โครงการคุณธรรมจริยธรรมเฉลิมพระเกียรติ ระดับอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ ในหัวข้อ "เยาวชนไทย ร่วมใจทำความดีถวายในหลวง" เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาสารคามกับมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้นิสิตได้ตระหนักถึงพลานุภาพของ "คุณธรรมจริยธรรม" ที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตนเอง สังคมและประเทศชาติ หรือการเป็นพลเมืองของสังคม โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงในโครงงาน (Project Approach) ใช้เวลาการขับเคลื่อนไม่น้อยกว่า ๒ เดือนในลักษณะของการวิจัยปฏิบัติการ (action reaearch) ที่ประกอบด้วย....
- นับตั้งแต่การค้นหาปัญหา (โจทย์)
- กำหนดเป้าหมาย
- แผนงาน
- วิธีการ
- ลงมือปฏิบัติ
- สรุปผล
- การสร้างเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เกิดพลังของการเรียนรู้ร่วมกันอย่างไร้พรมแดน
โครงการคุณคุณธรรมจริยธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นโครงงานที่สะท้อนภาพที่เด่นชัดเป็นรูปธรรมในเรื่องเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นโครงการที่เชื่อมโยงถึงระบบและกลไกการบ่มเพาะอัตลักษณ์นิสิต (ช่วยเหลือสังคมและชุมชน) รวมถึงเป็นการจัดทำโครงงานภายใต้หลักธรรมอันยิ่งใหญ่คือ "อริยสัจ ๔" ที่ประกอบด้วยหลักคิดสำคัญคือการค้นหาเหตุแห่งทุกข์ วิธีการดับทุกข์และเป็นการค้นหาผ่านการปฏิบัติการจริงบนฐานของโครงงานแบบกลุ่มทีม ซึ่งมีกระบวนการที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
๑.ต้นน้ำ (ติดอาวุธทางความคิด) เป็นขั้นตอนที่นำพานิสิตนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานจากสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมา "เข้าค่าย" ฝังตัวใช้ชีวิต หรือมา "เรียนรู้ร่วมกัน" เป็นเวลา ๓ วัน ๒ คืน เพื่อปรับแต่งทัศนคติและเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำโครงงานคุณธรรมจริยธรรมฯ ผ่านกิจกรรมอันเป็นระบบและกลไกสำคัญๆ เช่น
- บรรยายให้ความรู้ในเรื่องหลักธรรมในชีวิตประจำวัน
- หลักธรรมกับการสร้างสรรค์ชีวิตและสังคม
- หลักธรรมกับการขับเคลื่อนโครงงาน
- หลักการเขียนโครงงาน
- หลักการขับเคลื่อนโครงงาน
-
หลักการประเมินผล ฯลฯ

ซึ่งกระบวนการทั้งปวงจะเน้นการ "จัดการความรู้และความรัก" ควบคู่กันไป มีการถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติการไปพร้อมๆ กัน ผ่านกระบวนการของวิทยากรและการแบ่งปันความรู้-ประสบการณ์ในหมู่ของนิสิตนักศึกษาและอาจารย์ตามครรลองของ "กัลยาณมิตร" รวมถึงการฝึกทักษะของการสังเคราะห์ การนำเสนออย่างสร้างสรรค์ โดยล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนการ หรือกลยุทธการเสริมพลังความคิด หรือติดอาวุธทางความคิดในอีกมิติหนึ่ง
๒.กลางน้ำ (ติดตามหนุนเสริมและการประเมินย่อย) เป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากการดำเนินงานในระยะต้นน้ำ กล่าวคือเมื่อผ่านพ้นการติดอาวุธทางความคิดแล้วแต่ละภาคส่วนจะกลับไปขออนุมัติการดำเนินงาน ณ สถาบันการศึกษาต้นสังกัด เมื่อขับเคลื่อนไปได้ระยะหนึ่ง ทีมคณะทำงานจากส่วนกลางจะออกติดตามหนุนเสริมการเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านการประชุมร่วม ผ่านการสังเกตการณ์และร่วมให้ข้อเสนอแนะ
