เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง : ๓. ทฤษฎีว่าด้วยการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง


บันทึกชุด "เรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง" ๒๖ ตอน ชุดนี้ ตีความจากหนังสือ Transformative Learning in Practice : Insight from Community, Workplace, and Higher Education เขียนโดย Jack Mezirow, Edward W. Taylor and Associates ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 2009

ตอนที่ ๓ นี้ ได้จากการตีความบทที่ 2 Transformative Learning Theory เขียนโดย Jack Mezirow ศาสตราจารย์ด้าน Adult Learning แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๗ นี้เอง อายุ ๙๑ ปี

สรุปได้ว่าการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงมีหลายทฤษฎีมาประกอบกัน จุดสำคัญคือการพัฒนาทักษะ ในการนำเอากรอบความคิด ความเชื่อ ระบบคุณค่า ของตนเองออกมาตรวจสอบ ประเมิน ใคร่ครวญไตร่ตรอง ผ่านประสบการณ์ชีวิตทั้งในอดีตและในปัจจุบัน จนในที่สุดกรอบความคิดของตนเปลี่ยนแปลงไป การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงนี้ มีทั้งส่วนที่เป็นการเรียนรู้ภายใน ด้วยตัวคนเดียว และส่วนที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับผู้อื่น

ทฤษฎีว่าด้วยการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง เป็นทฤษฎีที่มีวิวัฒนาการ ไม่หยุดนิ่ง


จุดเริ่มต้นและพัฒนาการ

ปี ค.ศ. 1978 Mezirow ตีพิมพ์บทความในวารสาร Adult Education Quarterly ชี้ให้เห็นประเด็น การเรียนรู้ในผู้ใหญ่ ที่มีการทำความเข้าใจ ประเมินซ้ำ และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมมติฐานในใจ ที่มีผลต่อความคิด ความเชื่อ เจตคติ และการกระทำ ถือเป็นจุดกำเนิดของ TL ที่มีพัฒนาการต่อเนื่องมากว่า ๓๐ ปี และยังคงมีการพัฒนาต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา มีการประชุมนานาชาติในหัวข้อนี้ต่อเนื่องรวม ๗ ครั้ง มีวารสาร

บทความที่ตีพิมพ์ในปี 1978 ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากผลงานวิจัยทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนให้วิจัยทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่ผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่กลับไปเรียนระดับอุดมศึกษามากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผลการวิจัยพบ ๑๐ ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของหญิงเหล่านี้ ได้แก่ (๑) เกิดความสับสน (๒) ตรวจสอบตนเอง (๓) ประเมินสมมติฐานต่างๆ อย่างจริงจัง (๔) พบความสัมพันธ์ระหว่างความไม่พอใจกับกระบวนการสู่การเปลี่ยนแปลง (๕) ค้นหาบทบาท ความสัมพันธ์ และการปฏิบัติ ใหม่ (๖) วางแผนปฏิบัติ (๗) หาความรู้และทักษะเพื่อบรรลุแผน (๘) ทดลองบทบาทใหม่ (๙) สร้างสมรรถนะ และความมั่นใจต่อบทบาทใหม่ (๑๐) นำโลกทัศน์ใหม่มาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเอง

ทฤษฎีที่ช่วยพัฒนาความเข้าใจ TL ต่อเนื่องมา ได้แก่ หลักการ conscientization ของ Paulo Freire, ทฤษฎี transformation ของ Roger Gauld, ข้อเขียนของ Jurgen Habermas และ Harvey Siegal


Instrumental และ Communicative Learning

เป็นสมมติฐานที่เสนอโดย Habermas กล่าวว่า Instrumental Learning หมายถึงการเรียนรู้ ผ่านจัดการหรือควบคุมสภาพแวดล้อมหรือบุคคลอื่น เป็นการเรียนรู้ในสายวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ส่วน Communicative Learning (การเรียนรู้ผ่านการสื่อสาร) เป็นการเรียนผ่านการทำความเข้าใจว่าผู้อื่นว่าเขา หมายความว่าอย่างไร เมื่อเขาสื่อสารกับเรา การเรียนรู้แบบหลังนี้ จะเกิดขึ้นอย่างมีพลังในบรรยากาศ ที่เป็นอิสระ และทีมเรียนรู้มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และมีการสื่อสารข้อมูลและสารสนเทศต่อกัน อย่างครบถ้วน ไม่มีการปิดบังกัน


