Win-Win to Happiness, สรุปได้ว่าทุกคนเกิดพลังในการทำงานหมดเลย เกิดความรู้สึกเป็นสุข และมองเห็นว่าปัญหาเล็ก ๆ ที่เกิดจากการทำงานของตนเอง เป็นเรื่องเล็กลงไปอีกมาก ไม่น่าจะทำให้เราทดท้อและต่อสู้กับชีวิตตนเองเลย

     ผมได้รับฟังเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งที่อดนำมาถ่ายทอดไม่ได้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าของเรื่องเล่าคงจะได้นำมาเล่าเองหลังจากที่หัดใช้ GotoKnow.Org จนคล่องแคล่วดีแล้ว เชื่อว่าอย่างนั้น ซึ่งคุณดวงใจ คำคง พยาบาลวิชาชีพ ผู้เดินเรื่องเครือข่ายคนพิการเล่าให้ผมฟังอีกที เรื่องมีอยู่ว่า…

     ทีมสหวิชาชีพ เครือข่ายหน่วยบริการ (CUP) เขาชัยสน ซึ่งมี รพ.เขาชัยสน สสอ.และ สอ.ต่าง ๆ ได้บูรณาการงานโดยมีกิจกรรมหนึ่งเป็นการออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยที่เกิดความพิการขึ้น หลังจากแพทย์ให้กลับไปทำกายภาพบำบัดต่อที่บ้าน ผมจำชื่อผู้ป่วยไม่ได้รู้แต่เป็นผู้ป่วยกระดูกหักทำให้ทุพลภาพถาวร เคลื่อนไหวลำบาก ทีมงานได้ทำ BAR (Before Action Review) กันไปโดยไม่รู้ตัว เพราะต้องมีการเตรียมการกันอยู่แล้วในกรณีที่ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน โดยสรุปผมฟังได้ว่าผู้ป่วยอาการไม่ดีนัก เกิดแผลกดทับได้ หากครอบครัวดูแลกันไม่ดีเท่าไหร่ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอีกหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น ทางทีมงานก็ได้เตรียมตัวกันไปเพื่อให้คำแนะนำและการพยาบาลที่ดีแก่ญาติและตัวคนพิการเอง

     แต่พอไปถึงกลับพบอีกสภาพหนึ่ง คือคนพิการมีอารมณ์ดี ดีใจที่ทางทีมงานไปเยี่ยม พร้อม ๆ กับโชว์ให้ดูว่าตัวเองทำกายภาพอย่างไรบ้าง ทั้งที่สร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง และที่หมอแนะนำมา รายงานผลว่าหมอนวดพื้นบ้านที่ทาง รพ.ให้มานวดให้ (เบิกค่าใช้จ่ายกับ CUP) ก็มาอย่างสม่ำเสมอ ได้เพื่อนคุยด้วย ทีมงานประเมินว่าสุขภาพของลุงดีขึ้นมา ความพิการลดน้อยถอยลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ และที่สำคัญลุงคนพิการยังฝากบอกว่า ไม่ท้อเด็ดขาด ยังหวังว่าจะหายในเร็ววัน และถ้าหายเมื่อไหร่ก็จะไปเยี่ยมหมอกลับบ้าง ฝ่ายภรรยาที่คอยต้อนรับก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ในระหว่างที่เยี่ยมยังคุยหยอกล้อกับสามีที่พิการได้อย่างสบายใจ มีแซวกันตลอด ทีมงานเห็นภาพความสุขของการมีชีวิตในวิถีชาวบ้านที่ดูแลกัน อย่างไม่น่าเชื่อ

     พอเวลาผ่านไปสักพัก ก็มีเพื่อนบ้านในละแวกมาดูว่าหมอมาทำอะไรกัน ก็ได้ตั้งวงสนทนากันอีก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทีมงานเห็นคือ เพื่อนบ้านกันเขารักกันมากละแวกบ้านคนพิการรายนี้ มีการพูดเล่าย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่แกล้มเจ็บลง ไปอยู่ รพ.และกลับมาบ้านว่าแกดีวันดีคืน ต่างก็บอกว่าแกกลัวตาย (พูดล้อกันเล่น) แกจึงขยันทำกายภาพบำบัด และดูแลตัวเองดี ๆ รวมถึงครอบครัวแกก็ช่วยกันดูแลอย่างดี เหล่านี้เป็นคำชมของเพื่อนบ้านทั้งสิ้น

     พอได้เวลา ทีมงานลากลับ ก็ทำ AAR กันมาในรถ (โดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง) และสรุปได้ว่าทุกคนเกิดพลังในการทำงานหมดเลย เกิดความรู้สึกเป็นสุข และมองเห็นว่าปัญหาเล็ก ๆ ที่เกิดจากการทำงานของตนเอง เป็นเรื่องเล็กลงไปอีกมาก ไม่น่าจะทำให้เราทดท้อและต่อสู้กับชีวิตตนเองเลย (พูดคุยกันในรถระหว่างกลับ)

     ผมได้แนะนำให้คุณดวงใจ คำคง ได้เขียนเป็น AAR ไว้ และหากเป็นไปได้เอาไปให้คนอื่นได้อ่านด้วย เพื่อล่อให้เขาได้เขียน AAR ไว้ด้วยในแต่ละคน ก็ได้ทราบว่าหลายคนเขียน ส่วนผมเองนั้นได้อ่านของคุณดวงใจ คำคง แล้ว ในใจนึกอยากจะอ่านของทุกคนที่เขียน เพราะเมื่อผมฟังที่เขาเล่าด้วยความปิติ ยิ่งได้อ่านที่เขียน AAR มาอีกที ผมก็ยังได้รับความสุข เกิดเป็นความปิติไปด้วย ตกลงเลยไม่ทราบว่า ใครช่วยใครกันแน่ ช่วยให้ได้รับความสุขใจ อย่างนี้ไม่เรียก Win-Win to Happiness แล้วจะเรียกอะไรได้อีก