"จำนำข้าวทุกเม็ด" ผ่านไป "จำนำยางทุกหยด" เข้ามา


เมื่อกี้ผมเห็นข่าวนี้ผ่านมาในกลุ่ม LINE ที่คอยส่งข่าวเศรษฐกิจครับ อ่านแล้วผมก็ขอมีความเห็นสักหน่อย

-------------------------------------

กระอัก!ยางล้นตลาด วันเดียวพุ่ง 1 ล้านกก. 'คยป.'แฉนายทุน แห่เทขายฟันกำไร ปล้นเงินเกษตรกร

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ตลาดกลางยางพารา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นางเรไร รัตนสุภา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( นายอำนวย ปะติเส) ได้ประชุมที่ปรึกษาและคณะทำงานโครงการรับซื้อยางพาราของรัฐบาล เนื่องจากมีปัญหาปริมาณยางพาราล้นตลาดกลาง ในแต่ละวันมีปริมาณยางพาราทั้งยางรมควัน และดิบจาก 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง เข้าสู่ตลาดกลางยางพาราหาดใหญ่ เพิ่มจากเดิมวันละ 100,000 กิโลกรัม เป็น 1,000,000 กิโลกรัม ทำให้การระบายยางพาราออกได้ไม่หมด ส่งผลกระทบกับสถานที่เก็บยางพาราในตลาดกลาง ทำให้รถบรรทุกเล็ก และขนาดใหญ่ที่บรรทุกยางจากต่างจังหวัด ต้องจอดรอในตลาดกลางฯข้ามคืนไม่น้อยกว่าวันละ 30 คัน

-------------------------------------

ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลก เราอุดมสมบูรณ์มากจนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์การเกษตรล้นตลาดได้แทบทุกประเภท แต่เรามีนโยบายในการบริหารจัดการสินค้าการเกษตรได้แย่มาก เพราะเราไม่มีความสามารถในการจัดการทรัพย์ในดินที่มีได้ไม่มีที่สิ้นสุดของเราเอาเสียเลย

นอกจากนี้เรายังมีวัฒนธรรมสังคมที่ไร้เหตุผลอย่างรุนแรงอีกด้วย เราเชิดชูชื่นชอมกลุ่มที่เราอยู่ด้วยอย่างมาก เราเชื่อทุกอย่างที่กลุ่มของเราบอก ในขณะเดียวกันก็รังเกียจต่อกลุ่มที่เราไม่ได้อยู่ด้วยอย่างรุนแรงด้วยอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผล

มีคนไทยจำนวนน้อยที่ไม่ได้เป็นอย่างนี้ ประเทศไทยเราจึงเป็นอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนี่เอง

ปัญหายางพารากำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ความหวังที่จะได้เห็นยางพาราราคาดีนั้นเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะราคายางที่เราเห็นในช่วงสิบปีที่ผ่านมานั้นเป็นราคาช่วงที่ผิดปกติส่งผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่ผิดปกติของโลก

แต่ตอนนี้ราคาน้ำมันดิบกำลังปรับตัวเข้าสู่สมดุลย์ใหม่เนื่องจากเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale) และการขุดเจาะแบบแนวราบ (Vertical Drilling) ต้นทุนถูกลงมากจนสามารถทำเพื่อการค้าแข่งขันกับเทคโนโลยีการขุดเจาะแบบเดิมที่ขุดไปตรงๆ เพื่อสูบน้ำมันจากบ่อน้ำมัน (Oil Well) ได้แล้ว

