พัฒนาการเขียนตามวิธีของครูเรฟ เอสควิท (๑๐๘)

บันทึกที่ ๑๐๘ การเขียนตามแนวของครูเรฟ เอสควิท

การสอนเขียน : ครูเรฟ เอสควิท

........วันนี้ผู้เขียนได้เป็นเจ้าของหนังสือ "ครูนอกกรอบ กับ ห้องเรียนนอกแบบ" ฉบับภาษาไทย พิมพ์ครั้งที่ ๓ หลังจากสั่งซื้อแล้วรอคอยอย่างใจจดใจจ่อที่ผ่านมาได้ติดตามอ่านจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งสู้เราอ่านจากหนังสือกระดาษไม่ได้ เราได้สัมผัส ได้หยิบ ได้เปิดดู และเป็นเจ้าของ ยิ่งชวนให้หลงใหลในการอ่านมากขึ้น อยากให้ครูไทยเราได้หนังสือเล่มนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูที่สอนในระดับชั้นประถมศึกษา

........วิธีการสอนของครูขณะที่อยู่ในห้องเรียนสะท้อนชีวิตครู "ครูเพื่อศิษย์"อย่างชัดเจนที่สุด ครูเรฟมีความรัก ความเมตตา ความตั้งใจสอนศิษย์ การสอนของครูทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข การสอนของครูเรฟไม่ใช่แค่สอนวิชาความรู้เพียงอย่างเดียว ครูยังสอนทักษะชีวิตที่ศิษย์สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อาทิ เด็กมีน้ำใจ ความมีวินัย ความอดทนอดกลั้น ความขยันขันแข้ง ความซื่อสัตย์ มีนิสัยรักการอ่านการเขียน มีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน ฯลฯ เด็กเรียนกับครูทำให้รู้สึกมีความปลอดภัย เชื่อมั่นและเป็นที่พึ่งของพวกเขาได้ ครูเรฟ เอสควิทมีวิธีการสอนที่ลึกซึ้ง น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งมีเทคนิคและแนวการสอนในแต่ละวิชาที่แตกต่างกันออกไป เทคนิคการสอนของครูเรฟ น่าจะนำมาประยุกต์ใช้ในการสอนของไทยเราได้เป็นอย่างดี ผู้เขียนมีความสนใจในแนวการสอนอ่านหนังสือและการสอนเขียนเป็นอย่างยิ่ง ครูเรฟได้จุดประกายในการพัฒนาการสอนอ่านและการเขียน

.......ในบันทึกนี้ ผู้เขียนจะเขียนเกี่ยวกับวิธีการสอนเขียนของครูเรฟ ซึ่งผู้เขียนมีความสนใจเป็นพิเศษ เพื่อที่จะนำไปพัฒนาผู้เรียนในด้านการเขียนต่อไป ขั้นตอนสี่ขั้นตอนการสอนเขียนของครูเรฟ มีดังนี้

ขั้นตอนที่ ๑ เริ่มต้นจากไวยากรณ์

........เนื่องจากนักเรียนของครูเรฟจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ทุกๆเช้าครูเรฟจะสอนเขียนไวยากรณ์ก่อนที่จะเรียนวิชาอื่น ก่อนที่จะถูกเบี่ยงเบนความสนใจ เด็กจะเรียนหนักด้วยเหตุผลสามข้อคือ หนึ่งเด็กเริ่มสนุกกับไวยากรณ์ สองเพื่อที่เด็กจะต้องไม่นำกลับไปทำที่บ้าน และสามกลัวการแก้งาน เด็กๆจะไม่ถูกลงโทษ ถูกประจาน แต่ต้องทำงานใหม่รอบแล้วรอบเล่าจนกว่าจะถูกต้องและคล่องแคล่ว เด็กๆจึงต้องตั้งในเป็นพิเศษ

