พระแก้วมรกตเคยเป็นของรัสเซีย

พระแก้วมรกต ...เคยเป็นของรัสเซีย เพราะเหตุใด?

หากจะพูดถึงมิตรประเทศเก่าแก่ของไทยเรา คงจะเว้นประเทศรัสเซียไม่ได้เลย ด้วยเหตุที่รัสเซียกับสยามนั้น มิตรภาพแน่นแฟ้นในระดับที่ว่า กษัตริย์ของสองแผ่นดิน ทรงมักคุ้นนับเนื่องเป็นพระสหายซึ่งกันและกัน หากนับระยะเวลาก็ผ่านมานับได้ 100 กว่าปีมาแล้ว และจากมิตรภาพในครั้งนั้นเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ครั้งหนึ่งพระแก้วมรกตเคยตกเป็นของรัสเซียมาก่อน กล่าวคือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นช่วงที่ไทยต้องเผชิญกับการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ช่วงเวลานั้น นานาประเทศทางตะวันตกต่างก็แข่งขันกันขยายอาณาจักรของตน โดยมีแนวคิดที่ต้องการสถาปนาอาณาจักรตนให้ยิ่งใหญ่ประดุจอาณาจักรโรมันโบราณ ในครั้งนั้นสยามก็ไม่รอดพ้นจากการหมายตาของชาติตะวันตกโดยเฉพาะ อังกฤษและฝรั่งเศสที่ต่างต้องการสยามเป็นเมืองขึ้น ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 เอง ทรงทราบดีว่าเราต้องแก้เกมครั้งนี้ด้วยการเดินหมากอย่างรอบคอบและต้องครอบคลุมทุกด้าน ทรงดำเนินนโยบายหลายประการที่ให้สยามรอดให้ได้ หนึ่งในนั้นคือการแสวงหามิตรที่จริงใจและมิตรนั้นต้องมีพลังอำนาจเพียงพอที่่จะช่วยเราได้ด้วย มองไปมองมา รัสเซียนี้แหละ เหมาะมากที่เราจะเจริญสัมพันธไมตรีเนื่องด้วยรัสเซียเองเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของยุโรปประเทศหนึ่ง และไม่มีนโยบายต้องการสยามเป็นเมืองขึ้น ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้น พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยศที่ "มกุฎราชกุมาร" แห่งรัสเซีย ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนราชอาณาจักรสยามอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระสหายสนิทในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ระหว่างวันที่ 20 - 24 มีนาคม พุทธศักราช 2434 รวมเวลาทั้งสิ้น 5 วัน ในการนี้ รัชกาลที่5ได้โปรดเกล้าให้จัดการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่สมกับพระเกียรติ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงได้มีพระราชดำริว่า สยามและรัสเซียแผ่นดินไกลกันเหลือเกิน แต่ระยะห่างกลับไม่เป็นอุปสรรคสำหรับมิตรต่อมิตรในการสานความสัมพันธ์กัน ในรัชกาลที่ 5 ทรงซาบซึ้งพระทัยยิ่งนัก จึงตรัสบอกแก่มกุฎราชกุมารว่าหากต้องพระประสงค์สิ่งใดในอาณาจักรสยามพระองค์จักพระราชทานให้ ด้วยเหตุนี้ มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย จึงได้กราบบังคมทูลขอพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่กรุงรัสเซีย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ได้ฟังดังนั้น ถึงกับทรงอึ้งแต่ด้วยเหตุที่ว่าทรงตรัสลั่นพระวาจาไปแล้ว ในพระราชฐานะพระมหากษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ จึงทรงยึดถือคติที่ว่า "กษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำ" ด้วยเหตุนี้ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 จึงมีพระราชดำรัสตอบตกลงพระราชทานพระแก้วมรกตแก่กรุงรัสเซียผ่านทางมกุฎราชกุมาร
เมื่อฟังดังนั้นองค์มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียเองก็ตกพระทัยไม่น้อย ด้วยพระองค์เองทรงทราบดีถึงความสำคัญขององค์พระแก้วมรกตที่มีต่อสยามประเทศว่ามีมากเพียงใด ด้วยว่าพระแก้วมรกตนั้นเป็นศูนย์รวมใจและการเคารพสักการะของประชาชนชาวสยามทุกผู้ทุกนาม ทรงซาบซึ้งพระทัยยิ่ง จึงตรัสขอบพระทัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 อย่างสุดซึ่ง และตรัสให้สยามหากต้องการสิ่งใดจากรัสเซียขอให้บอก ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 จึงตรัสขอคืนพระแก้วมรกตกลับสู่แผ่นดินสยามดังเดิม องค์มกุฎราชกุมารทรงชื่นชมในพระปฏิภาณของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ยิ่งนัก และตรัสพระราชทานพระแก้วมรกตคืนกลับสู่สยาม และเป็นของสยามเช่นเดิม ด้วยเหตุนี้เอง จึงถือว่าพระแก้วมรกตเคยตกเป็นของรัสเซีย เนื่องจากสมัยนั้นสยามปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระราชดำรัสของกษัตริย์ถือเป็นกฎหมาย



กาลต่อมาสยามได้อาศัยความช่วยเหลือจากรัสเซียในการถ่วงดุลอำนาจเพื่อให้รอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก


ภาพที่เห็นเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่คนไทยคุ้นเคยโดยเฉพาะคนที่สนใจประวัติศาสตร์ ภาพนี้เป็นการฉายพระรูปร่วมกันระหว่างคิงนิโคลัส กษัตรย์รัสเซีย และคิงจุฬาลงกรณ์ รัชกาลที่5กษัตรย์ของสยาม ที่มาของภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อ ร.5 เสด็จประพาสยุโรปเพื่อหามิตรมาช่วยสยามจากการคุกคามของตะสันตกโดนเฉพาะฝรั่งเศสที่แสดงทีท่าว่าเอาเราแน่ เมื่อ ร.5 เสด็จถึงรัสเซีย พระเจ้าซาร์เห็น ร.5 มีท่าทางไม่สบายใจ พระองค์จึงตรัสถาม เมื่อทราบสาเหตุแห่งความไม่สบายใจของ ร.5 แล้ว รุ่งเช้าพระองค์จึงโปรดให้ตามช่างภาพมาฉายพระรูปคู่ของสองกษัตรย์จากสองแผ่นดิน และเมื่อ ร.5เสด็จไปเยือนประเทศอื่นต่อ พระเจ้าซาร์โปรดให้ส่งรูปนี้ไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สำคัญที่วางขายในเมืองหลวงของประเทศต่างๆทั่วยุโรปแค่นั้นยังไม่พอ พระองค์ยังคงเขียนประโยคประวัติศาสตร์เพื่ออธิบายภาพนี้ด้วยพระหัตถ์องค์เองว่า "สยามเป็นประเทศกำลังพัฒนา หาใช่ประเทศล้าหลังซึ่งมหาประเทศจะใช้เป็นมูลเหตุเข้ายึดครองมิได้" ด้วยประโยคนี้นี่เองที่ทำให้มหาอำนาจต่างๆในยุโรปต่างตกตะลึงด้วยไม่คาดคิดว่าสยามประเทศเล็กๆจะมีมิตรประเทศเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากประเทศหนึ่งของยุโรป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มหาอำนาจที่คิดจะฮุปไทยเป็นเมืองขึ้นถึงกับต้องปรับทีท่าใหม่ด้วยเหตุที่ไม่อยากเป็นศัตรูกับรัสเซีย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้มั้ยจ๊ะ



ความเห็น (0)