พอขุดน้ำมันจากหินดินดานได้ ปรากฎว่าตอนนี้เราต้องนับจำนวนน้ำมันสำรองของโลกกันใหม่ กลายเป็นว่าเรามีน้ำมันในโลกนี้เยอะมากกว่าที่เคยรู้กัน ประเทศอย่างอาเจนตินา บราซิล ออสเตรเลีย จีน ฯลฯ ที่มีพื้นที่ชั้นหินดินดานอยู่เยอะจะมีน้ำมันมากกว่าประเทศกลุ่มโอเปคเอาเข้าแล้ว ดังนั้นอีกไม่นานเราคงได้เห็นน้ำมันดิบอยู่ที่ 30-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นเรื่องปกติ ราคาระดับร้อยกว่าดอลลาร์นั้นคงไม่ได้เห็น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีก็จะถูกลงด้วยซึ่งก็จะมาทดแทนผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากยางพาราทำให้ความต้องการยางพาราจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

งานนี้คงจบลงด้วยการที่ภาครัฐจ้างโค่นสวนยางอีกเช่นเคยครับ

แล้วชาวใต้จะไปทำอะไรกันดี จะไปปลูกจำปาดะหรือเลี้ยงวัวขุนอย่างที่คุณชวน หลีกภัยแนะนำก็ไม่น่าจะมีตลาดที่จะสร้างรายได้ได้อย่างจริงจัง เดาว่าคุณชวนเป็นคนมีมุกตลกเชื่อว่าคงไม่ได้คิดแนะนำแบบจริงจัง ถ้าจะถามเอาจริงคุณชวนคงบอกให้ไป "ต้องถามผู้ที่รับผิดชอบ" แทนเหมือนประโยคเด็ดที่คุณชวนชอบพูดตอนเป็นนายกฯ ที่ถ้าใครเกิดทันและสนใจการบ้านการเมืองตั้งแต่สมัยนั้นก็คงจะจำกันได้

เรื่องการสร้างงานทดแทนของชาวสวนยางนี่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนทำให้เป็นระบบ แต่ดูเหมือนเรายังไม่ได้เห็นทำงานในด้านนี้ออกจากภาครัฐเลย แต่สิ่งที่เห็นตอนนี้กลับกลายเป็นคำสัญญาที่บอกว่าจะทำราคายางพาราให้ดีขึ้นโดยมีตัวเลข 80 บาทต่อกิโลกรัมเป็นเป้าหมาย

นอกจากนั้นก็เป็นการแจกเงินสดสนับสนุนชาวสวนยางเป็นระยะ เรียกว่าไปรับเงินกันเดือนเว้นเดือนทีเดียว กลายเป็นว่าชาวสวนยางตอนนี้เกือบจะมีเงินเดือนจากภาครัฐไปแล้ว

ส่วนข่าวในแวดวงเศรษฐกิจก็ออกมาเป็นระยะว่าภาครัฐสั่งให้ธนาคารของรัฐได้แก่ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้แก่พ่อค้าคนกลางเพื่อรับซื้อยางแผ่นไปเก็บไว้ในสต๊อก โครงการปล่อยกู้เหล่านี้น่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นจะได้รู้ว่าปล่อยกันไปมากแค่ไหน ใครรับไปบ้าง การเพิ่มสต๊อกนั้นอยู่ไหนมีส่วนทำให้ราคายางเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรบ้าง และธนาคารอย่างธนาคารกรุงไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยมากมายนี้ การเปิดเผยเรื่องนี้นั้นสำคัญต่อความโปร่งใสในการดำเนินกิจการของธนาคารมากทีเดียว

อย่างไรก็ตามการให้เงินชาวสวนยางและการปล่อยกู้เพื่อรับซื้อยางนั้นควรเป็นนโยบายระยะสั้น ภาครัฐควรมีนโยบายระยะยาวเพื่อการสร้างอาชีพทดแทนแก่ชาวสวนยางพาราออกมาให้เร็วที่สุด

แต่ผมเดาว่าตอนนี้คนให้คำปรึกษาภาครัฐยังเชื่อว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นไปเหมือนเดิมและจะทำให้ราคายางพาราสูงขึ้นตามไปด้วย

ในวันสองวันที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นนี่คงทำให้คนภาครัฐในชื้นว่าที่พยากรณ์ไว้น่าจะจริง