และท้ายที่สุดจะมีเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นมหกรรม ทั้งในรูปของนิทรรศการ การนำเสนอผลการดำเนินงานและความคืบหน้าของโครงงาน การให้ข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการพิจารณาคัดเลือกโครงงานต้นแบบเข้าสู่การประกวดแข่งขันในรอบสุดท้าย (ชิงชนะเลิศ) โดยเวทีดังกล่าวมีสถาบันส่งโครงงานส่งเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากกว่า ๑๐ สถาบัน มีจำนวนโครงงานกว่า ๔๐ โครงงาน
๓.ปลายน้ำ (แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชิดชูเกียรติ) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ในระยะสุดท้ายบนระบบของการประเมินผลความสำเร็จและการเชิดชูต้นแบบเพื่อนำไปสู่การเป็นชุดความรู้ หรือโมเดลของการขับเคลื่อนต่อยอดในวาระต่างๆ ในอนาคต ซึ่งเป็นการประเมินผลโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในระดับภูมิภาค ประกอบด้วยกิจกรรมที่คล้ายคลึงกับ "ระยะกลางน้ำ" เช่น
- การจัดนิทรรศการ
- การจัดทำเอกสารเผยแพร่
-
การนำเสนอด้วยรูปแบบต่างๆ
โดยรูปแบบของการประเมินผลและเชิดชูเกียรติโครงการต้นแบบก็จะดำเนินการบนฐานของการจัดการความรู้ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคณะกรรมการกับนิสิตนักศึกษาเป็นหัวใจหลัก สะท้อนจุดแข็งและจุดอ่อนเพื่อการเติมเต็มร่วมกัน ตลอดจนการกระตุ้นให้เกิดความต่อเนื่องในมิติต่างๆ
อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าการดำเนินงานโครงงานคุณธรรมจริยธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ มีจุดเด่นหลายลักษณะเช่น การขับเคลื่อนร่วมกับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในระดับภูมิภาค เป็นการแบ่งปันความรู้บนความเชื่อที่ว่าทุกสถาบันมีศักยภาพ และในทุกปัญหาก็ล้วนแล้วมีทางแก้ไข โดยเฉพาะการแก้ไขโดยอาศัยหลักธรรมและกระบวนการทางพุทธศาสนาเป็นฟันเฟืองคลี่คลาย คือ อริยสัจ ๔ ...
- ทุกข์ (ระบุปัญหา)
- สมุทัย (วิเคราะห์สาเหตุแห่งปัญหา)
- นิโรธ (กำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการแก้ปัญหา)
- มรรค (การนำผลจากการปฏิบัติมาสรุปและประมวลผล)
ในทำนองเดียวกันนี้ โครงการดังกล่าวฯ ยังทำให้เกิดฐานข้อมูลในวงกว้างว่าโครงงานอะไรบ้าง และมีหลักธรรมใดบ้างที่เหมาะต่อการนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตและสังคมของตนเอง โดยในบางโครงงานสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นโครงการ/โครงงานในระดับองค์นิสิตได้อย่างไม่ยากเย็น รวมถึงการได้รับรู้ข้อมูลอันเป็นประเด็นเชิงพื้นที่ว่ามีประเด็นการจัดกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละพื้นที่ ทั้งในมิติค่ายอาสาพัฒนาและการบริการวิชาการแก่สังคมสืบต่อกันไปได้ด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ โครงการดังกล่าวจึงนับเป็นต้นแบบของการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ เป็นการบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมที่ไม่แอบอิงอยู่กับทฤษฎี แต่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อก่อให้เกิด "ปัญญาปฏิบัติ " ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า โครงการทั้งปวงนี้คือหนึ่งในช่องทางของการพัฒนาความเป็นเยาวชนจิตอาสาอย่างไม่ผิดเพี้ยน
ภาพโดย :
๑.ภาพโดยงานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศนิสิต มมส.
๒.ส่วนหนึ่งจาก
หนังสือเล่มนี้ นะครับ




