โรงเรียนคำหุ่งราษฏร์บำรุง อ.สามชัย
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558
ผู้นิเทศ ประกอบด้วย รอง ผอ.สพป.กส.1 นายสุจินต์ ศึกษานิเทศก์ นุชรัตน์ , กชพร ,พรเพ็ญ
บริบทโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่แตกต่างกัน ครูไม่ครบชั้น ต้องดูแลควบคุมกำกับ 2 ชั้น ต่อครู 1 คน การจัดการศึกษาในโรงเรียนคำหุ่ง อยู่ในระยะลองผิดลองถูก เมื่อต้องมาปรับระบบการสอนจากคละชั้นเพื่อดูทีวี พวกเราร่วมสะท้อนผลในสิ่งที่เกิดขึ้น .. ถึงปีนี้ จะไม่ได้มีการวางแผนเพื่อรับมือการสอน dltv แต่ปีหน้า ทางโรงเรียนสัญญาว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้น และจะหาวิธีการที่เหมาะกับโรงเรียนคำหุ่ง ซึ่งในอดีต เคยเป็นโรงเรียนที่มีผลการเรียนเป็นอันดับ 1 ของ เขตพื้นที่การศึกษา รายละเอียดการสะท้อนผล เป็นดังนี้
ผอ.โรงเรียน
โรงเรียนประสบปัญหาครูไม่ครบชั้น และยังมีภารกิจอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากเท่ากับโรงเรียนใหญ่ คุณภาพผู้เรียนลดลง งบประมาณสำหรับการสนับสนุนงบประมาณขาดแคลน ไม่มีสื่ออุปกรณ์ ชุมชนให้ความร่วมมือดี ได้สนับสนุนคอมพิวเตอร์ แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ ตอนนี้เริ่มนำนโยบายสู่การปฏิบัติ และ BBL ภายในชั้นเรียน ซึ่งยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ แต่จะทำในปีการศึกษาต่อไป นักเรียนไม่มีปัญหาส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเรียบร้อย ผู้บริหารต้องรับหน้าที่ธุรการ และ ต้องอาสาไปประชุม เพื่อให้ครูอยู่ในชั้นเรียน โรงเรียนยังไม่ได้นำหลัก BBL เข้ามาใช้ในชั้นเรียน
ครูนัฏฏธิดา ครูปฐมวัย (ร.ร.จ้างสอน)
ผลการประเมินพัฒนาการของนักเรียน เน้นการอ่านและสะกดคำ มีนักเรียน จำนวน 8 คน โดยเฉพาะนักเรียน อนุบาล 1-2 ได้หัดให้รู้จักพยัญชนะ สระ หัดเขียน ก-ฮ และมีเด็กบางคนเขียนได้ เด็กส่วนใหญ่จะรับต่อจากศูนย์เด็ก ปัญหาอุปสรรค คือ ครูไม่มีความชำนาญการสอน เพราะจบเอกคอมพิวเตอร์ และไม่สามารถสอนตามแนวมอนเทสได้ (มีสื่อแต่ฝึกไม่เป็น)
ภาคเช้า จะให้นักเรียนเข้าแถวเรียงตามกระดาน และให้สัญลักษณ์นั่ง ท่อง ก ฮ AZ 1-10 รู้จักสี สัปดาห์ ระเบียบของห้อง อ่านคำคล้องจอง นั่งสมาธิ ..หลังจากนั้นจะบอกวัตถุประสงค์การสอนและจะแยกสอน สองชั้น ไม่เหมือนกัน เช่น อ.1 ให้ฝึกเขียนคำง่าย ชั้นสูง ให้เขียนคำยาก มอบหมายสมุดงานมาตรวจ และฝึกให้นักเรียน อ่านเขียน ให้เด็กเข้ามุม และลงมือทำ ให้ทำงานส่ง กระตุ้นด้วยของรางวัล เข้ามุมของเล่น และให้นักเรียนพัก และให้นักเรียนออกไปเล่นเครื่องเล่นสนาม ให้เรียนๆ คณิตศาสตร์ โดยคุณครูจะคอยกำกับ และจะมอบหมายงาน หลังจากนั้นรับประทานอาหาร นอน ตื่นมาดื่มนม ให้เขียนการบ้าน
ครูสวย ป.1-2
