เรื่องเล่าระหว่าง 30 มีนาคม - 10 มษายน 2558


11 เมษายน 2558

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหาร และผู้อ่านที่เคารพทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม. 2558 วันนี้เช้าให้จำลองไปส่งที่โรงแรมปริ้นพาเลซ ร่วมประชุม อ.ก.ค.ศ.วิสามัญพิจารณารางวัลระดับชาติ เพื่อเลื่อนวิทยฐานะครู ว.13 ส่วนใหญ่เป็นครูสายงานการสอน ราววัลที่ส่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ว่าไม่ตรงกับที่ ก.ค.ศ. รับรอง จึงมีแต่คนตกเกณฑ์ แม้บางรายจะได้รางวัลตรงตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด แต่หากไม่อธิบายเพิ่มเติมหรือส่งผิดช่องทางเขาก็วิเคราะห์ให้ตก ทำให้รู้สึกว่าเป็นอนุกรรมการคณะนี้ไม่ค่อยคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เที่ยงกลับสำนักงานเพราะบ่ายมีประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการเลื่อนเงินเดือนครั้งที่ 1 ปี 2558 เป็นการพิจารณาเพื่อนำเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาให้ความเห็นชอบ. ส่วนคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ก.ค.ศ. สั่งให้ชะลอไว้ก่อน การพิจารณาส่วนใหญ่เป็นไปตามโควตา เว้นแต่เศษจะปัดให้เพิ่มหรือนำไปให้โรงเรียนที่ไม่มีโควตาจะเลื่อน 1 ขั้นได้ พิจารณาตั้งแต่ครูผู้สอน ผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากรในสำนักงานเขต หลังเลิกงานขากลับแวะซื้อกล้วยตากไว้เป็นเสบียงในการเดินทางไปต่างประเทศ.

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2558 ลาประชุม อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ พิจารณารางวัลระดับชาติ เพราะอยากเคลียร์งานให้เรียบร้อย ภาคเช้าจึงดำเนินการเกี่ยวกับคำสั่งมอบหมายงานให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เที่ยงเดินทางกลับที่พักจัดกาะเป๋าเดินทางอีกรอบ จนเวลาบ่าย 3 โมง. จำลอง หมู ภา ไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ รถติดบ้างเป็นช่วงๆ แต่ก็ถึงก่อนเวลานัดหมาย. จัดการแลกเงินเพื่อใช้ในต่างประเทศ เงินCHF ของสวิตเซอร์แลนด์ 200 ฟรังก์ เงิน EUR. 200 ยูโร สำหรับใช้จ่ายในประเทศ อิตาลี และเงิน GBP อีก 200 ปอนด์เพื่อใช้ในประเทศอังกฤษ จนเวลานัดหมายทีมผู้นำทางและคณะทยอยเดินทางมาถึง จัดการโหลดกระเป๋าใบใหญ่ลงเครื่อง ใช้บริการของสายการบิน ETIHAD AIRWAYS ซึ่งเป็นสายการบินของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต์ เป็นเครื่องบินลำใหญ่ ได้นั่งแถวกลางไม่ค่อยสะดวกเวลาลุกไปห้องน้ำ ดีว่าที่ขนาบข้างเป็นคนรู้จักกันจึงพอจะคลายความกังวลไปได้ เที่ยวบินEY401. ออกจากสุวรรณภูมิ ประมาณ 3 ทุ่ม ถึง Abu Dhabi. เที่ยงคืนของเขาเวลาบ้านเราก็ตี 3 เพราะเราเร็วกว่าเขา 3 ชั่วโมง.


วันพุธที่ 1 เมษายน 2558 เที่ยงคืนถึงสนามบินอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ต้องลงเครื่องเพื่อต่อเที่ยวบิน EY073 เดินทางต่อไปยังเมือง Zurich. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การเปลี่ยนเที่ยวบินต้องไปที่เกต 29 ต้องเดินตามป้ายบอกทางและต่อรถไฟไปอีกจุด แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี แม้อาการปวดขาซ้ายจะโจมตี เครื่องบิน EY073. ออกประมาณตี2 ของเขาตรงกับบ้านเราเวลาตี5 หลับๆ ตื่นๆเพราะเขาเรียกให้กินอยู่เรื่อย เครื่องถึงสนามบินเมืองZurich.ประเทศสาธารณรัฐสวิตเซอร์แลนด์ เวลา. 07.30 น. ตรงกับเมืองไทย 12.30 น. เพราะเวลาช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง. การตรวจคนเข้าเมืองไม่ยุ่งยากใช้ passport. สีน้ำเงินราชการ เขาตรวจลงตราแล้วปล่อยให้ไปรอรับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน. มีเวลาล้างหน้าแปรงฟันในสนามบิน ก่อนไปขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่ด้านหน้า. รถพาไปเมือง Luzern ซึ่งเป็นเมืองอยู่เกือบใจกลางของประเทศ การตั้งบ้านเรือนสองข้างทางจะปลูกบ้านน่ารักบนเนินเขา. อากาศภายนอกหนาวอุณหภูมิประมาณ 2 องศาเซนเซียส ใช้เวลาเดินทางประมาณ ชั่วโมงเศษก็ถึงเมืองนี้ ไปดูอนุสาวรีย์สิงโตแกะสลักอยู่บนหน้าผา. ดูแล้วก็เป็นของพื้นๆ ไม่พิสดารอะไร ระหว่างทางเดินกลับมีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก โดยเฉพาะมีดยี่ห้อ. VICTORINOX มีจำหน่ายเกือบทุกร้านพร้อมแกะสลักชื่อ มีดสปาต้า มีดดาบปลายปืนมีจำหน่ายที่ร้านขายปืน ราคาแพง บริเวณใกล้ๆมีสะพานไม้ชาเปลเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่สุดในโลก อายุหลายร้อยปีเป็นสัญญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมือง หลังอาหารกลางวันเดินดูสินค้าในห้างร้านค้ารอบๆทะเลสาป ส่วนใหญ่จะเป็นนาฬิกาชื่อดัง เช่น บุคเคอเรอร์ กือเบอลิน ฯลฯ นอกนั้นมีช็อคโกแล็ต ที่อร่อยหักขายเป็นกิโลกรัม ฝนตกปรอยๆ ตลอด นักท่องเที่ยวชาวจีนจะยึดร้านค้าแถบนี้ไป ที่สาหัสคือกลิ่นบุหรี่ที่เหม็นไปทั้งบริเวณ จนทนไม่ไหว แข็งใจเดินและยืนจนได้เวลาอาหารเย็น คืนนี้เข้าพักที่โรงแรม GRAND EUROPE. แม้ห้องแคบไปนิดแต่ก็สะดวกสบาย ด้านหน้าโรงแรมเป็นทะเลสาป เสียแต่ฝนตกเลยอดเดินเล่น โรงแรมมีWifi บริการ 5 ฟรังสวิตต่อ 24 ชั่วโมง. ถือว่าถูกใจวัยรุ่น หลับดีแต่พอตี2 ก็ตื่น เพราะบ้านเรา7 โมงเช้า


วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2558 อาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม. มีให้เลือกไม่มาก แต่ก็ถือว่าได้มาตรฐานยุโรป วันนี้แวะไปดูงานที่ University of Lucerne International Relations Office ฟัง Ms. Catrin Scheiber บรรยายให้ฟังถึงระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ จากนั้นพาชมการเรียนการสอน ห้องสมุด ห้องพิเศษต่าง ๆ. เสียดายแก่เกินไปไม่อย่างนั้นจะมาเรียนที่นี่เพราะค่าเล่าเรียนถูก บรรยากาศดีมาก หลังกล่าวลากันแล้ว เดินทางไปเมืองแองเกิลเบิร์ก เมืองเล็กที่อยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ สองข้างทางเหมือนเมืองนฝันเพราะมีบ้านรูปทรงสวยงามอยู่ในสนามหญ้าบนเนินเขาทั้งที่ต่ำและที่สูง หิมะกำลังตกละอองสีขาวปลิวไปตามสายลม ถึงที่หมายต้องฝ่าสายฝนและหิมะไปยังที่ตั้งของฐานกระเช้า เพราะวันนี้เราจะขึ้นไปกินข้าวเที่ยงที่ยอดเขา TITLUS. นักท่องเที่ยวมากมายจนต้องเข้าคิวเป็นแถวยาว ด่านแรกเป็นรถรางลากขึ้นไปแบบเขาวัง เพชรบุรี จากนั้นขึ้นกระเช้าแบบตู้คอนเทนเนอร์ เคลื่อนขึ้นไปอีกชั้น ต่ออีกตู้หนึ่งขึ้นไปน่ากลัวหากตกลงมา เห็นหิมะปกคลุม นักสะกีกำลังเล่นกันอย่างน่าหวาดเสียว. ถึงสถานีที่สามเป็นแบบตู้กลม พื้นหมุนได้ ถึงยอดเขามีร้านค้าภัตตาคาร อากาศเบาบางเหมือนจะเป็นลม ขาลงใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงพื้นราบ ฝ่าสายฝนไปขึ้นรถกลับเข้าเมือง ลูเซิร์น ไปเดินแหล่งการค้าริมทะเลสาปอีกหน่อยเพื่อรอเวลาอาหารเย็นก่อนกลับไปพักที่โรงแรมเดิม


วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 เมื่อวานเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ให้หมูช่วยลงนามถวายพระพรออนไลน์ และวันนี้แต่งด้วยเสื้อประดับตรา สธ60พรรษา สีม่วงพร้อมหมวก. หลังอาหารเช้าเดินทางมุ่งหน้าลงใต้เพื่อเข้าประเทศอิตาลีที่เมืองมิลาน ระยะทางกว่า 243 กม. พอรถออกมาได้สักพักก็เริ่มติดยาวเหยียดจนต้องลงไปยืดเส้นยืดสายบนถนน หลายคนก็ยิงกระต่าย ถ่ายภาพกันเป็นที่สนุกสนาน สักพักเมื่อเคลื่อนรถกันได้ก็ลอดอุโมงใต้ภูเขา อุโมงที่ยาวสุดในเส้นทางนี้คือ 17 กม. ผ่านด่านระหว่างประเทศเขาไม่ได้ตรวจอะไรเพราะถือว่าอยู่ในกลุ่มเชงเก้นด้วยกัน มาแวะที่ฟ๊อกทาวน์เฮ้าท์เลต สินค้าเสื้อผ้าแบรนด์เนมมากมาย ดีตรงที่มี wifi ฟรี เกือบหกโมงเย็นรถถึงได้ออกจากจุดนี้ มุ่งลงใต้จนถึงเมืองมิลาน เดินไปทานข้าวย่านเมืองเก่า เล่นเอาย่ำแย่ทั้งปวดขาและเหนื่อย คืนนี้พักที่โรงแรม FOUR POINT BY SHERATON MILAN CENTRE. สามารถซื้อ Wi-Fi ได้


วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 หลังอาหารเช้าที่โรงแรมเดินทางไปชมมหาวิหารดูโอโม(Milan Duomo) ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มีห้างCentral ของตระกูลจิราธิวัฒน์ของไทยเป็นยักษ์ใหญ่ย่านนี้ เข้าไปชมในมหาวิหารสวยงามตระการตายิ่งนักแต่ดูจะเป็นรองวิหารที่ตุรกี เลยถือโอกาสนั่งสมาธิเสียหน่อย เดินวนไปมาจนเที่ยงไปกินอาหารอิตาลี่มีพาสตา พิซซ่า ปลากับมันฝรั่ง. ชักเลี่ยนอาหารฝรั่งเต็มที สงสารเจ้าของร้านที่อาหารเหลือเกือบเต็มจาน เว้นแต่หัวหน้าทัวร์กินแบบอร่อยสุดบรรยาย. ใครกินเหลือพี่แกมาขอไปกินเสียเอง บ่ายเดินอีกพักจึงนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม เป็นแท็กซี่มิเตอร์ ค่าโดยสาร 7.7 ยูโร เลยให้ไป 10 ยูโร ไม่ต้องทอน ได้พักผ่อนขาที่ปวดก็ดีขึ้น ดีตรงที่ซื้อ. Wifi. ไว้ ทำให้ทราบข่าวคราวทางบ้าน. ภรรยาเดินทางถึงเมืองยอร์ก สาธารณรัฐอังกฤษแล้ว สามารถคุยโทรศัพท์กันได้ พรุ่งนี้จะเดินทางไปสก๊อตแลนด์ เมืองเอดินเบิร์ก ซึ่งอยู่ทางเหนือของยอร์กไปราว 300 กม. วันที่ 6 เมษายน จะแวะไปค้างที่ยอร์กหนึ่งราตรี


วันอาทิตย์ที่ 5. เมษายน 2558 ตื่นตั้งแต่ตี 4 เตรียมกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย ตี5 อาบน้ำแต่งตัว ลากกระเป๋าไปไว้หน้าห้องพัก จะมีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมขนไปส่งที่รถให้ ห้องอาหารเปิด 7 โมงเช้า กินอาหารฝรั่งแบบพออยู่ท้อง จากนั้นรถบัสไปส่งที่สนามบิน กระเป๋าเดินทางเขาจำกัดน้ำหนักคนละ 20 กก. แต่สามารถเฉลี่ยน้ำหนักกันได้ เป็นการเดินทางโดยสายการบินต้นทุนต่ำ EasyJet. ของอังกฤษ เครื่องออกประมาณ 10.45 น. ผ่านเทือกเขาแอลป์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสวยงามมาก จากนั้นเป็นพื้นราบเห็นบ้านเมืองบ้าง แปลงเกษตรบ้างเพราะนั่งติดหน้าต่าง อาหารบนเครื่องต้องซื้อ ผมซื้อน้ำมากินกับกล้วยตากที่พกมาจากไทย ราคาประมาณ 1.8 ปอนด์ ประมาณ 80 บาท นั่งมองภูมิประเทศมาจนข้ามทะเลสู่เกาะอังกฤษ เลยมาลงสนามบินสก๊อตแลนด์ นับว่าสะดวกสบายพอสมควร หลังรับกระเป๋าต้องเดินลากมาขึ้นรถที่จอดห่างออกไปประมาณ 500 เมตร เรียกว่าตัดกำลังพอสมควร. ได้กินอาหารกลางวันประมาณ 14 นาฬิกา เป็นอาหารจีน จากนั้นไปเที่ยวประสาทใหญ่ของสก๊อตแลนด์ ผมขี้เกียจเดินขึ้นเขาเพราะปวดขา จึงซื้อตั๋วรถทัวร์ในเมือง เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ราคา 14 ปอนด์ เย็นสมทบกับคณะที่ไปขึ้นเขาไปทานอาหารเย็นแบบคนไทย ดูบ้านเมืองเขามีที่สาธารณะมากมายตกแต่งสวยงาม โรงแรมที่พักชื่อฮอลิเดย์อินน์ ไม่มี wifi. จึงนอนหัวค่ำ

