ลำดับขั้นตอนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ 4

ห่างหายจาก Gotoknow ไปปีกว่า ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า คอมพิวเตอร์พัง ซื้อมาใช้งานแค่ปีกว่า ใช้งานยังไม่คุ้มเลย พังซะแล้ว พอหมดประกันมันก็สิ้นอายุขัยทันที อุตส่าห์เลือกแล้วนะว่ายี่ห้อจากอเมริกายี่ห้อนี้เชื่อถือได้แน่นอนแต่ไม่ใช่เสียแล้ว ค่าซ่อมก็แสนแพง ซื้อโน้ตบุ๊กยี่ห้อไต้หวันได้เครื่องนึงทีเดียว สุดท้ายเลยฝากให้ลูกชายคนรองเอาไปซ่อม นี่ก็ปีกว่าเข้าไปแล้ว ยังไม่ได้คืนมาเลย

บังเอิญศรีภริยาไปช่วยลูกสาวเลี้ยงลูกที่กรุงเทพฯ ก็ไปเลี้ยงหลานนั่นแหละ คนนี้เป็นหลานชายคนที่ 5 (ชายล้วน) แต่เป็นหลานตาหลานยายคนแรก ลูกซื้อแทบเล็ตให้ เป็นรางวัล ก็เลยมัวเพลินอยู่กับของเล่นใหม่ แถมยังใจดีให้ยืมเน็ตบุ๊กมา เมียผมไม่ค่อยเห่อหรอกนะครับ ตื่นนอนมาก็เปิดดูไลน์ก่อนอื่น เข้าห้องน้ำก็ไลน์ กินข้าวก็ไลน์ ก่อนออกรถก็ไลน์ เข้าบ้านจอดรถแล้วก็ไลน์ เรียกได้ว่า ไลน์คือลมหายใจเมียผมไปแล้วครับ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ ร่ำๆ ว่าจะซื้อให้อีกสักเครื่องด้วยซ้ำ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยินเสียงบ่นเหมือนเมื่อก่อน เห็นมั๊ยละครับว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็สามารถแก้อาการขี้บ่นของเมียผมได้เหมือนกั

เรามาว่าเรื่องของเรากันต่อนะครับ คราวที่แล้วเราพูดกันถึงเรื่องการแบ่งคนเป็นจำพวก ผ่านไปแล้ว 3 จำพวก ยังคงค้างจำพวกที่ 4 ซึ่งเป็นจำพวกสุดท้าย คนจำพวกที่ 4 นี้ คือคนที่พิการทุพพลภาพหรือเป็นโรคที่ไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ ผมขอยกเอากฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาทั้งดุ้นเลยนะครับ

ท่านว่าไว้ดังนี้

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๗๔ (พ.ศ.๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.๒๔๙๗

------------------------------------

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๑ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ.๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๙ (พ.ศ.๒๕๒๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗

ข้อ ๒ โรคหรือสภาพร่างกาย หรือสภาพจิตใจ ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามมาตรา ๔๑ คือ

(๑) โรคหรือความผิดปกติของตา

(ก) ตาข้างหนึ่งข้างใดบอด คือ เมื่อรักษา และแก้สายตาด้วยแว่นแล้วการมองเห็นยังอยู่ในระดับต่ำกว่า ๗/๖๐ หรือลานสายตาโดยเฉลี่ยแคบกว่า ๑๐ องศา

(ข) สายตาไม่ปกติ คือ เมื่อรักษาและแก้สายตาด้วยแว่นแล้วการมองเห็นยังอยู่ในระดับ ๖/๒๔ หรือต่ำกว่าทั้งสองข้าง

(ค) สายตาสั้นมากกว่า ๘ ไดออปเตอร์ หรือสายตายาวมากกว่า ๕ ไดออปเตอร์ทั้งสองข้าง

(ง) ต้อแก้วตาทั้งสองข้าง (Bilateral Cataract)