ระยะแรกสอนแบบคละชั้น แต่มีนโยบาย dltv จึงต้องทำตามนโยบาย ทำให้เตรียมสื่อไม่ทัน แต่บางครั้งก็ใช้ใบงานคละชั้น มาสอนแทน จะดูความใกล้เคียงกัน นักเรียนจะตามไม่ทันในทีวี เพราะเขาเร่งมากเกินไป บางทีครูต้องสอนเอง ครูเห็นว่า ถ้าชั้นไหน อ่านออกเขียนได้ จะตามทัน และสนุก อย่างเช่น ป.1 จะสนุก แต่ ป.2 จะไม่เก่ง สอนลำบาก นักเรียนจะช้ามาก และได้นำชุดอ่านเขียนเรียนสนุก ของ สพป.มาใช้ ครูจะบูรณาการกับแผนคละชั้นบ้าง ในปีนี้ ครูยังไม่พร้อม ไม่ได้จัดเตรียมใบงาน หรือ ศึกษาคู่มือล่วงหน้า ไม่ได้จัดทำเอกสารประกอบการสอน ไม่มีการบันทึกผลหลังสอน ครูอยากสอนเอง ไม่อยากตามทีวีทุกเรื่อง อยากสอนวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แต่เกรงว่าจะผิดหลักนโยบาย หน่วยเหนือ
สรุป ครูจะดูทีวีเป็นหลัก 8 กลุ่มสาระ และจะมีการสรุปในช่วงบ่ายสองรวมกันโดยแยกสรุป ครูให้เด็กทีวี เป็นหลัก เด็กไม่ได้ฝึกปฏิบัติ
ครูชาติชาย ป.5-6
สอนคล้ายกับ ป.1-2 เน้นทีวีเป็นหลัก ครูคอยกำกับติดตาม และในช่วง บ่ายสองครึ่ง จะรวมเด็กเพื่อเสริมรายวิชาหลักๆ เช่นในหัวข้อที่เข้าใจยาก และหาความรู้มาเสริมให้ และจะมีการติวเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ และจะอยู่โรงเรียนเย็นทุกวัน ได้รับคู่มือมาช้า จึงไม่ได้ทำการศึกษา ช่วงท้ายๆ เทอม จึงเริ่มจับประเด็นได้ว่า ควรดูคู่มือหัวข้อในแต่ละวันและเตรียมตัว ซึ่งปีหน้าจะปฏิบัติ ในวิชาพลศึกษา และ ศิลปศึกษา จะสอนเอง บ้าง ให้นักเรียนดูทีวีบ้าง ส่วนวิชาทักษะคอมพิวเตอร์ นักเรียนจะยังไม่ได้ใช้
ศน.พรเพ็ญ
ได้สังเกตการสอน แต่ ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากครูลา และ ดูนักเรียนติว NT อยากจะให้ครูเข้ามากำกับ อย่างใกล้ชิด เพราะเด็กงงและทำไม่ได้ ครูต้องศึกษาและหาวิธีการแก้ไขข้อบกพร่องของนักเรียนตนเอง ไม่ควรให้เด็กคิดตามลำพัง เพราะดูแล้ว เด็ก ไม่เข้าใจ ในชั้น ป.4 ครูให้นักเรียนดูกับทีวีต้นทางในวิชาคณิตศาสตร์ ครูจะมีจังหวะในการเสริม หรือ แทรก พอเหมาะ ทำให้เด็กไม่สับสน ขอชื่นชม ทั้งนี้ ควรระมัดระวังในการพูดเสริมแทรกกับทีวี ครูต้องดูตารางออกอากาศ ครูต้องศึกษาคู่มือ และ ศน.ได้นำซีดี มาให้แล้ว อยากให้ศึกษาและเตรียมการสอน ใบงานเอกสารต่างๆ ให้พร้อม ครูต้องทำการบันทึกด้วยว่า เมื่อหมดชั่วโมง จะสอนซ่อมเสริมอะไร เช่น เรื่องสีในภาษาอังกฤษ จดไม่ทัน ครูต้องเก็บข้อมูล เพื่อนำไปสอนในช่วงที่ต้องซ่อมและสรุป (บ่าย) สมุดนักเรียน ในวิชาการงานฯ ดูร่องรอย แล้ว นักเรียนจะไม่ค่อยได้มีการฝึกทักษะ มีเพียงการจัดตามทีวี ทั้งนี้ ครูต้องดูอุปกรณ์การสอน และเตรียมไว้กับเด็ก ข้อที่ควรปรับปรุง ให้นำไปปรับในปรุง ในปีการศึกษาต่อไป
ศน.กชพร
ได้เข้าสังเกต ป.5-6 พบว่า ครูได้ฝึกให้กับนักเรียนดูทีวีได้แล้ว โดยที่เขามีสมาธิ (ครูลา) พอหมดชั่วโมงเขาจะมีวินัย และเรียนไปได้ แต่สิ่งที่ขาดหาย คือ ครูไม่กำกับ ทำให้เด็กได้แค่จดบันทึก และ ไม่พูดคุย มีปฏิสัมพันธ์น้อย ครูควรมีการปรับกิจกรรมและสอนซ่อมเสริม และ ครูสอนเน้นเนื้อหาเยอะมาก ๆ (ตอนซ่อม) ทำให้นักเรียนดูน่าเบื่อ ครูควรหากิจกรรมที่หลากหลาย มาให้นักเรียนช่วงซ่อม ถ้าดูตามทีวี ทักษะ การนำเสนอ การคิด จะหายไป ครูต้องหาเวลาสอนซ่อมเสริม เด็กจะขาดความคิดสร้างสรรค์ ครูต้องศึกษาเพิ่มเติม และสอนเสริม เด็กนักเรียนมีระเบียบวินัยอยู่บ้าง ครูควรหาโจทย์ปัญหา หลากหลายวิธีมาใช้ เด็กไม่ค่อยพูด ขาดทักษะในการสื่อสาร และรับฟังทางเดียว ครูสอนสองชั้นเรียน ดังนั้นจึงจำเป็น ต้องมีการจดบันทึกพฤติกรรมนักเรียนด้วย และมีการประเมินให้นักเรียนเป็นปัจจุบัน ไม่ใช่ไปประเมินมั่วปลายปี ภาพรวมห้องเรียนสะอาด นักเรียน มีความรับผิดชอบ แต่ชั้นเรียนยังไม่สวยงาม สนามเด็กเล่น BBL (ไม่มี) ขาดมุมสื่อ และผลงานนักเรียน นโยบาย สพฐ.มีหลากหลาย ครูต้องเลือกการจัดการศึกษาให้ตรงกับตัวเอง ข้อควรคำนึง 1. อย่าสอนแข่งกับครูในทีวี 2. ไม่เปิดทีวีเสียงดัง 3. ไม่ทิ้งห้องเรียน 4. ไม่ทิ้งเด็กให้อยู่กับทีวี การสรุปบทเรียน ครูจะ สรุปท้ายชั่วโมง แต่ถ้า สอนหลายชั้น โอกาสจะยากมาก ดังนั้น ครูต้องมีการสรุป ตอนช่วงท้ายวัน ก็ได้
ศน.นุชรัตน์
ได้ไปสังเกตชั้นเรียนปฐมวัย และ ป.1-2 ในชั้นปฐมวัยหลังจากได้พูดคุยกับครูพบว่า โรงเรียนได้จ้างมาดูแลเด็กประมาณ 1 ปีการศึกษา ยังไม่มีความถนัด และจบสาขาคอมพิวเตอร์ ได้เข้ารับการอบรมปฐมวัย บ้างก็ยังไม่ได้มีความเข้าใจลึกซึ้ง ครูเน้นการสอนสติปัญญา ให้หัดเขียน อ่าน เป็นประจำวัน และครูยังไม่ได้มีการศึกษาหลักสูตรปฐมวัย อย่างลึกซึ้ง ทำให้จัดกิจกรรม ไม่สอดคล้องกับหลักสูตร และ ถึงแม้ครูจะนำแผน มอนเทสฯ ของ สพฐ.มาใช้ร่วมกับสื่อ แต่ครูยังไม่มีความเข้าใจ (ในชั้นเรียนพบว่าเด็กใช้สื่อมอนเทสไม่เป็นและทำลายข้าวของ) ทราบว่า ครูจะสอนตามแนวมอนเทส ในปีการศึกษาต่อไป ดังนั้น ในระยะนี้ จึงขอให้ครูได้หยุดใช้สื่อมอนเทสสำหรับเด็กก่อน เพราะสื่อมีราคาแพง และจะชำรุดเสียหายก่อนที่เด็กในปีต่อไปจะได้ใช้ ก่อนชั่วคราว และให้ไปดูงานโรงเรียนต้นแบบ บ้านโคกกว้าง อ.เมือง แต่ชื่นชม ที่ครูมีความพยายามฝึกสติปัญญานักเรียน แต่อย่างไรก็ตามเด็กในวัยนี้ ต้องได้รับพัฒนาการในทุกๆ ด้าน ดังนั้น ในปีการศึกษาต่อไป จึงให้มีการปรับปรุง การเรียนการสอนของตนเอง
สำหรับชั้นประถมศึกษา ครูได้สะท้อนตนเองแล้วว่า ไม่ได้มีความพร้อมในการสอนแต่อย่างใด และรู้แล้วว่า ปีต่อไปจะมีการปรับปรุงให้มีคุณภาพ ขอเน้นในเรื่องของการศึกษาหลักสูตร และคู่มือโรงเรียนต้นทาง มีการวางแผนการจัดกิจกรรมล่วงหน้า สรุปแนวคิดช่วยนักเรียนท้ายชั่วโมง ทุกชั่วโมง และ ต้องมีการบันทึกหลังสอน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ครูจะนำแผนคละชั้น ของ สพฐ.มาปรับใช้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรทำให้มีระบบ ว่าจะสอนแบบใด อย่างไร ให้มีการเตรียมการสอน ออกแบบ และวางแผนการสอน เตรียมสื่ออุปกรณ์ ไว้ให้ครบ ไม่ควรปล่อยนักเรียนอยู่กับโทรทัศน์
รองสุจินต์
ชื่นชมในความพยายามของโรงเรียน ให้ตรวจสอบแบบเรียนโรงเรียนต้นทางกับโรงเรียนปลายทางที่จะซื้อด้วย ไม่อย่างนั้น ถ้าเราจะดูทีวีตลอดจะทำให้ตามไม่ทัน และให้ครูเอาใจใส่นักเรียน ในชั้นปฐมวัยต้องเตรียมความพร้อมของนักเรียน ก่อนจะขึ้นไปเรียน ป.1