จดหมายถึงลูก "พี่ภัคร" ฉบับที่ ๔๙ ตอนอีกหนึ่งขั้นของลูก

นับจาก "พี่ภัคร" ของแม่ พ้นจากสภาพนักศึกษา

บัดนี้ เข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาไทย

ได้ประมาณ ๕ - ๖ เดือน แล้ว...ลูกของแม่ฉายแวว

ด้วยตัวของลูกเองว่า...เอาดีทางด้าน "วิชาการ"

มากกว่า...แม่สั่งนัก สั่งหนาว่า...ถ้ายึดอาชีพเป็น

อาจารย์ในมหาวิทยาลัย...เอาดีให้ได้ในด้านวิชาการ

ไม่ควรเล่นทางสายบริหาร...เพราะสิ่งที่จีรังและยั่งยืน

สำหรับตัวลูก นั่นคือ ด้านวิชาการ...เตรียมตัวให้พร้อม

(กายพร้อมใจพร้อม)...เก็บผลงานการเรียนสอนเป็นที่ตั้ง

เรื่องบริหาร...ถ้าไม่จำเป็น "ห้าม" ขึ้นมาเป็นเด็ดขาด

(หากในอนาคตอยากเล่น นั่นหมายถึง ลูกต้องได้ รศ.

การันตีในตัวของลูกเอง)...แต่ถ้าไม่จำเป็น "อย่าเล่น"

เพราะมันเป็นของฉาบฉวย...เหมือนสมบัติผลัดกันชม...

ไม่เล่นบริหาร...แต่สมควรทราบเรื่องการบริหารด้วย...

ไม่ใช่มีวิชาการแล้วจะไม่สนใจเรื่องงานบริหาร...เพราะ

งานวิชาการกับงานบริหาร แยกออกจากกันไม่ได้...

"ควรรู้ไว้ใช่ว่า...ใส่บ่าแบกหาม"...รู้ไว้เพื่อให้รู้ทันคนอื่น

แต่ไม่ควรขึ้นมาเป็น...เพราะการเป็นผู้บริหารมีทั้งดีกับ

ไม่ดี...เป็นแล้วก็เท่านั้น ทำดีก็เสมอตัว อีกอย่างทำดีก็ถูกตำหนิ

นี่คือ...โลกมนุษย์...แต่ดูเหมือนว่า..."ลูกของแม่" ตอนนี้

จะเน้นไปทางด้านวิชาการ งานวิจัย มากกว่า...ซึ่งแม่ก็ภูมิใจ

และพอใจมาก เพราะนี่คือ หน้าที่ของสายวิชาการที่จะต้อง

ปฏิบัติ...ทำหน้าที่สอนและวิจัยไปพร้อม ๆ กัน...

แม่ให้ลูกวางแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ต้น...มีเป้าหมายกับชีวิต

เหมือนพ่อเรกับแม่ที่มีมาจนถึงทุกวันนี้...เก็บผลงานไปเรื่อย ๆ

ช่วยสาขา คณะ ทำงานประกันคุณภาพ...เพราะลูกจะได้เรียนรู้

ไปพร้อม ๆ กับการเรียนการสอน...ลูกบอกแม่ว่า...เด็กปัจจุบัน

สอนยากมาก...แต่ละวัน เวลาลูกเจอปัญหาจะเล่าให้แม่ฟัง...

แม่ก็ได้คอยแต่ให้กำลังใจ แนะนำ ให้นำไปแก้ไขปัญหา...

แม่สังเกตเห็นว่า...ลูกของแม่จะเอาดีทางด้านวิชาการ...

มาอยู่เพียงไม่กี่เดือน...มหาวิทยาลัยนเรศวร...เริ่มเชิญตัว

ลูกของแม่ไปบรรยายให้นิสิตภาษาไทย รายวิชาวรรณกรรมร่วมสมัย

ให้กับนักศึกษาปีที่ ๒ ฟัง...เพราะก็ไม่ใช่ง่ายที่ใคร ๆ จะได้รับเชิญ

แบบนี้...แม่ว่า..."แสดงว่าลูกของแม่ก็มีดีในตัวเองเหมือนกัน"

ค่อย ๆ สะสมไปกับความรู้ ความสามารถที่ลูกของแม่มีอยู่

สักวัน...ความรู้ต่าง ๆ ก็จะสะสมเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวของลูกเอง

...

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ แสงเงิน

๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