วันจันทร์ที่ 6 เมษายน. 2558 หลังอาหารเช้าที่โรงแรม รถพามุ่งหน้าลงใต้จุดหมายปลายทางคือเมืองยอร์ก ระยะทางประมาณ 340 กม. สองข้างทางเต็มไปด้วยผืนทุ่งหญ้าขนาดใหญ่สำหรับเลี้ยงปศุสัตว์ เป็นเนินเขาเตี้ยๆสลับกับผืนป่าที่กำลังผลิใบอ่อนเล็กๆ. แต่ละแปลงจะมีแนวรั้วกั้นำด้วยไม้บ้าง หินบ้าง แลดูเขียวไปสุดลูกหูลูกตา มีฝูงแกะและฝูงม้าให้เห็นตลอดเส้นทาง มีจุดพักรถจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของสก๊อตแลนด์ เราแวะเข้าห้องน้ำและซื้อของกินของใช้เล็กๆน้อยๆ ถึงยอร์กบ่ายสองจึงได้ทานข้าวกลางวัน เป็นอาหารฝรั่งจำพวกไก่อบกับมันฝรั่ง จากนั้นไปชมโบสถ์และชมเมือง

ภรรยาที่มาเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองนี้มาคอยที่โบสถ์มินสเตอร์ โบสถ์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ เลยให้ทำหน้าที่มักคุเทศก์น้ำเที่ยวเพราะเธอมาอยู่เมืองนี้เป็นปีที่สามแล้ว เดินเหนื่อยจนปวดขาเพราะเมืองโบราณห้ามรถใหญ่เข้าจึงต้องเดินสถานเดียว. ไปเที่ยวตลาดนัดได้เล็บแมวโบราณของอังกฤษมาอันหนึ่ง เขาติดราคา5.5 ปอนด์ต่อราคาได้ 3 ปอนด์ มีของถูกใจอีกหลายชิ้นแต่ไม่ทราบว่าเขาใช้ทำอะไร จะถามกันนักภาษาอังกฤษเราไม่แข็งแรงในการฟังสำเนียงฝรั่ง เย็นไปทานอาหารจีนที่ภัตตาคารจีน ก่อนเข้าพักที่โรงแรมเมอร์เคียวซึ่งอยู่ชานเมืองยอร์ก

วันอังคารที่ 7 เมษายน 2558 หลังอาหารเช้าพวกเราถ่ายภาพกับบรรยากาศรอบ ๆ โรงแรม จากนั้นรถพามุ่งหน้าลงตะวันตกเฉียงใต้ จุดหมายคือเมืองออกฟอร์ด. สองฟากถนนก็เป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์สลับกับบ้านเรือนอาศัยซึ่งนานๆจะพบสักครั้ง. วันนี้รถเยอะ การจราจรจึงติดขัดเป็นระยะ เราแวะเข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง ซึ่งจะเป็นสถานีบริการน้ำมันและภัตตาคารร้านขายของที่ระลึก เราก็อุดหนุนกันตามสมควร


ประมาณบ่ายสองโมงถึงเมืองมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด. ของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ. พวกเราเลยไปทานอาหารกลางวันก่อน. แล้วย้อนมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย. มีผู้บริหารสองท่านพาชมบริเวณทั้งในและนอกอาคาร เหมือนห้องในหนัง แฮรี่พอร์ตเตอร์อย่างไงอย่างนั้น. จากนั้นเดินดูบ้านเมืองร้านค้าจนเย็น. ไปกินอาหารเย็นแบบฝรั่งที่ร้านริมทุ่งชื่อTHE FOX เพราะอยู่ริมทุ่ง สำหรับโรงแรมที่พักอยู่ชานเมืองออกไปชื่อฮอลิเดย์อินน์ wifi ขายแพงไม่คุ้มที่จะซื้อหา


วันพุธที่ 8 เมษายน 2558 เข้าไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมพนักงานทักทายเป็นภาษาไทย หน้าตาเหมือนพวกเราเธอเป็นคนอุดรธานี ปกติทำงานแผนกอื่นของโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ วันนี้ขอเจ้านายมาต้อนรับพวกเรา อาหารการกินเป็นฝรั่งล้วน.