สมมติฐานว่าด้วยการเรียนรู้

สมมติฐานว่าด้วยการเรียนรู้ เป็นชุดสมมติฐาน ว่าอะไรบ้างที่สามารถเรียนรู้ได้ ภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น คนที่คิดแบบไตร่ตรองสะท้อนคิด (reflective thinker) ตระหนักว่ามีความไม่แน่นอน ว่าใครจะคิดอย่างไร กล่าวง่ายๆ คือตระหนักว่า คนเราคิดต่างกัน ปัจจัยที่ทำให้คิดต่าง เช่น สมมติฐานเกี่ยวกับหลักฐาน (evidence), อำนาจ (authority), และการตีความ (interpretation) แต่ก็มีเครื่องมือหรือเกณฑ์หาข้อยุติ ตาม Grounded Theory ของ John Dewey เช่น การประเมินข้อมูลหลักฐาน (evidence) การถามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ การถกเถียงหาข้อยุติ การตรวจสอบผลกระทบจากข้อเสนอทางออก เป็นต้น

Habermas เสนอว่า แม้การเรียนรู้สายวิทยาศาสตร์ ก็มีสองแนว คือแนวสร้างทฤษฎีจากการทดลอง หรือปฏิบัติการจริง (empirical-analytical) กับแนวขยายความ (reconstruct) ซึ่งมักเป็นการขยายความเพื่อ ทำความเข้าใจมนุษย์และสังคม ได้แก่งานของ Noam Chomsky, Jean Piaget, Lawrence Kohlberg รวมทั้ง Communicative Theory Habermas ด้วย

ทฤษฎี TL เป็นทฤษฎีการเรียนรู้แนวขยายความ (Reconstructive Theory) และเป็น Communicative Learning คือเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์ และสื่อสารกับคนอื่น


พลวัต : กระบวนการเรียนรู้

อาจนิยาม TL ได้ว่า หมายถึงการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงกรอบความคิดที่มีปัญหา หรือยังไม่ลงตัว ทำให้ครอบคลุมมากขึ้น แยกแยะมากขึ้น ผ่านการใคร่ครวญไตร่ตรองมากขึ้น เปิดกว้างมากขึ้น และมีพื้นฐานทางอารมณ์ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง

จะเห็นว่า TL มีธรรมชาติเป็นการเปลี่ยนแปลง และเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นพลวัตเรื่อยไป

กลไกการเรียนรู้มี ๔ ทาง (๑) โดยทบทวนความรู้เดิม (๒) โดยเรียนรู้ความหมายใหม่ (๓) เปลี่ยนแปลงความหมายเดิม (๔) เปลี่ยนแปลงกรอบของการให้ความหมาย

TL คือการเรียนรู้ตามแนวทางที่ ๔ ที่จะต้องมีการท้าทายกรอบการให้ความหมายเดิม ตรวจสอบเหตุผลในการตัดสินใจ ของตนเอง มากกว่าการซึมซับเอาความเชื่อ คุณค่า ความรู้สึก และการตัดสินใจของคนอื่น มาเป็นของตน

แต่ TL ก็ไม่ได้ลอยอยู่ในสุญญากาศ ยังอยู่ใต้อิทธิพลของ อำนาจ (power and influence), ความแตกต่างของอุดมการณ์ เชื้อชาติ ชนชั้น และเพศ, จักรวาล, และอื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงใน TL อาจเกิดขึ้นทีละเล็กละน้อย หรืออาจเกิดแบบก้าวกระโดด มีผลให้กรอบของการให้ความหมายเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


การประยุกต์ใช้ : บัณฑิตศึกษาของผู้ใหญ่

ผู้เขียนเล่าเรื่องการประยุกต์ใช้ TL ในหลักสูตรปริญญาเอกด้าน Adult Education ในผู้ใหญ่ ที่จัดการเรียนแบบ Guided Independent Study ที่วิทยาลัยครู มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ที่จัดมาแล้ว ๒๐ ปี โดยนักศึกษาต้องมีประสบการณ์ด้านการจัดการศึกษาในผู้ใหญ่มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

การเรียนที่เล่า เป็นภาคเรียนทฤษฎี ใช้เวลา ๒ ปี โดยนักศึกษามาเรียนหนึ่งปลายสัปดาห์ต่อเดือน และเรียนเข้มข้น ๓ สัปดาห์ในช่วงฤดูร้อน โดยเรียนแบบ Problem-Based Learning เป็นทีม ๖ คน เพื่อฝึก collaborative inquiry, discourse, และ transformative learning และมีสุนทรียสนทนาผ่าน อินเทอร์เน็ตด้วย มีนักศึกษาจากที่ไกลมาก เช่นจาก ซาอุดิอาระเบีย อะลาสก้า

ผู้สมัครต้องเขียนเรื่องประเด็นใดประเด็นหนึ่งในเรื่องการศึกษาผู้ใหญ่ นำเสนอข้อโต้แย้งทั้งสองด้าน บอกความเห็นของตน และวิเคราะห์สมมติฐานของตนเอง อาจารย์จะอ่านและวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาสมมติฐานที่ซ่อนอยู่ ผู้สมัครยังมองไม่เห็น ส่งข้อวิพากษ์กลับไปให้ผู้สมัครปรับปรุง มักต้องปรับ ๒ - ๓ ครั้ง

วิชาที่เรียนได้แก่ Assumption Analysis, Life Histories, Media Analysis, ศึกษางานของ Paulo Freire, และ Transformation through art and literature, Program Development, Adult Learning, Research Methods, Adult Literacy, และ Organizational Development

วิธีการที่พบว่าเป็นประโยชน์ให้เกิดการใคร่ครวญสะท้อนคิดเรื่องความคิดสมมติ (สมมติฐาน) อย่างจริงจังได้แก่ critical incidents, journal writing, media analysis, repertory grids, metaphor analysis, conceptual mapping, action learning, collaborative learning, และ action-reason-thematic technique เทคนิคเหล่านี้ อธิบายรายละเอียดในหนังสือ Fostering Critical Reflection in Adulthood


จิตวิทยากับการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง

TL อาจอธิบายได้ด้วยจิตวิทยาการพัฒนาตัวตน (individuation) ตามทฤษฎีของ Carl Jung โดยมนุษย์แต่ละคนจะค่อยๆ รู้จักตัวเอง พร้อมๆ กับพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง แตกต่างจากคนอื่นๆ โดย Jung เสนอแนวทางพัฒนาความเป็นตัวตนสองแนวทาง คือแนวทาง "พัฒนาด้านใน" (introvert ซึ่งผมตีความว่า เป็นการใคร่ครวญไตร่ตรองด้วยตนเอง ในตอนอื่นของหนังสือเรียกว่า separate knower) กับแนวทาง "พัฒนาด้านนอก" (extrovert ซึ่งผมตีความว่า เป็นการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ในตอนอื่นของหนังสือ เรียกว่า connected knower) แนวทางหลังเชื่อมโยงกับ action learning และ collaborative inquiry

การตัดสิน มีสองแนวทาง คือแนวทางใช้เหตุผล หรืออย่างมีสติ หรือโดยการใคร่ครวญ (reflection) กับแนวทางใช้ความรู้สึก หรืออย่างอัตโนมัติ หรือโดยใช้ปัญญาญาณ (intuition)

TL เป็นกระบวนการ "สุนทรียสนทนา" ระหว่างการตัดสินทั้งสองแบบ จนในที่สุดเกิดการพัฒนา ด้านในของตัวตน เปลี่ยนกรอบความคิด (Frame of Reference) เป็นของตนเองชัดเจนยิ่งขึ้น

จิตวิทยาว่าด้วยการเรียนรู้ผ่านบาดแผลทางใจ (Traumatic Learning) เสนอโดย Roger Gould เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ด้านลบ ให้เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ โดยที่การเรียนรู้นี้เกิดขึ้นภายในตัวผู้เรียน ไม่เกี่ยวกับครูแต่อย่างใด (ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าครูที่มีทักษะในการเป็น facilitator ของกระบวนการ reflection / AAR มีส่วนช่วยเอื้อกระบวนการอย่างมาก)


พัฒนาการในอนาคต

Cranton, 2006 เสนอแนวทางทำความเข้าใจ TL แนวใหม่ๆ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมกับอำนาจ, บริบททางวัฒนธรรมกับการเรียนรู้, การรู้ส่วนบุคคลกับการรู้เชิงจินตนาการ

Dirkx, 1998 เสนอว่า TL มีพัฒนาการไป ๔ แนวทาง ได้แก่ (๑) แนวทางของ Paulo Freire ที่บอกว่า จะมีการเรียนรู้เพื่อปลดปล่อยคนที่ถูกกดขี่ (๒) แนวทางของ Mezirow ที่เน้นความคิดเชิงเหตุผลผ่านการ ใคร่ครวญไตร่ตรองอย่างจริงจัง ต่อสมมติฐานของตน (๓) แนวทางของ Daloz 1990 ที่เน้นกระบวนการทางสังคม ที่ใช้ปัญญาณ (intuition) และบริบท และ (๔) แนวทางของ Dirkx ที่เน้นความเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณ (spirituality)

พัฒนาการในอนาคตอีกแนวหนึ่ง คือเชื่อมโยงกับ จินตนาการ ปัญญาญาณ และอารมณ์ ที่ Mezirow ถูกวิพากษ์ว่าละเลยมิตินี้ ซึ่งเป็นคำวิจารณ์ที่มีเหตุผล ที่สำคัญคือความสามารถในการจินตนาการว่า อาจตีความสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แตกต่างไปจากที่เราคุ้นเคยได้ และการใช้ปัญญาญาณ หรืออารมณ์ ก็อาจนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงได้ เช่นเดียวกันกับการใช้เหตุผล

มุมมองเชิงจักรวาล (cosmology) เป็นอีกแนวทางหนึ่งของพัฒนาการของ TL คือมอง TL เป็นการเรียนรู้สู่อีกจักรวาลหนึ่ง มีการรับรู้ตัวตนของตนเอง และต่อสรรพสิ่งแตกต่างออกไป


วิจารณ์ พานิช

๑๒ ธ.ค. ๕๗


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)