จากประสบการณ์ในวันนั้น..สร้างสรรค์เป็นจริงได้ในวันนี้


เมื่อไปท้องนา..ไม่ว่าจะเป็นฤดูทำนา ฤดูเก็บเกี่ยว หรือฤดูแล้งก็ตาม ผมสังเกตเห็นลานดินที่ว่างบริเวณใกล้เถียงนา เจ้าของนาจะปลูกผักกินเอง เป็นผักหลายชนิดที่หาง่าย ใช้ปรุงอาหารในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญไม่ใช้สารเคมี ดินดีจนผักเขียวสดใสมองดูสวยงามมาก ใกล้ๆแปลงผักก็จะพบสระน้ำเล็กๆ มีน้ำและปลาอุดมสมบูรณ์

ผมเคยเขียนบันทึกไว้นานแล้ว ว่าบรรจุเป็นข้าราชการครูครั้งแรกที่จังหวัดศรีสะเกษ..๒ ปีแรกกับการเป็นครูผู้สอน รวม ๕ ปีเมื่อต้องลาศึกษาต่อปริญญาโท ก็พอจะซึมซับและดื่มด่ำกับภาพบรรยากาศของท้องถิ่นอีสาน หลายสิ่งหลายอย่างยังติดตาตรึงใจไม่รู้ลืม เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน ประสบการณ์ยังเบ่งบานเต็มหัวใจ นำมาใช้ให้บังเกิดผลได้จริงก็หลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้

ณ เวลานั้น..การเป็นครูใหม่ในท้องถิ่นกันดาร ไม่ใช่เรื่องสะดวกสบาย แต่ผมก็ไม่ลำบาก เพราะผมอยู่บ้านครูใหญ่ ..ซึ่งผมเรียกท่านว่าพ่อ เมื่ออยู่กับพ่อและแม่(ภรรยาครูใหญ่ที่เป็นครูโรงเรียนเดียวกัน) ผมก็เลยไม่ค่อยได้กลับบ้านที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี

พ่อ..จะพาผมไปท้องนาของพ่อและของเพื่อนบ้าน สัปดาห์ละ ๒ - ๓ ครั้ง พ่อให้ผมซ้อนท้ายรถเครื่องคันใหญ่ยี่ห้อคาวา เลาะเลี้ยวไปตามคันนา ตอนแรกก็แลว่าไกล ตอนหลังเริ่มชิน ไกลก็เหมือนใกล้ เห็นกองฟางและเถียงนาน้อย นั่นแหละคือสถานที่เป้าหมาย.....

ภาพที่เห็น..คือกองดินสูงใหญ่ที่อัดแน่น มองเหมือนจอมปลวก มีช่องไฟคล้ายอุโมงค์ ต่อท่อโดยใช้ก้านมะละกอ น้ำไหลรินออกจากท่ออย่างช้าๆ ใสแจ๋วยิ่งกว่าน้ำประปา ลงขวดทีละน้อย ใช้เวลานานมากกว่าจะเต็มขวด น้ำที่พ่อเรียกว่าสาโท..ถูกแบ่งใส่แก้วเป็นระยะ พ่อกับหมู่ ที่เป็นชาวบ้านและญาติๆ ดื่มแล้วส่งต่อ ผมเป็นคนสุดท้าย ได้แค่จิบ ก็ร้อนผ่าวไปทั่วลิ้นแล้วร้อนแรงไปถึงลำไส้

พ่อดื่มเก่ง แต่ไม่เมา ยิ่งมีผมนั่งเฝ้า พ่อจะไม่นั่งนาน ขากลับผมจะจับเอวพ่อแน่นมาก เพราะผมกลัวพ่อขับรถเครื่องตกคันนา พ่อขับรถเร็ว แต่ไม่เคยล้มเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ผมก็นั่งเกร็งจนท้องแข็ง พอถึงบ้านเราจะตั้งวงกินข้าวกันอร่อยมาก อาจเป็นเพราะยอดข้าวที่เราดื่มกันก่อน เลยทำให้กินอะไรอร่อยไปหมด ยิ่งวันไหนแม่ทำลาบเป็ดด้วย...ลืมอิ่มกันเลยทีเดียว

เมื่อไปท้องนา..ไม่ว่าจะเป็นฤดูทำนา ฤดูเก็บเกี่ยว หรือฤดูแล้งก็ตาม ผมสังเกตเห็นลานดินที่ว่างบริเวณใกล้เถียงนา เจ้าของนาจะปลูกผักกินเอง เป็นผักหลายชนิดที่หาง่าย ใช้ปรุงอาหารในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญไม่ใช้สารเคมี ดินดีจนผักเขียวสดใสมองดูสวยงามมาก ใกล้ๆแปลงผักก็จะพบสระน้ำเล็กๆ มีน้ำและปลาอุดมสมบูรณ์

ผมจากพ่อมาหลายปี คิดถึงพ่อ คิดถึงโรงเรียนหลังแรก และคิดถึงศรีสะเกษ วันนี้ได้เป็นครูที่กาญจนบุรี ในโรงเรียนมีสระน้ำ ก็พยายามใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ มีผืนดินที่เสื่อมสภาพก็พยายามปรับปรุงจนถึงขนาดใช้เป็นที่ทำนาได้ เคยถามครูนิรุตว่า......

"โรงเรียนเรา..จะปลูกผักหลังเก็บเกี่ยว ให้ผักเขียวไสว เหมือนท้องนาอีสานได้หรือไม่..." ครูนิรุตตอบว่า

"ได้ครับ...ที่บ้านผม ก็ยังทำอยู่ มีผักในนาไว้กินได้ทั้งปี ปลูกสลับสับเปลี่ยนกันไป.." บ้านครูนิรุตอยู่บุรีรัมย์

"ครูทำให้ผมดูหน่อย...ผมอยากเห็นผักในแปลงนา...จะให้ผมช่วยอะไรก็บอกแล้วกัน.." แปลงนาของโรงเรียนมีศาลา มองดูแล้วให้บรรยากาศเหมือนเถียงนา ดูเหมือนผมจะอยากย้อนรอยอดีตเสียเหลือเกิน ซึ่งก็ทำไม่ยาก เพราะดินและน้ำของเรามีพร้อม

ผมช่วยครูนิรุต วางโครงสร้างระบบน้ำ ลงทุนให้เกิดความสะดวก คล่องตัวและปลอดภัยสูงสุด เมื่อกิจกรรมเก็บเกี่ยวในวันพ่อ ผ่านพ้นไปไม่นาน แผนงานดังกล่าวที่ผมหารือครูนิรุตก็เริ่มขึ้นทันที จนถึงวันนี้....

วันที่ผมยืนดูผลผลิตในแปลงผักปลอดสารพิษ พลิกฟื้นผืนนา สร้างสิ่งแวดล้อมให้สวยงามและเกิดคุณค่า ได้ใกล้เคียงกับประสบการณ์เมื่อ ๓๐ ปีที่ผ่านมา ..ขอบคุณแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่นำมาใช้ในโรงเรียนอย่างจริงจัง พากเพียรอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลประจักษ์แจ้งอย่างน่าภูมิใจครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

หมายเลขบันทึก: 586608เขียนเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2015 19:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2015 19:55 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

ถ้อยวลีที่เรียงร้อยร่ายลำนำ คล้ายวรรณกรรมสูงค่า

ขอแนะยำงาส....เอาไปเขียนนิยายโลด...จ้าาท่าน ผอ. ฮูเล่ ๆ ๆ !


ผักงามมากๆครับ

ขอชื่นชมครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี