว่า มีบ่อยไปที่คนจำนวนน้อยเอาชนะคนจำนวนมากได้ด้วยอำนาจของอัลลอฮฺ เพราะอัลลอฮฺจะทรงอยู่กับผู้อดทน เมื่อกองทัพของฏอลูตเผชิญหน้ากับกองทัพชาวฟิลิสติน ซึ่งนำโดยญาลูต (หรือโกไลแอธ) พวกอิสรออีลจึงได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺว่า ข้าพระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ได้ทรงประทานความอดทนแก่เรา พวกญาลูต ฟิลิสตีนได้ท้ารบกับพวกตอลูต บะนีอิสรออีลว่าถ้าพวกเจ้าเก่งจริงก็ส่งคนมีฝีมือมาต่อสู้กันตัวต่อตัว ในเวลานั้นนบีดาวูดได้อยู่ในที่นั้นด้วย เขาจึงได้ขออาสาออกไปต่อสู้กับญาลูต หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน นบีดาวูดก็สามารถสังหารญาลูตได้ในที่สุด นบีดาวูดจึงได้กลายเป็นวีรบุรุษของชาวอิสรออีล ฏอลูตได้ยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขาและหลังจากที่ฏอลูตเสียชีวิตแล้ว นบีดาวูดมีลูกชายคนหนึ่งชื่อสุลัยมานซึ่งต่อมาได้เป็นกษัตริย์สืบต่อจากเขาและยังเป็นนบีคนสำคัญคนหนึ่ง ขณะที่นบีดาวูดเป็นกษัตริย์ปกครองชาวอิสรออีลอยู่

วันหนึ่งบะนีอิสรออีลสองคนได้มาขอให้ท่านตัดสินกรณีขัดแย้งระหว่างเขาทั้งสอง นบีดาวูดและนบีสุไลมาน ได้ตัดสินให้เจ้าของแพะมอบแพะทั้งหมดที่เข้ากินต้นไม้ใบหญ้าให้แก่เจ้าของที่ดินที่ได้รับความเสียหาย ถึงต้นไม้ใบหญ้าจะเสียหาย แต่ที่ดินยังคงอยู่ ดังนั้น จึงไม่ควรให้เจ้าของที่ดินยึดแพะทั้งหมดเอาไว้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เมื่อต้นไม้ใบหญ้าเติบโตใหม่แล้ว เจ้าของที่ก็ควรจะคืนแพะให้แก่เจ้าของเดิมไป นบีดาวูดเห็นด้วยกับคำแนะนำของสุลัยมานเพราะเป็นความยุติธรรมและท่านได้ตัดสินไปตามนั้น นอกจากนั้นแล้ว คัมภีร์กุรอานยังได้บอกให้เรารู้ว่าอัลลอฮฺได้ทรงสอนท่านนบีดาวูดให้รู้จักการนำเอาเหล็กมาทำเป็นเครื่องใช้ต่างๆ อีกด้วย


16ประวัตินบีสุลัยมาน

Nabi Sulaiman. (Solomon)

نَبِيِ سُلَيْمَانُ

หลังจากนั้นนบีดาวูดได้เสียชีวิตแล้ว นบีสุลัยมานผู้เป็นลูกก็ได้ขึ้นมาสืบทอดอำนาจการปกครองชาวอิสรออีสต่อ ดังนั้น นบีสุลัยมานจึงเป็นทั้งนบีและกษัตริย์ นอกจากนั้นแล้วนบีสุลัยมานยังได้รับความรู้ความสามารถพิเศษบางอย่างจากอัลลอฮฺ เช่น การรู้จักภาษาของสัตว์ต่าง ๆ และเนื่องจากกองทัพของนบีสุลัยมานมีทั้งมนุษย์และญิน [1] และนกร่วมอยู่ด้วย ท่านได้บอกแก่ประชาชนท่านว่า ประชาชนทั้งหลายอัลลอฮฺได้สอนให้เรารู้จักภาษาของนกและพระองค์ได้ทรงประทานทุกสิ่งแก่เรา ครั้งหนึ่ง นบีสุลัยมานได้เดินทางไปกับกองทัพของท่าน เมื่อมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งที่มีว่า วาดินนัมลุ وَادِي النَّمْلُ The Valley of the Ants เป็นหุบเขาที่มีมดชนิดต่าง ๆ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก วันหนึ่ง ขณะที่นบีสุลัยมานสำรวจกองทหารของท่านอยู่นั้น ท่านพบว่านกของท่านตัวหนึ่งได้หายไป ฮุดฮุด หายไปไหน ท่านถามหา และได้กล่าวว่าถ้ามันกลับมา ฉันลงโทษมันให้หนักที่เดียว หรือไม่ก็เชือดมันถ้ามันไม่มีข้อแก้ตัวที่มีเหตุผลมาให้ฉัน หลังจากนั้น ไม่นานนัก นกฮุดฮุดก็กลับมาทานบีสุลัยมานและกล่าวแก่ท่านว่า ฉันนำข่าวจากเมืองสะบาอ์ ซึ่งท่านยังไม่ทราบมาแจ้งให้ท่าน ข่าวอะไร

ฉันพบราชินีคนหนึ่งเป็นผู้ปกครองผู้คน ฉันเห็นผู้คนของนางสักการะบูชาดวงอาทิตย์แทนอัลลอฮฺ ฉันจะดูว่าพูดจริงหรือโกหก เจ้าจงเอาจดมหายของฉันไปหย่อนลงให้นาง แล้วดูว่าพวกเขาจะทำอย่างไร และเมื่อฮุดฮุดบินมาถึงราชินีแห่งสะบาอ์ มันได้หย่อนจดหมายลงต่อหน้าราชินีบิลกิส ขณะที่นางกำลังเดินไปทำพิธีสักการะบูชาดวงอาทิตย์ เมื่อได้รับจดหมาย นางจึงเรียกเสนาบดีทั้งหลายมาประชุม เรื่องจดหมายกล่าวเตือนฉันจากกษัตริย์สุลัยมาน มิให้หยิ่งผยองต่อเขาและให้ฉันไปหาเขาอย่างผู้นอบน้อมจำนน ฉันขอปรึกษาพวกท่านว่าจะทำอย่างไรดีกับเรื่องนี้ เมื่อพวกกษัตริย์สุไลมานยกทัพไปยังเมืองใด พวกเขาก็จะทำลายเมืองนั้นและโค่นอำนาจของผู้ปกครองเมืองลงอย่างราบคาบ หลังจากนั้น ราชินีบิลกิสก็ส่งทูตคณะหนึ่งพร้อมกับของกำนัลไปคารวะนบีสุลัยมานที่เมืองเยรูซาเล็ม พวกท่านต้องการจะจ่ายฉันด้วยทรัพย์สินกระนั้นหรือ สิ่งที่อัลลอฮฺประทานแก่ฉันนั้นมากมายกว่าที่พวกท่านมีทั้งหมดเสียอีก และเราจะขับไล่พวกเจ้าออกไปจากที่นั่น เมื่อพวกทูตกลับไปแล้ว นบีสุลัยมานได้กล่าวแก่เสนาบดีของท่านว่า เสนาบดีทั้งหลาย มีใครบ้างในหมู่พวกท่านที่สามารถนำบัลลังก์ของนางมาก่อนที่พวกเขาจะมาหาฉันอย่างผู้นอบน้อมยอมจำนน พวกเจ้าจงจัดบัลลังก์ของนางไว้พอเป็นพิธี เราจะดูว่าเมื่อนางมาถึงแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน ราชินีบิลกิสก็เดินทางมาถึงเมืองเยรูซาเล็มและเข้าเฝ้านบีสุลัยมาน เมื่อเข้ามายังท้องพระโรง นางก็บอกกับนบีสุไลมานว่าเธอรู้เรื่องอิสลามนี้แล้ว ว่าเป็นเดชานุภาพของอัลลอฮฺและเราก็ยอมเป็นมุสลิมแล้วด้วย

นบีสุลัยมานเป็นผู้ที่เคร่งครัดในการนมาซ صَلاَةُ Prayer (การแสดงความเคารพสักการะอัลลอฮฺ) เป็นอย่างมาก ครั้งหนึ่ง ท่านเพลิดเพลินอยู่กับการดูแลม้าตัวงามอยู่ จนกระทั้งลืมการนมาซ ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต นบีสุลัยมานได้สร้างวิหารขึ้นมาหลังหนึ่ง ชื่อในปัจจุบันว่า "วิหารแห่งโซโลมอน" โดยท่านได้ใช้ให้ญินที่มาความสามารถทางด้านก่อสร้างเป็นผู้ก่อสร้าง นบีสุลัยมานได้เสียชีวิตโดยที่ยังยันไม้เท้าค้ำตัวอยู่และไม่มีใครรู้ว่าท่านได้เสียชีวิตจนกระทั่งมัสญิดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปลวกกินไม้เท้ากร่อนไปหมดทั้งอัน ร่างของท่านก็ล้มลง ทั้งผู้คนและญินพึ่งจะได้รู้ว่าท่านเสียชีวิตแล้ว

----------------------------------------------------------------

[1] ญิน Gin อ่านว่า “ยิน” คือภูตชนิดหนึ่งซึ่งถูกอัลลอฮฺสร้างมาจากไฟ ประเภทเดียวกับ “ชัยฏอน” “อิบลิส หัวหน้าชัยฏอน”


ขอความศานติแด่ท่านนบีทั้งหลายด้วยเทอญ

عَالَيْهِمُ السَّلاَمُ

----------------------------------------------------------------

เรียบเรียงโดยฮัจญีอิสมาอีล อานนท์ เพ็ญพันธ์ [email protected]

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน easyread



ความเห็น (0)