(จ.) ต้อหิน (Glaucoma)

(ฉ) โรคขั้วประสาทตาเสื่อมทั้ง ๒ ข้าง (Optic Atrophy)

(ช) กระจกตาอักเสบเรื้อรังหรือขุ่นทั้งสองข้าง

(๒) โรคหรือความผิดปกติของหู

(ก) หูหนวกทั้งสองข้าง คือต้องใช้เสียงในช่วงคลื่นความถี่ ๕๐๐ - ๒,๐๐๐ รอบต่อวินาทีหรือเกินกว่า ๕๕ เดซิเบล จึงจะได้ยินทั้งสองข้าง

(ข) หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรังทั้งสองข้าง

(ค) เยื่อแก้วหูทะลุทั้งสองข้าง

(๓) โรคของหัวใจและหลอดเลือด

(ก) หัวใจหรือหลอดเลือดพิการอย่างถาวร จนอาจเกิดอันตรายร้ายแรง

(ข) ลิ้นหัวใจพิการ

(ค) การเต้นของหัวใจผิดปกติอย่างถาวร จนอาจเกิดอันตรายร้ายแรง

(ง) โรคของกล้ามเนื้อหัวใจ ชนิดที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และอาจเป็นอันตราย

(จ) หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

(ฉ) หลอดเลือดภายในกระโหลกศีรษะโป่งพองหรือผิดปกติชนิดที่อาจเป็นอันตราย

(๔) โรคเลือดและอวัยวะสร้างเลือด

(ก) โรคเลือดหรืออวัยวะสร้างเลือดผิดปกติอย่างถาวรและอาจเป็นอันตราย

(ข) ภาวะม้ามโต (Hypersplenism) ที่รักษาไม่หายและอาจเป็นอันตราย

(๕) โรคของระบบหายใจ

(ก) โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Diseases)

(ข) โรคหลอดลมพอง (Bronhiectasis)

(ค) โรคหืด (Asthma)

(ง) โรคของระบบหายใจที่ทำให้สมรรถภาพปอดลดลงอย่างถาวรจน Forced Expiratory Volume in One Second ต่ำกว่า ๒ ลิตร หรือ Forced Vital Capacity ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ของค่าปกติ

(๖) โรคของระบบปัสสาวะ

(ก) ไตอักเสบเรื้อรัง

(ข) กลุ่มอาการไตพิการ (Nephrotic Syndrome)

(ค) ไตวายเรื้อรัง

(ง) ไตพองเป็นถุงน้ำแต่กำเนิด ( Polycystis Kidney)

(๗) โรคหรือความผิดปกติของกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ

(ก) ข้ออักเสบเรื้อรังจนกระดูกเปลี่ยนรูป

(ข) แขน ขา มือ เท้า นิ้ว อย่างใดอย่างหนึ่งผิดปกติ ดังต่อไปนี้

(๑) แขน ขา มือ หรือเท้า ด้วน หรือพิการ ถึงแม้ว่าจะรักษาด้วยวิธีใหม่ที่สุดแล้วก็ยังใช้การไม่ได้

(๒) นิ้วหัวแม่มือด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้

(๓) นิ้วชี้ของมือด้วนตั้งแต่ข้อปลายนิ้ว

(๔) นิ้วมือในมือข้างเดียวกันตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้

(๕) นิ้วหัวแม่เท้าด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้

(๖) นิ้วเท้าในเท้าข้างเดียวกัน ตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อปลายนิ้ว หรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้

(๗) นิ้วเท้าในเท้าแต่ละข้างตั้งแต่หนึ่งนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อปลายนิ้วหรือพิการถึงขั้นใช้การไม่ได้

(๘) นิ้วเท้าในเท้าข้างใดข้างหนึ่ง ตั้งแต่หนึ่งนิ้วขึ้นไปด้วนจนถึงข้อโคนนิ้วหรือพิการจนถึงขั้นใช้การไม่ได้