ได้เวลารถพาเข้ากรุงลอนดอน เข้าใจว่ารถจะติด เอาเข้าจริงสะดวกโยธิน จุดแรกที่ไปคือ Tower. of London. ดูพระราชวังเก่า สะพาน. Tower Bright. เดิมคิดการกันว่าจะขึ้นดูวิวเมืองลอนดอนจากชิงช้าสวรรค์วงใหญ่ที่เรียกกันว่าThe London Eye แต่ไม่มีเวลาจากนั้นไปกินอาหารจีนเป็นเป็ดย่างโฟร์ซีซั่นที่อร่อยที่สุดในโลก เขาว่าอย่างนั้น อิ่มแล้วกลับมาถ่ายภาพกับสะพาน ชมพระราชวังบัคกิ้งแฮม บ่ายเดินซื้อของห้างแฮร์รอด. มื้อเย็นกินอาหารไทย เป็นที่น่าสังเกตว่าร้านอาหารไทยมักนำพระพุทธรูป.ประดับร้านไม่ใช่เคารพบูชา คืนนี้ พักโรงแรม dorsett อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าแต่หมดแรงที่จะเดิน


วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2558 เช้านี้ต้มมาม่ากิน 1 ถ้วยเพราะเบื่ออาหารฝรั่ง. ได้เวลาลงไปถ่ายภาพเล่นหน้าโรงแรม ทัวร์พาไปปล่อยไว้ที่ถนนอ๊อกซ์ฟอร์ด ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คือ Mark & Spencer ผมเดินสำรวจตลาดแถบนี้ทั้งเล็กใหญ่ หิวก็ซื้อไก่ทอดกิน ราคา 3 น่อง 2.5 ปอนด์ หรือ125 บาท. รถพาไปชมพระราชวังWindsor. และกินอาหารกลางวันที่เลยไปบ่ายสองโมง. จากนั้นรถไปส่งที่สนามบิน Heathrow เช็คอิน เดินไปขึ้นเครื่องที่เกต 11 เครื่อง EY 018 ออกเวลา 20.30 น. เวลาบ้านเราตี 2.30 น.ของวันที่ 10 เมษายน 2558


วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2558 เวลา 07.30 น. ถึงสนามบินอาบูดาบี เวลาบ้านเรา 10.30 น. เปลี่ยนเครื่องจากเที่ยวบิน. EY018. เป็นเที่ยวบิน EY. 408. ขณะเปลี่ยนเที่ยวบินอาการหวัดและแพ้อากาศกำเริบ โชคดีได้คุณปราโมทย์ ขจรภัย ช่วยหิ้วสัมภาระ. อาการคือเป็นไข้ หนาวสั่น. ปวดหัว. มาดีขึ้นเมื่อเครื่องเข้าเขตอินเดีย. พอถึงสุวรรณภูมิอาการกลับสู่ปกติ จำลอง. หมู ภา. มารับ พรรคพวกอาศัยกลับไปลงที่โรงแรมเอสดีอเวนิว. มาแวะทานอาหารไทยที่ร้านข้าวต้มอ้วนผอม ถนนราชพฤกษ เป็นอันจบการเดินทางทริปนี้ คณะที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย นายอนุสรณ์ ฟูเจริญ. นายพิธาน พื้นทอง. นายกำจัด. คงหนู นายปราโมทย์ ขจรภัย นางสุภาภรณ์ กิตติรัชฎานนท์ นางบุษบา. อ่อนคง. นางสาวพรพรรณ. อินทรประเสริฐ. นายประมุข. ปุญศิริ นายไพศาล ชนะกุล นางนิจวดี เจริญเกียรติบวร. นางสาววรนุช รุ่งเรืองเจริญกุล นางสาวมาลี กิตติอุดมเดช. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง. นายปวเรศ. รัฐขจร นางบุญหยาด พื้นทอง นางรุจิระ ฟูตระกูล

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (1)

ดอกไม้ทางข้ามไปพระราชวังวินเซอร์