ขั้นตอนที่ ๒ และ ๓ เรียงความประจำสัปดาห์และรายงานการอ่านหนังสือรายเดือน

........เรียงความประจำสัปดาห์ ทุกวันศุกร์เรฟจะมอบหมายงานเขียนเรียงความประจำสัปดาห์ให้เด็ก เรียงความสั้น ประมาณหนึ่งหน้ากระดาษรายงาน
........การอ่านหนังสือประจำเดือน เป็นวิธีที่จะทำให้เด็กบริหารเวลาและพัฒนาทักษะการเขียนไปพร้อมๆกัน นักเรียนแต่ละคนเลือกหนังสือหนึ่งเล่มตอนต้นเดือน เด็กที่มีปัญหาการอ่านอาจให้อ่านเรื่องง่ายๆ รายงานการอ่านแบ่งออกเป็นตอนสั้นๆ แต่ละตอนว่าด้วยองค์ประกอบของนวนิยาย ได้แก่ ตัวเอกของเรื่อง ตัวร้าย ความขัดแย้ง ฉาก โครงเรื่อง ไคลแม็กซ์ของเรื่่อง การคลี่คลายปม และแก่นเรื่อง รายงานการอ่านไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับครูและพ่อแม่ การเลือกเฟ้นหนังสือให้ถูกใจเด็กๆเป็นเรื่องท้าทาย การให้คะแนนรายงานและการสะท้อนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์คืนสู่เด็กเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่เด็กๆเติบโตขึ้นมาเป็นนักอ่าน นักเขียน และนักคิดที่มีวิจารณญาณ

ขั้นตอนที่ ๔ นักเขียนปกอ่อน : โครงการนักเขียนนัอย

........นักเรียนแต่ละคนมีเวลาหนึ่งปีที่จะเขียนหนังสือหนึ่งเล่ม นักเรียนเขียนหนังสือตัวเองเกือทั้งหมดในเวลาเรียน โดยเรฟให้เวลาคาบละ ๓๐-๔๕ นาทีในตอนบ่าย สัปดาห์ล ะ ๒-๓ ครั้งเพื่อเขียนเรื่อง ในแต่ละครั้งเรฟจะพูดคุยกับเด็ก ๕-๖ คน ถามว่าเด็กอยากเขียนเรื่องอะไร เด็กเอาเรื่องมาให้ดู เรฟช่วยแก้คำสะกดผิดหรือไม่ถูกหลักไวยากรณ์ บางครั้งก็แบ่งเด็กเป็นกลุ่มเล็กๆ ๓-๔ คน เอาเรื่องที่เขียนมาแลกกันดูและช่วยกันแก้ไข เมื่อนักเรียนเขียนเรื่องเสร็จและผ่านการตรวจแล้ว จะพิมพ์ลงเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ลืมเว้นที่สำหรับใส่ภาพประกอบตลอดเรื่อง เมื่อหนังสือเสร็จพร้อมเข้าเล่ม เด็กๆช่วยกันเข้าเล่มในห้องเรียน เด็กๆจะภูมิใจที่เห็นผลผลิตของตนเองตั้งแต่ต้นจนจบ

..........ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า ขั้นตอนการสอนของครูเรฟสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเราได้เป็นอย่างดี

( หนังสือ ครูนอกกรอบและห้องเรียนนอกแบบ บทที่ ๔ การเขียน หน้า ๖๑-๘๐)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มาอ่านกันเถอะ



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 

หนังสือดีครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ อาจารย์Wasawat Deemarn

เป็นหนังสือที่ดีมากที่ครูไทยควรได้อ่านค่ะ

เขียนเมื่อ 

ในมุมมองของผมนะครับครู...ผมว่าเด็กไทยในปัจจุบันปัญหาไม่ได้อยู่ที่การสอนเขียน...แต่อยู่ที่ว่าทำอย่างไรครูถึงจะดึงเด็กออกจากสื่อต่างๆ ให้หันมาสนใจกับการเรียนการเขียนได้ตรงนี้มากกว่า...

เขียนเมื่อ 

หน้าปกสวยนะคะ
เนื้อหาดีจริงๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณ"พี่หนาน" ที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้

การดึงเด็กออกจากสื่อต่างๆเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ลำพังครูอย่างเดียวคงลำบากค่ะ

ปัญหาการเขียนก็สำคัญ..เด็กส่วนหนึ่งเขียนภาษาไทยไม่ถูก นำไปเขียนผิดตามสื่อต่างๆคนอื่นเห็นก็นำไปใช้ต่อ

ทำให้ภาษาไทยผิดเพี้ยน...

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ครูnoktalay ที่มาอ่านให้กำลังใจกัน

เป็นหนังสือที่ดีมากๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณยายมนัสดา

ที่มาอ่านให้กำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 

ตามมาเชียร์คุณครู

ผมมีหนังสือเล่มนี้เช่นกันครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณยมนา ชนะนิล

ที่มอบดอกไม้ให้กำลังใจค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ดร.ขจิต ฝอยทอง

เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามากค่ะ นำมาเป็นแนวทางพัฒนาเด็กได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณค่ะ