(97) บันทึก 'มัดจำ' ความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาระหว่างสองหน่วยงาน

.. แล้วหันกลับมาชักชวนอาจารย์ทั้งสองท่าน ให้ทำโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน คือ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์​ กับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นการสร้างความสัมพันธ์ .. ดิฉันเขียนบทความนี้เป็น บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาระหว่างสองหน่วยงาน ไว้เป็นมัดจำแล้วนะคะ

วันนี้ที่หน่วย ECT (Electro-convulsive Therapy) ดิฉันมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับอาจารย์นิเทศ ที่พานักศึกษาพยาบาลฝึกงาน จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2 ท่าน เราแลกเปลี่ยนกันอย่างออกรส ดิฉันมีโอกาสระบายได้โดยอิสระ โดยแจ้งให้อาจารย์ทั้ง 2 ท่านทราบล่วงหน้าว่าดิฉันมีกลิ่น 'รปศ.' จะวิพากษ์ใน Critical Mode คือ ไม่เชื่อ คิดโต้แย้ง อย่างสร้างรรค์ (ดังที่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช กล่าวถึงในบทความ 'แววความเป็นครู' https://www.gotoknow.org/posts/589131)

เราเริ่มประเด็นที่สถานการณ์ปัจจุบัน วันที่ 23-24 เม.ย.58 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ เปิดห้องสอน Clinical Research ให้บุคลากร ในโรงพยบาลพระศรีมหาโพธิ์ และหน่วยงานภายนอกที่สนใจ มาลงทะเบียนเข้าเรียนได้ เราต่างก็ชื่นชมความเชี่ยวชาญของท่าน แล้วดิฉันก็เริ่มเปิดประเด็น discussion ว่ากรณีดังกล่าว 'Outcome' ที่พึงมีพึงได้ คืออะไร

คำตอบที่ได้ตรงกันคือ เมื่อผู้บริหารเชี่ยวชาญงานวิจัยทางคลินิก ก็ควรมีผลงานวิจัยทางคลินิกของหน่วยงาน มีหลากหลาย อย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น 'ไม่ใช่' เมื่อไม่มี Outcome ระดับโรงพยาบาล เราก็หันกลับมาดู Outcome ระดับองค์กร ซึ่งได้แก่ องค์กรแพทย์ องค์กรพยาบาล ฯลฯ ซึ่งก็ไม่มีเช่นกัน ทั้งที่เรามี Vision เป็น Excellent Center!!

เมื่อวกกลับมาที่องค์กรพยาบาลซึ่งดิฉันสังกัดอยู่ 'เข้าทาง' พอดีเลยค่ะ ดิฉันจึงรีบขาย แนวคิดการสร้างเครือข่ายนักวิจัยขององค์กรพยาบาลทันที .. ว่า ดิฉันเตรียมแผนงานพัฒนางานวิจัยในคลินิกไว้แล้วว่า จะพัฒนางานวิจัยแบบ 'ทำไปด้วยกัน' 'เรียนรู้ไปด้วยกัน' ทุกหอผู้ป่วย พร้อมกับวางแผนพัฒนาระบบ KM (Knowledge Management) ไปพร้อมกัน ติดขัดตรงไหนก็จัดหาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาให้

ปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านามาดิฉันได้นำเสนอผู้บริหารการพยาบาล อย่างไม่เป็นทางการแล้ว ได้คำแนะนำว่า

"เธอเตรียมไว้นะ เดี๋ยวพี่จะเชิญรองกลุ่มภารกิจฯ ทั้ง 5 มาประชุม เธออธิบายให้เข้าใจเสียก่อน แล้วพี่จะเชิญผู้บริหารกลุ่มงานฯ มาชี้แจง จะได้เิริ่มปฏิบัติ ในงวดที่สองนี้เลย"

ช่วงนี้ดิฉันก็ได้แต่ รอเวลา..

แล้วหันกลับมาชักชวนอาจารย์ทั้งสองท่าน ให้ทำโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน คือ โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ กับ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นการสร้างความสัมพันธ์ทั้งระดับหน่วยงาน อาจารย์ นักศึกษาพยาบาล ได้ประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย งานนี้อาจารย์ทั้งสองท่านเห็นด้วย แต่ยังมี 'ความรู้สึกท้อ' ที่ต้องนำเสนอให้ผ่านคณะกรรมการจริยธรรมของมหาวิทยาลัย ซึ่งผ่านยากมาก และยังมีคณะกรรมการจริยธรรมชุดของโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ที่ยากกว่ามาก ฮา

ดิฉันเสนอมุมมองใหม่ โดยชี้ให้เห็นว่า กระบวนการวิจัยนั้นมีความเป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว ความเป็นสากลนั้นไม่มีคำว่ายาก-ง่ายกว่ากัน อาจแตกต่างกันบ้างที่เทคนิคการวิพากษ์ และอาจแตกต่างกันมากที่ 'วิธีพูด' เท่านั้นเอง ฮา .. (บางทีคุณอาจขำไม่ออก หากไม่ทบทวนงานมาอย่างดี)

ถ้าเรามองว่าช่วยกันคิด ช่วยกันมอง ช่วยกันวิพากษ์อย่างเต็มที่ ทีมงานก็จะมีความพร้อมเต็มที่ มีความมั่นใจมาก การเก็บข้อมูลภาคสนามหรือการทดลองก็จะรัดกุม ผลที่ได้ก็เป็นผลที่ควรได้ จากการทดลองจริงๆ เพราะเราตัด bias หรืออคติต่างๆ ที่เกิดจากระบบหรือการสุ่มออกหมดแล้ว สามารถวิเคราะห์ผลการทดลองและนำเสนอผลการวิจัยได้อย่างภาคภูมิใจ ฯลฯ

ดูเหมือน 'เรา' 'อาจจะ' มีงานที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างสองหน่วยงาน ดิฉันเขียนบทความนี้เป็น บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาระหว่างสองหน่วยงาน ไว้เป็นมัดจำแล้วนะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องดีดีที่อยากเล่า



ความเห็น (3)

ให้กำลังใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

ตามมาอ่านนะคะ

ดิฉันเข้าไม่ถึงภาษาวิชาการยากๆซะแล้ว เพียงแต่รู้สึกทุกขณะว่าเราวิจัยเพื่อหาคำตอบให้งานได้ทุกเวลา ถ้าเราหยุดแล้วถอยออกมาสักนิด คิด แล้วจะเห็นมุมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ทำงานแบบไม่มีความรู้อยู่ข้างหลังนี่ไม่สนุก วันหนึ่งก็หมดไฟ

การศึกษาผลิตคนให้เป็นอินพุทของการศึกษาที่สูงกว่า การศึกษาที่สูงกว่า สร้างผลผลิตที่เป็นอินพุทให้สังคม

วันนี้มีเหตุให้กลับมาค้นหาบันทึกนี้ จึงมีโอกาสอ่านความเห็นอีกครั้ง อ่านรอบนี้ มีความรู้สึกประทับใจความเห็นของคุณ nui นะคะ เพราะรอบตัวดิฉันมีแต่ผู้รู้มากมาย รู้หลายเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียว .......(กรุณาเติมคำในช่องว่าง) เราจึงควรมาเรียนรู้ร่วมกันค่ะ