นักการเงินที่มีลักษณะเป็นผู้นำพร้อมระบุสาเหตุและคุณสมบัติของนักธุรกิจที่ประทับใจ

boow ^^
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

นักธุรกิจที่มีลักษณะเป็นผู้นำคือ คุณบุญทักษ์หวังเจริญ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีผลงานเป็นที่โดดเด่นมากทางด้านการบริหารในตลาดเงิน ตลาดทุนสาเหตุที่ชอบและคุณสมบัติที่ประทับใจ คือ

1. เป็นนักการเงินที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย

บุญทักษ์ ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ในการให้บริการทางการเงินที่ครบวงจร ซึ่งไม่เพียงมีผล ให้ธนาคารทหารไทยเป็นธนาคารที่สามารถตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้า ได้อย่างแท้จริง และพัฒนาไปสู่ธนาคารแห่งการทำธุรกรรม หรือ Transactional Bank แล้ว ยังเป็นการปฏิบัติวงการธนาคารไทยและมีส่วนผลักดันให้เกิดการขยายตัวของ ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศไทยอีกด้วย

บุญทักษ์ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ ที่แตกต่างจากธนาคารอื่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์ กลาง จนกลายเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์และบริการในวงการของธนาคาร กระตุ้นให้เกิด การพัฒนาในระบบธนาคาร เช่น บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยแบบขั้นบันได (Step up) รวมไปถึง TMB No-Slip ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมฝาก ถอน และโอนเงิน โดยไม่ต้องกรอกเอกสาร

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว ME by TMB ซึ่งเป็น Self-Service Banking ธนาคารรูปแบบใหม่ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินด้วยตนเอง ใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ มีระบบความปลอดภัยสูง รวมทั้งได้ยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม ฝาก ถอน โอนเงินสดข้ามเขตภายในบัญชี TMB และฝากเช็คทุกธนาคารเข้าบัญชี TMB ผ่านทุก ช่องทางการบริการ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่จำกัดวงเงิน ไม่มีเงื่อนไขปลีกย่อย สำหรับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ

2. เป็นนักการเงินมืออาชีพ ที่มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ

การที่ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร ทหารไทยแตกต่างจากธนาคารอื่นในตลาดอย่างกว้างขวาง และยังเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เกิดขึ้นจากความเข้าใจชีวิตลูกค้าใน ทุกกลุ่ม (Segment) เพราะบุญทักษ์สนับสนุนให้พนักงานของธนาคารทดลองใช้ ผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารทุกขั้นตอน เพื่อให้มีประสบการณ์ตรง ที่จะนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ดีขึ้น ลดเวลาและขั้นตอนทำธุรกรรม ให้สั้นกระชับ สะดวกขึ้น

บุญทักษ์ได้ทำให้พนักงานทุกฝ่ายเห็น ความเชื่อมโยงของงานตัวเองกับความพึงพอใจของลูกค้า ผ่านกระบวนการทำงานที่เรียกว่า ห่วงโซ่คุณภาพ "Value Chain" เพราะพนักงานทั้ง Front Office และ Back Office ต้องทำงานร่วมเป็นทีมเดียวกัน ที่สำคัญได้สร้างกระบวนการทำงานที่แข็งแกร่งในระดับที่เป็นวัฒนธรรมองค์กร (TMB Way) ทำให้คนอยู่รวมกันได้ เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน เนื่องจากคนของธนาคารทหารไทยมา จากการรวมตัวของสถาบันการเงิน 3 แห่งของไทยคือ ธนาคารทหารไทย ซึ่งเป็นแกนหลัก ควบรวมเข้ากับ ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ และบรรษัทเงินอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2547

3. เป็นนักการเงินที่สร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์กร

บุญทักษ์ได้สร้างรากฐานให้ธนาคารทหาร ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถขยายฐานลูกค้าที่มีคุณภาพได้ รวมทั้งยังเพิ่มส่วนแบ่งการใช้จ่ายของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย มีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย และเดินหน้าสู่เป้าหมายการทำอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Return on Equity : RoE) ในระดับ 14% ในปี 2557 โดยเริ่มต้นจากการพลิกมาเป็นกำไรในปี 2551 จากขาดทุน 43,677 ล้านบาท ในปี 2550

ปี 2553 ธนาคารทหารไทยสามารถล้างผลขาดทุนสะสมจำนวน 101,600 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการระหว่าง ธนาคารทหารไทย ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ และ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ออกไปได้ ทำให้งบการเงินของธนาคารแข็งแรงขึ้นและอยู่ในสถานะที่สามารถจ่าย เงินปันผลได้ในปี 2554 เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี และปี 2555 ธนาคารทหารไทยมีผลกำไรจากการดำเนินงานหลักก่อนตั้งสำรอง ถึง 10,445 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การดำเนินงานกว่า 56 ปีของธนาคาร ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 ส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินรวมมี จำนวน 66,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,906 ล้านบาท หรือ 7.9% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ธนาคารมีการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(CAR) 18.5% โดยเงินกองทุนชั้น ที่ 1 ซึ่งเป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยง และเงินกองทุนชั้น ที่ 1 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับ 11.1%

4. เป็นนักการเงินที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม

บุญทักษ์ได้ริเริ่มโครงการแห่งการให้ ที่ยั่งยืนของ TMB เพื่อเยาวชน โดยเปิดโครงการ "ไฟ-ฟ้า" แห่งแรกบนถนนประดิพัทธ์ ในปี 2553 มุ่งมอบโอกาสและปลูกฝังให้เยาวชนในชุมชนที่มีอายุ 12-17 ปี ได้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูป แบบ เพื่อปูพื้นฐานในด้านอาชีพผ่านทักษะและความรู้ที่หลากหลาย ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้ที่จะยืนอยู่ในสังคมอย่างมั่นคงด้วยความภาคภูมิใจใน ตนเอง มีทัศนคติในเชิงบวกในการดำเนินชีวิต เมื่อเติบโตขึ้น ก็จะเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์มาสู่ครอบครัว ตลอดจนชุมชนของตนเองและสู่สังคมต่อไป นับ ตั้งแต่เปิดโครงการ จำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการไฟ-ฟ้า เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2553 ที่มีเยาวชนสมาชิกโครงการ 150 คน ในปี 2557 มีเยาวชนสมาชิกโครงการรวมทั้งสิ้น 2,057 คน และมีพนักงานทีเอ็มบี ที่ร่วมเป็นอาสาสมัครกับไฟ-ฟ้าแล้ว มากกว่า 3,500 คน จากสำนักงานใหญ่ และ 380 สาขาทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 83.15 ของจำนวนสาขาทั้งหมด

บุญทักษ์ยังผลักดันให้ แบรนด์ Make THE Difference มีบทบาทในการรณรงค์สร้างแรงบันดาลใจให้สาธารณชนทั่วไปคิดและทำใน สิ่งที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์และมีคุณค่าในชีวิต จึงได้สร้างเว็บไซต์ขึ้นในชื่อwww.makeTHEdifference.org ขึ้นเพื่อส่งเสริม ให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสมีส่วนร่วมในการใช้พลังในการสร้างสรรค์โลกให้ดีขึ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สัมมนา



ความเห็น (0)