แต่ผมขอพยากรณ์ตรงกันข้ามว่าราคาน้ำมันดิบจะไม่มีทางขึ้นกลับไปสู่ราคาเดิมอย่างในช่วงสิบปีที่ผ่านมาและราคายางพาราโลกจะไม่มีทางกลับไปเช่นกัน ส่วนราคาในประเทศไทยนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าภาครัฐจะทุ่มงบลงไปแค่ไหนแต่จะทุ่มอย่างไรก็สู้ได้ไม่นานเพราะประเทศไทยไม่ได้รวยพอที่จะเอาเงินมาสนับสนุนผลิตภัณฑ์เกษตรที่ไม่มีความต้องการบริโภคในตลาดโลก ดังนั้นราคายางแผ่นดิบในระดับประเทศก็จะต้องลงไปอยู่แถวๆ 30 บาทต่อกิโลกรัมเหมือนสมัยช่วงปี 90s แน่นอน

อีกสองสามปีมาดูกันครับ ว่าใครจะพยากรณ์แม่นกว่ากัน

หมายเลขบันทึก: 585960เขียนเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2015 04:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015 04:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

รอติดตามอ่านค่ะ ขอบคุณที่แบ่งปัน ฝากติดตามด้วยค่ะ

https://www.gotoknow.org/posts/585963

ผลผลิตล้นตลาดแทบทุกอย่างคิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุอย่างน้อย 2 ประการคือ 1) เกษตรกรตามอย่างกัน เห็นคนอื่นทำอะไรแล้วได้ผลดีก็พากันทำบ้าง รัฐไม่สามารถหยุดยั้งได้เลย เตือนแล้วก็ไม่ฟัง และ 2) การที่ฝ่ายรัฐส่งเสริมให้ปลูกโดยไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่าควรส่งเสริมเพิ่มขึ้นเพียงใด จึงไม่ทำให้ซับพลายล้นในวันหน้า นั่นหมายถึงต้องใช้มืออาชีพในการพยากรณ์ด้วยข้อมูลรอบด้าน ซึ่งไม่น่าจะเกินความสามารถของนักวิชาการเกษตรไทย ยังจำได้ว่าทำไมยาง ลำไยจึงปลูกกันแทบทุกภาค ปัญหาก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ ถ้ารัฐสามารถำหนดได้ว่า ตลาดต้องการอะไร เพียงใด มีการลงทะเบียนเกษตรกรผู้มีสิทธิผลิต และรับผิดชอบช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่มีสิทธิ์ ปัญหาแบบยางก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีก (อิอิ คิดตามประสาคนไม่ค่อยเดียงสาเรื่องพวกนี้ค่ะ)

อาจารย์พิจารณาตรงประเด็นมากเลยครับ ผมเองมีประสบการณ์ตรงเรื่องยางพารากับปาล์มในภาคใต้นี้ที่ผมบอกใครต่อใครว่าอย่าปลูกตอนราคากำลังแพงเพราะอีกสี่ห้าปีเมื่อจะได้ผลผลิตนั้นราคาจะตกก็ไม่มีใครเชื่อครับ

ส่วนเรื่องภาครัฐนั้นคงคาดหวังไม่ได้ครับ เราอาจจะมีนักวิชาการ (มืออาชีพ) ที่พยากรณ์ความต้องการในอนาคตได้ แต่ภาครัฐมองเกษตรกรเป็นฐานเสียงแล้วเรายังมีนักวิชาการ (มือสมัครเล่นเพราะเอาเวลาไปติดตามการเมือง) ที่คอยให้ข้อมูลผิดๆ อีก เสียงของนักวิชาการกลุ่มที่สองนี่เองที่ทำให้บ้านเราผิดเพี้ยนไปหมดครับ

เห็นด้วยครับ ท่านอาจารย์ บทเรียนที่มีไม่เคยมีไม่นำออกมาบริหารจัดการ วิ่งตามกระแส

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี