จิตร ภูมิศักดิ์ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งมีชื่อว่า ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และ ขอม ได้ให้ความหมายของคำว่าสยามไว้ว่า

"สยามเป็นชื่อดินแดนและกลุ่มชนไม่จำกัดเผ่าพันธุ์หนึ่งใด แต่ไม่ใช่ชื่อชนชาติและไม่ใช่ชื่อชาติพันธุ์ใดหรือเผ่าพันธุ์ใดโดยเฉพาะ หากเป็นชื่อพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งหรือบริเวณใดบริเวณหนึ่ง มีรากจากคำพื้นเมืองดั้งเดิมว่าซัม ซำ หรือสาม หมายถึงบริเวณที่มีน้ำซับน้ำซึมเป็นตาน้ำพุน้ำผุดโผล่ขึ้นจากแอ่งดินอ่อน หรือดินโคลน แล้วเรียกคนจะเป็นชาติพันธุ์อะไรก็ได้ที่มีหลักแหล่งทำมาหากินบริเวณนี้ว่า ชาวสยามทั้งนั้น"

จากวาทกรรมของจิตร ภูมิศักดิ์ นี้ คือ นิยามของพาหุวัฒนธรรม ซึ่งเป็นดินแดนหรือรัฐ ที่ประกอบด้วยชนชาติหลายชนชาติ หลายเผ่าพันธ์

ส่วนอีกวาทกรรมหนึ่ง ซึ่งประดิษฐ์คิดค้นมาตั้งแต่สมัยจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ในการเปลี่ยนแปลงประเทศสยาม เป็นไทย ในวันที่ 24 มิถุนายน 2482

"...การที่เราใช้คำว่า ประเทศสยามนั้น นอกจากจะไม่ตรงกับเชื้อชาติของเราแล้ว ในต่อไปภายหน้าคนชาวต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศของเรา ก็อาจที่จะถือเอาสิทธิประเทศของเราเป็นประเทศของเขาก็ได้ คือเราเป็นชาวไทย เราก็อยู่ในประเทศสยาม ชาวจีนก็อยู่ในสยาม ถ้าหากว่าการที่อพยพของชาวต่างประเทศมากขึ้นในต่อไปข้างหน้าตั้งพันปี เราก็อาจจะไม่เข้าใจว่าประเทศสยามนี้เป็นของไทยหรือของจีน หรือของคนอื่น."

จากวาทกรรมของ จอมพลแปลก พิบูลย์สงคราม คือ นิยามเอกวัฒนธรรม คือมีเชื้อชาติเดียว คือ เชื้่อชาติไทย


ปัจจุบัน เราใช้นิยามวาทกรรมแบบที่สอง ที่ไม่ใช่นิยามแบบพาหุวัฒนธรรม เป็นวาทกรรมแบบรัฐชาตินิยม