(ค) คอเอียงหรือแข็งทื่อชนิดถาวร

(ง) กระดูกสันหลังโก่งหรือคดหรือแอ่นจนเห็นได้ชัด หรือแข็งทื่อชนิดถาวร

(จ) กล้ามเนื้อเหี่ยวลีบหรือหดสั้น ( Atrophy or Contracture )จนเป็นผลให้อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดใช้การไม่ได้

(๘) โรคของต่อมไร้ท่อและภาวะผิดปกติของเมตะบอลิสัม

(ก) ภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยไปอย่างถาวร

(ข) ภาวะต่อมพาราธัยรอยด์ทำงานน้อยไปอย่างถาวร

(ค) ภาวะต่อมใต้สมองผิดปกติอย่างถาวร

(ง) เบาหวาน

(จ) ภาวะอ้วน ( Obesity ) ซึ่งมีดัชนีความหนาของร่างกาย ( Body Mass Index ) ตั้งแต่ ๓๕ กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป

(ฉ) โรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับเมตะบอลิสัมของแร่ธาตุ สารอาหารดุลย์สารน้ำ อีเล็กโทรลัยท์และกรดด่าง ตลอดจนเมตะบอลิสัมอื่น ๆ ชนิดถาวร และอาจเป็นอันตราย

(๙) โรคติดเชื้อ

(ก) โรคเรื้อน

(ข) โรคเท้าช้าง

(ค) โรคติดเชื้อเรื้อรังระยะแสดงอาการรุนแรง ซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

(๑๐) โรคทางประสาทวิทยา

(ก) จิตเจริญล่าช้า (Mental Retardation) ที่มีระดับเชาว์ปัญญา ๖๙ หรือต่ำกว่านั้น

(ข) ใบ้ (Mutism) หรือพูดไม่เป็นภาษา หรือฟังภาษาไม่รู้เรื่อง (Aphasia) ชนิดถาวร

(ค) ลมชัก ( Epilepsy ) หรือโรคที่ทำให้มีอาการชัก ( Seizures) อย่างถาวร

(ง) อัมพาต (Paralysis) ของ แขน ขา มือ หรือเท้าชนิดถาวร

(จ) สมองเสื่อม (Dementia)

(ฉ) โรคหรือความผิดปกติของสมอง หรือไขสันหลังที่ทำให้เกิดความผิดปกติอย่างมากในการเคลื่อนไหวของแขนหรือขาอย่างถาวร

(ช) กล้ามเนื้อหมดกำลังอย่างหนัก (Myasthenia Gravis)

(๑๑) โรคทางจิตเวช

(ก) โรคจิตหรือโรคที่ทำให้จิตผิดปกติอย่างรุนแรงและถาวร

(๑๒) โรคอื่น ๆ

(ก) กระเทย (Hermaphrodism)

(ข) มะเร็ง (Malignant Neoplasm)

(ค) โรคตับอักเสบเรื้อรังชนิดร้ายแรง (Chronic Active Hepatittis )

(ง) ตับแข็ง (Cirrhosis of liver )

(จ) คนเผือก (Albino )

(ฉ) โรคลูปัสอิริธิมาโตซัสทั่วร่างกาย (Systemic Lupus Erythematosus)

(ช) กายแข็งทั่วร่างกาย (Systemic Sclerosis)

(ซ) รูปวิปริตต่าง ๆ ได้แก่

๑. จมูกโหว่

๒. เพดานโหว่หรือสูงหรือลิ้นไก่สั้นพูดไม่ชัด


ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐


(ลงชื่อ) พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

(ชวลิต ยงใจยุทธ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


(ลงชื่อ) เสนาะ เทียนทอง

(นายเสนาะ เทียนทอง)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๖ (พ.ศ.๒๕๑๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน การกำหนดความพิการทุพพลภาพหรือโรคซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ จึงยังไม่สอดคล้องกับสภาพของความพิการทุพพลภาพหรือ โรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้นเพื่อให้การกำหนดความพิการทุพพลภาพ หรือโรคเป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงการกำหนดความพิการทุพพลภาพ หรือโรค ซึ่งไม่สามารถจะรับราชการทหารได้เสียใหม่ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบางโรคเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เนื่องจากเดิมบรรดาชายที่ใจเป็นหญิง ที่ชาวบ้านมักเรียก " กะเทย " นั้น กฎกระทรวงเดิมกำหนดให้เป็น " โรคจิตผิดปกติอย่างถาวร " ก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างโดยเริ่มใช้มาตั้งแต่ ปี 2555 คือ " ภาวะเพศสภาพไมตรงกับเพศกําเนิด (Gender Identity Disorder)" ก็มีการไชโยโห่ฮิ้วกันใหญ่ฟังดูก็รื่นหูดี เพราะชื่อโรคเดิมนั้น เวลาไปสมัครงานมีปัญหา เพราะใครที่ไหนเขาอยากจะได้คนจิตผิดปกติเข้าร่วมทำงานด้วย

เมื่อกรรมการแพทย์ตรวจร่างกายแล้ว คนไหนที่เป็นโรคหรือมีสภาพร่างกายพิการทุพพลภาพ ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงที่ว่านี้ ท่านก็จะจัดให้เป็นคนจำพวกที่ 4 โดยจะบันทึกลงในใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) ว่า เป็นโรคอะไรหรือพิการทุพพลภาพอย่างไร ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 74 ข้อ ...........เจ้าหน้าที่ที่นั่งประจำอยู่ที่โต๊ะตรวจโรคนี้ก็จะบันทึกลงในบัญชีเรียกฯ ( สด.16 ) ให้ถูกต้องตรงกัน บางโรคที่ต้องใช้เครื่องมือหรือการวินิจฉัยโรคที่ต้องใช้เทคนิคทางการแพทย์เพื่อตรวจพิสูจน์ ก็จำเป็นที่ท่านจะต้องไปตรวจร่างกายไว้ก่อนดังที่ผมเคยว่าไว้แล้วในคราวก่อน เพราะโรคบางโรคไม่อาจตรวจวินิฉัยได้ด้วยตาเปล่า

สรุปก็คือ ที่โต๊ะกรรมการแพทย์หรือโต๊ะตรวจร่างกายนี่เองที่มีหน้าที่ในการจำแนกคนออกเป็นจำพวก ถ้าเป็นจำพวกที่ 1 ก็จะส่งไปที่ โต๊ะถัดไปคือโต๊ะวัดขนาด ส่วนคนที่ถูกกำหนดให้เป็นจำพวกที่ 2 , 3 และ 4 ก็จะมีเจ้าหน้าที่นำไปนั่งรอหน้าสลอนอยู่ตรงหน้าโต๊ะประธานกรรมการเพื่อปล่อยตัว เมื่อได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ( สด.43 ) จากประธานกรรมการแล้ว ก็กลับบ้านได้เลย แต่สำหรับคนจำพวก 3 จะต้องไปรับหมายเรียกฯ ของปีถัดไปที่โต๊ะสัสดีอำเภอหรือโต๊ะรับหมายเรียกฯ เสียก่อน เพราะปีหน้าท่านจะต้องมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ ใหม่

คงต้องขอจบลงที่โต๊ะที่ 2 หรือโต๊ะตรวจร่างกายนี้ก่อน ด้วยเกรงว่าจะยาวไป คราวหน้าผมจะได้เล่าถึงการวัดขนาด คนที่ได้รับการผ่อนผันเนื่องจากอยู่ในระหว่างการศึกษา และอื่นๆ ต่อไป แล้วค่อยพบกันนะครับ

สวัสดีครับ

----------------------------------------------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชายไทยกับการรับราชการทหาร



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เทศกาลเกณฑ์ทหาร ปี 2558 เริ่มวันนี้แล้วนะครับ