พ่อครับ...

มีหนูตัวหนึ่งมุดเข้าประตูหน้าบ้านเข้ามา ขณะที่พ่อปิดไฟขึ้นห้องไปแล้ว ผมกำลังจะหลับ กลิ่นสาบของมันทำให้นักล่าอย่างผมตื่นเต้นหูผึ่งหางชู พร้อมที่ตะครุบเจ้าหนูตัวน้อยนั้นอวดพ่อให้ได้ ผมเห่ามันด้วยเสียงอันดัง จนมันวิ่งหลบเข้าไปหลังโซฟา...ผมดมตามกลิ่นของมัน มันนิ่งเงียบ แต่ผมรู้ว่ามันแอบอยู่หลังโซฟาด้วยความกลัวในตัวผมแน่ๆ

พ่อครับ...

บ๊อกบ๊อกๆ...บ๊อกบ๊อกๆ...

ผมเห่าเพื่อไล่ให้มันออกมา จนพ่อเปิดไฟเดินลงมา พ่อคว้าไม้ไล่กวดมัน ผมวิ่งตามเพื่อช่วยพ่อจับมัน แต่พับผ่าสิ มันกระโดดไต่ผ้าม่านประตูขึ้นไป พ่อฟาดไม้ไปตรงนั้น มันกระโจนลงมาแล้ววิ่งไปหลังชั้นวางทีวี พ่อเปิดประตู แล้วเดินมาแหย่ไม้เข้าไปหลังชั้นวางทีวี ผมหมอบอยู่ข้างๆ

เจ้าหนูดำตัวเล็กวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งไปที่ราวแขวนเสื้อ พ่อตามไปไล่ ผมตามไปดมกลิ่น

เงียบ..มันหายไปไหน จมูกผมได้กลิ่นสาบจางๆ มันไม่อยู่ที่ราวแขวนเสื้อแล้วครับพ่อ

พ่อบอกว่ามันคงวิ่งออกนอกบ้านไปแล้ว ก่อนปิดประตู...

พ่อครับ...

พ่อบอกกับผมว่าผมช้ากว่าหนูจับมันไม่ได้ ก็เพราะผมไม่ใช่แมวนี้ครับพ่อ และเจ้าดำตัวเล็กมันก็หาเป็นศัตรูของผมไม่ แต่มันคือเพื่อนเล่นของผมในยามค่ำคืน

และที่ผมเห่านั้นพ่อบอกว่าเป็นที่รำคาญจนต้องลุกลงมาดู นั่นเป็นแผนของผมเอง แต่ถ้าพ่อบอกว่าเดี่ยวผมจะโดนข้างบ้านเบื่อยาให้ตายด้วยรำคาญเสียงเล็กๆของผม ผมก็เสียใจด้วย ด้วยผมอดที่จะเห่าไม่ได้ มันเป็นสัญชาตญาณของผมเอง

พ่อครับ...

พ่อบอกว่าหากผมไม่หยุดเห่าพ่อจะเอาผมไปนอนด้วย นั่นเท่ากับแม่ต้องระเห็จไปนอนอีกห้องหนึ่งคือห้องพี่ปอ ผมคงไม่ทำความวุ่นวายยุ่งยากให้แม่หรอกนะ และมันก็ไม่ใช่แผนการอะไรของผมที่จะหาเรื่องเพื่อที่จะได้นอนห้องแอร์

เพราะอีกไม่นานพี่ปอปิดเทอมผมก็จะได้นอนห้องแอร์กับพี่ปอแล้ว...

พ่อครับ...

เจ้าหนูตัวเล็ก มันหายไปแล้ว พ่อบอกว่ามันคงกลัวเสียงเห่าของผมหรือไม่ก็รำคาญเสียงเห่าของผม ซึ่งไม่ใช่ทั้งสองอย่างเลยล่ะ ที่เจ้าหนูดำนั่นหายตัวไปคงจะเป็นเพราะเจ้าแมวลายสีน้ำตาลที่มาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวหน้าบ้านยามดึกๆ

และเจ้าเหมียวแสบตัวนั่นแล่ะคือศัตรูที่แท้จริงของผม ที่ทำให้เพื่อนเล่นตัวเล็กของผมหายไป

สักวันเราคงได้เห็นดีกันแน่เจ้าเหมียวสีน้ำตาล...

....ทอฟฟี่กับไม้ของพ่อ...

.......................

ในวันที่ห่างหายไปนาน

4 เมษายน 2558

พ.แจ่มจำรัส